ตอนที่ 238
ตอนที่ 238 คนที่ไม่กลัวตายมากที่สุด
October 28, 2026
ตอนที่ 238 คนที่ไม่กลัวตายมากที่สุด
“แอ่ก...แอ่กๆ...” หวงเย่กุมไปที่หน้าอก เลือดสีแดงสดทะลักขึ้นมาบนลำคอ
ยังดีที่พลังภายในของเขาหนาแน่น จึงถูกกำลังภายในของเขากดทับเอาไว้ หากกระอักเลือดออกมาจริงๆ เขาควรจะขายหน้าแค่ไหนกันเชียว
เรื่องแรกที่ทำ คิดไม่ถึงว่าเขาจะไม่เป็นห่วงอาการบาดเจ็บของตัวเอง แต่กลับรีบจัดแจงชุดของเขาที่ถูกฝุ่นคละคลุ้งทำให้สกปรก อีกทั้งผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงอย่างรวดเร็ว
สิ่งที่ทำให้คนรู้สึกอัศจรรย์ใจที่สุดก็คือ คิดไม่ถึงว่าเขายังจะล้วงกระจกจากอ้อมอกออกมา ส่องใบหน้าของตนเองว่ามีแผลถลอกหรือไม่
แม้ว่าไม่ถึงกับจะได้รับบาดเจ็บ ทว่าสิ่งที่ยากจะหลีกเลี่ยงก็คือฝุ่นผงเหล่านั้น สีหน้าของเขาเริ่มเบ้ขึ้นมาอย่างมิอาจห้ามได้
“เพื่อผู้หญิงคนนี้ นึกไม่ถึงว่าท่านจะทำเช่นนี้กับข้า ไม่แปลกที่ลูกน้องของท่านสองพี่น้องนั่นจะรู้สึกจิตใจไม่สมดุลเช่นนี้ ท่านช่างลำเอียงมากเกินไปจริงๆ!”
หันยี่ฉีเอ่ยขึ้นอย่างเยือกเย็นว่า เมื่อครู่นี้เจ้าไม่ใช่ต้องการให้นางทำให้ตัวเองเสียโฉมหรอกหรือ งั้นดี ตอนนี้ข้าจะทำลายใบหน้าของเจ้าเสียก่อน!”
“อย่า!” หวงเย่ใช้สองมือปิดบังใบหน้าของตนเองอย่างไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น
สำหรับเขาแล้ว ใบหน้าของเขาสำคัญกว่าชีวิตของเขากระมัง
ดังนั้น ตอนที่เขาเห็นจางยวี่โหร่วยอมทำลายรูปโฉมของตนเองเพื่อหันยี่ฉีนั้น ความหวั่นไหวที่นำมาให้แก่เขานั้นมหาศาลเป็นอย่างยิ่ง
แต่ว่าคราวนี้หันยี่ฉีกลับไม่ได้ลงมือ เขาอุ้มจางยวี่โหร่วเอาไว้แล้วยืนอยู่บนที่เดิมอย่างไม่เคลื่อนไหวใดๆทั้งสิ้น
เช่นนี้หวงเย่ถึงได้ถอนหายใจอย่างโล่งอก เข้าใจว่าสิ่งที่เขาพูดเมื่อสักครู่นี้เป็นเพียงแค่การข่มขู่เขาเท่านั้นเอง กระต่ายตื่นตูมไปได้
“ยังไม่รีบไสหัวไปอีก!”
ในเมื่อไม่มีอันตรายแล้ว เขายิ่งไม่อาจจะไปได้
อีกทั้งเขามาที่นี่ในครั้งนี้ ยังเพื่อรายงานข่าวที่สำคัญเรื่องหนึ่ง
“ข้าไปแน่ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ ท่านไม่อยากรู้ว่าวัตถุประสงค์ที่ข้ามาในครั้งนี้คืออะไรเลยเชียวหรือ?”
