ตอนที่ 236
ตอนที่ 236 ยากที่จะแยกความจริงกับความฝัน
October 28, 2026
ตอนที่ 236 ยากที่จะแยกความจริงกับความฝัน
ตกดึกแล้ว ในตอนนี้ได้ถึงเวลายามจื่อ
แม้ว่าจะเป็นตำหนักชิงผินที่เงียบสงัด แต่ก็เงียบเหงาไปทั้งหมด
นอกจากทหารเฝ้ายาม คนอื่นส่วนใหญ่หลับกันหมดแล้ว
คืนนี้หันยี่ฉีไม่ได้กลับมา ดังนั้นจางยวี่โหร่วจึงนอนหลับอย่างสงบตั้งแต่หัววันแล้ว
บางทีอาจเป็นเพราะว่าหลายวันมานี้ออกไปข้างนอกทุกวัน ไม่ได้กลับบ้านตระกูลจาง ก็ไปตำหนักหลิน กังวลใจจนมากเกินไป ร่างกายนี้ก็เหนื่อยล้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นนางพอหัวถึงหมอนก็หลับแล้ว
ในความฝัน จางยวี่โหร่วราวกับได้ยินเสียงพิณที่งดงาม แปลกประหลาดชวนดึงดูดดังขึ้นมาระลอกหนึ่ง
บางทีเหตุผลอาจเป็นเพราะว่าอยู่ในความฝัน นางรู้สึกเป็นอย่างมากว่าเสียงพิณนี้ดูเหมือนจะมีแต่ก็ไม่มี ทั้งยังกลับดังอยู่ที่ข้างหูของนางอย่างจริงจัง
นางถึงขึ้นแยกไม่ออกว่าอะไรคือมายา อะไรคือเรื่องจริง
ร่างกายดูเหมือนได้ไม่รับการควบคุมของตนเองแล้ว นางลุกขึ้นมาจากเตียงนอนจากนั้นลงไปที่พื้น แม้แต่รองเท้าก็ไม่ได้สวม ก็ผลักประตูเดินออกไปข้างนอกแล้ว
ในสมองของนางนี่ล้วนเป็นเรื่องที่เกิดในความฝันทั้งหมด
เดิมทีต่อให้เป็นเวลากลางดึก ในตำหนักก็ต้องมีคนเฝ้ายามกลางคืนอยู่ ทว่าในเวลานี้ด้านนอกกลับว่างเปล่าไร้ผู้คน ทุกอย่างล้วนเงียบสงัดจนน่ากลัว
เสียงพิณนั้นยังดังอยู่ที่ข้างหูของนางไม่หยุด จางยวี่โหร่วก็คลำทางไปตามเสียงพิณอย่างช้าๆตามสัญชาตญาณ
ไม่ช้า ก็มาถึงด้านในป่าไผ่ที่ลึกและเงียบสงบ ทั้งสี่ด้านล้วนเป็นหมอกที่ขาวโพลน นางดูเหมือนเพียงครู่เดียวก็สูญเสียทิศทางที่จะไป
“ที่นี่คือที่ไหน? เป็นใครที่ดีดพิณอยู่ตรงนั้น ออกมา ออกมา!”
หลังจากที่นางมาถึงยังที่นี่ ก็พบว่าเสียงพิณดังออกมาจากที่นี่ ดูเหมือนแอบซ่อนอยู่ในควันหมอกที่นี่
นางเดินต่อไปข้างหน้าไม่หยุด กลับไม่ว่าอย่างไรก็เดินไม่ถึงสุดทาง
ไม่ช้า ไอหมอกก็หายไปอย่างช้าๆจากด้านหน้าของนาง
นางพบว่าตนเองยืนอยู่บนหลังคาแห่งหนึ่งที่สูงมาก ด้านบนเป็นท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวอันงดงาม
ลมเย็นสดชื่นในยามค่ำคืนพัดปะทะเข้ากับร่างกายของนาง สบายและผ่อนคลายเป็นอย่างยิ่ง และเมฆหมอกที่บดบังสายตาของนางเมื่อครู่นี้ก็ได้หายไปแล้ว นางสามารถตั้งใจมองภาพสะท้อนที่อยู่เบื้องหน้าได้อย่างชัดเจน
เงาร่างคนชุดขาวคนหนึ่งที่นางคุ้นเคยไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว กำลังดีดพิณอยู่ที่นั่น บทเพลงที่เขาดีดทั้งหมดนั้น ก็คือแบบเดียวกับที่นางได้ยินเมื่อครู่นี้
นางไม่เคยรู้มาก่อนเลยมาเขาก็ดีดพิณเป็นเหมือนกัน อีกทั้งยังดีดได้อย่างไพเราะถึงเพียงนี้
จางยวี่โหร่วเดินไปที่ข้างกายของเขาในทันที คิ้วและดวงตาโค้งขึ้น เผยให้เห็นรอยยิ้มที่ตื่นเต้นดีใจออกมา
“ยี่ฉี พระองค์ไม่ได้ทรงบอกว่า สองวันนี้ต่างก็อาจจะมีเรื่องที่สำคัญต้องทำ กลับมาไม่ได้หรอกหรือเพคะ? ตอนนี้พระองค์...นี่ต้องการจะทำให้หม่อมฉันตื่นเต้นและดีใจหรือเพคะ?”
เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา เพียงแค่มองไปที่นาง
พอสายตาประสบเข้าหากัน จางยวี่โหร่วก็รู้สึกว่าต่อให้เขาไม่ต้องพูดอะไรออกมา ทว่าความรู้สึกเป็นมิตรในนัยน์ตาของเขาได้แสดงออกอย่างลึกซึ้งให้กับนางแล้ว
จางยวี่โหร่วนั่งลงที่ข้างกายของเขา คล้องแขนของเขาเอาไว้เบาๆ จากนั้นเอนศีรษะลงไปบนไหล่ของเขา
แม้ว่าพวกเขาดูเหมือนจะอยู่ด้วยกันทุกวัน ทว่าช่วงเวลาในตอนนี้กลับยิ่งทำให้นางรู้สึกถึงความเงียบสงบ
“ยี่ฉี ที่นี่ช่างงดงามเหลือเกิน พระองค์ทรงดูสิเพคะ ดวงดาวมากมายขนาดนี้ ราวกับทะเลดวงดาวก็ไม่ปาน หม่อมฉันยังไม่เคยดูดาวบนหลังคามาก่อนเลยเพคะ”
ได้ฟังเสียงพิณที่ไพเราะงดงามเช่นนี้ ด้านข้างมีคนที่จนเองชอบนั่งอยู่เป็นเพื่อน ได้ชื่นชมสภาพการณ์ที่งดงามเช่นนี้อีก นี่คือความสุขอย่างหนึ่งจริงๆ