หันยี่ฉีได้ยินดังนั้น ก็มองเขาด้วยคิ้วที่ขมวดเข้าหากันเล็กน้อยอย่างมิอาจห้ามได้
“เจ้าไม่ใช่ว่าจำศีลไปหลายเดือน นี่เพิ่งจะออกจากการจำศีลก็ออกมาข้างนอกแล้ว หชู่ถันไม่ได้หยุดยั้งเจ้า?”
หวงเย่รีบแสดงสีหน้าได้ใจเป็นอย่างยิ่งออกมาในทันที “เขาน่ะหรือ แม้ว่าจะเป็นหมอปีศาจที่เป็นหนึ่งไม่มีสอง แต่ว่ากำลังภายในและวิชาตัวเบาของเขาไม่ทันข้าน่ะสิ!หากข้าอยากจะไป เขาจะสามารถรั้งเอาไว้ได้อย่างไรกัน?”
แม้จะพูดเช่นนี้ แต่ว่าหชู่ถันเข้าใจเขาดีขนาดนั้น หากเขาคิดอยากจะหยุดยั้งจริงๆ เขาก็หนีไม่พ้นอย่างแน่นอน
ช่างเถอะ มาก็มาแล้ว ยังดีที่เขาไม่ได้ทำเรื่องที่ทำร้ายจางยวี่โหร่วออกมาจริงๆ ไม่เช่นนั้นหันยี่ฉีไม่ยอมปล่อยเขาไปอย่างแน่นอน
ฝ่ามือนั้นเมื่อครู่นี้ ก็ถือเป็นบทเรียนให้แก่เขาก็แล้วกัน
“เช่นนั้นก็อย่าพูดไร้สาระให้มากความ พูดจุดประสงค์ของเจ้าออกมาเถอะ!” แต่ไหนแต่ไรมาเขาต่างก็ไม่มีความอดทนอะไร เพียงแค่อยากรู้ว่าเขาต้องการทำอะไรกันแน่
“หึ...จุดประสงค์ของข้า ก็คือมาเด็ดหัวของท่านออกยังไงล่ะ!” เขาพูดประโยคที่ดูคุยโวโอ้อวดอย่างไม่รู้สึกกระดากอายออกมา
“อาศัยแค่เจ้า?” หันยี่ฉีมองไปที่เขาด้วยความดูถูกอย่างไร้ที่เปรียบ เห็นได้ชัดว่าไม่ได้เอาเขามาใส่ใจเลยแม้แต่น้อย
“แน่นอน ท่านต้องรู้ว่า มีคนใช้หนึ่งแสนตำลึงเงินเพื่อต้องการชีวิตของท่าน ท่านว่าการเจรจาต่อรองนี้ตำหนักจิ๊วซารับหรือไม่รับดีล่ะ?”
นี่สำหรับหันยี่ฉีแล้ว ก็คงเป็นเรื่องที่น่าขันเป็นอย่างมากเช่นกันกระมัง
“ชีวิตของข้าที่แท้มีค่าเพียงหนึ่งแสนตำลึงเล็กน้อยแค่นี้ นึกไม่ถึงว่าคนๆนี้จะกล้าลบหลู่ดูหมิ่นข้าเช่นนี้ ช่างรนหาที่ตายจริงๆ!”
“ใช่ ข้าก็รู้สึกแบบนี้เช่นเดียวกัน ฉะนั้นนี่ไม่ใช่ว่ามาแอบรายงานข่าวให้กับท่านอ๋องแล้วหรอกหรือ!แต่จะให้พูดอย่างไร หนึ่งแสนตำลึงก็คือเงิน ท่านต้องรู้ว่าตำหนักจิ๊วซาของพวกเราประชากรมากมายนัก ต้องเลี้ยงคนจำนวนมากขนาดนั้น ข้างนอกสุกใสข้างในเป็นโพรงมาตั้งนานแล้ว ตอนนี้ไม่ง่ายเลยที่จะมีคนต้องการมาเจรจาต่อรองธุรกิจถึงที่ หากไม่รับแล้วล่ะก็ ช่างน่าเสียดายไปหน่อยแล้วกระมัง”