ตอนที่ 239
ตอนที่ 239 ฝันร้ายที่น่ากลัว
October 28, 2026
ตอนที่ 239 ฝันร้ายที่น่ากลัว
“ไม่...อย่า!”
มือทั้งสองของจางยวี่โหร่วคว้าผ้าปูที่นอนที่อยู่ใต้ร่างกายเอาไว้แน่น เหงื่อผุดออกมาบนหน้าผาก ใบหน้าซีดเผือด ร่างกายสั่นเทาไม่ยอมหยุด
“คุณหนูเพคะ พระองค์ทรงรีบตื่นขึ้นมาสิเพคะ ทรงอย่าทำให้หม่อมฉันตกใจสิเพคะ!” เสี่ยวเฟิงที่อยู่ด้านข้างจับมือของนางไว้แน่น เป็นห่วงจนน้ำตาไหลออกมาไม่ยอมหยุด
เช้าตรู่นางเคาะประตูรับใช้คุณหนูตื่นบรรทม แต่เคาะอยู่นานกลับไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆเกิดขึ้น
พอผลักประตูเข้ามาดู ก็เห็นนางใบหน้าซีดเผือดนอนอยู่บนเตียง ดูเหมือนกำลังฝันร้ายเกี่ยวกับเรื่องอะไร
นางกังวลใจเป็นอย่างยิ่ง อยากจะเรียกให้คุณหนูตื่น แต่คุณหนูก็ไม่มีการตอบสนองใดๆกลับมา
นี่เกิดอะไรขึ้นกันแน่ เสี่ยวเฟิงตกใจจนกลัวไปหมดแล้ว คุณหนูคงจะไม่ได้โดนของหรอกกระมัง
ในตอนนี้เอง อยู่ๆร่างคนที่สูงโปร่งร่างหนึ่งก็เดินเข้ามา เห็นท่าทางของเสี่ยวเฟิงที่กำลังร้องไห้สะอึกสะอื้น ก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น
“เป็นอะไรไป เกิดเรื่องอะไรขึ้น?”
พอเสี่ยวเฟิงเห็นเขา ก็ราวกับเห็นดาวช่วยชีวิต รีบวิ่งเข้ามากระโจนไปยังข้างกายของเขาคุกเข่าลงในทันที
“ท่านอ๋อง พระองค์ทรงรีบมาช่วยชีวิตคุณหนูเถอะเพคะ คุณหนูทรงผิดปกติไปเป็นอย่างมากเลยเพคะ!
อะไรที่เรียกว่าผิดปกติไปเป็นอย่างมาก!เขารีบก้าวเท้ายาวๆไปยังข้างเตียงในทันที พอเห็นสภาพของจางยวี่โหร่วในตอนนี้ ก็อดเป็นห่วงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นเดียวกัน
แต่ว่าไม่ช้าเขาก็สงบลง จากนั้นก็เอ่ยขึ้นว่า “อย่าเอะอะโวยวาย นางก็แค่ฝันร้าย เจ้าออกไปก่อนเถอะ ข้าจะจัดการด้วยตัวเอง!”
อะไรกัน? หากนี่เป็นแค่การฝันร้ายเพียงอย่างเดียวจริงๆ ก็สามารถปลุกให้ทรงตื่นขึ้นมาก็ได้นี่นา
แต่เมื่อครู่นี้นางเรียกอยู่ครึ่งค่อนวัน คุณหนูก็ไม่เห็นว่าจะทรงสามารถตื่นขึ้นมาได้ เป็นเพียงแค่ฝันร้ายง่ายๆแค่นั้นจริงๆหรือ?
แต่ว่าท่านอ๋องก็ได้ตรัสออกมาแล้ว พระองค์จะต้องไม่ทรงทำให้คุณหนูเกิดเรื่องอย่างแน่นอน ดังนั้นเสี่ยวเฟิงทำได้เพียงแค่ฟังคำสั่งก่อน นางเดินออกไปพลางหันกลับมามองเป็นระยะด้วยความเป็นกังวล จากนั้นก็ปิดประตูลง
หลังจากที่เสี่ยวเฟิงออกไป หันยี่ฉีก็รีบประคองจางยวี่โหร่วขึ้นมา
ฝ่ามือของเขากลั่นลมปราณดั้งเดิมสีขาวออกมา ถ่ายทอดเข้าไปในร่างกายของนางอย่างช้าๆ ในเวลานี้ อยู่ๆสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป ในใจอดไม่ได้ที่จะสาปแช่งออกมา
ไอ้เจ้าหวงเย่ที่สมควรตาย เมื่อวานนี้เขาเพียงให้มันไปแค่หนึ่งฝ่ามือ ใช้กำลังภายในไปไม่ถึงสามส่วน ขาดทุนให้กับมันแล้วจริงๆ
จางยวี่โหร่วแต่เดิมก็เป็นผู้หญิงที่บอบบางและอ่อนแอ ไม่มีกำลังภายในเลยแม้แต่น้อย จะสามารถต้านทานอานุภาพบทเพลงสะกดวิญญาณของมันไหวได้อย่างไรกัน? ไม่มีทางที่จะไม่มีผลกระทบต่อนางแม้แต่น้อย
ยังมียานั่นของมันอีก ผลข้างเคียงรุนแรงเป็นอย่างยิ่ง ภายในเวลานั้นนางก็ไม่สามารถที่จะทนได้แล้ว ฉะนั้นถึงได้เกิดอาการเช่นนี้ออกมา
ไม่มีทางเลือก เขาทำได้เพียงใช้ลมปราณดั้งเดิมช่วยนางทำให้ฤทธิ์ยาภายในร่างกายหมดสิ้นไป
ตามที่ลมปราณดั้งเดิมของเขาถูกถ่ายทอดเข้าไปข้างในร่างกายของจางยวี่โหร่วแล้ว ลมปราณนั้นก็ไปไหลเวียนอยู่ในหลอดเลือดของนาง พอมองเห็นสีหน้านางที่เริ่มแดงระเรื่อขึ้นเล็กน้อย เขาถึงได้ถอนหายใจอย่างโล่งอก เขานำตัวนางวางลงนอนอีกรอบ จากนั้นก็เฝ้าอยู่ข้างกายไม่ยอมห่าง
ในเวลานี้ ความคิดในใจของเขาค่อนข้างจะซับซ้อนมากจริงๆ
เขานึกถึงคำพูดเหล่านั้นที่หวงเย่พูดกับเขาเมื่อคืนนี้ คิดไม่ถึงว่าจางยวี่โหร่วจะผ่านการทดสอบในบทเพลงสะกดวิญญาณนั่น
แม้ว่าหวงเย่จะทำให้นางได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจริงๆ ทว่าหันยี่ฉีกลับไม่โทษเขา กลับยังรู้สึกใจสั่นเพราะความกลัวกับการเลือกของนางในตอนนั้น
นางเพื่อเขาแล้ว อะไรก็ยอมสละได้จริงๆหรือ?
เพราะว่าเมื่อครู่นี้ได้รับการเลี้ยงบำรุงจากลมปราณดั้งเดิมของเขา ตอนนี้ร่างกายของนางได้ฟื้นฟูไปมากกว่าครึ่ง และสามารถตื่นขึ้นมาได้แล้ว นางค่อยๆลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ
เมื่อลืมตาขึ้น สิ่งที่นางเห็นเป็นอย่างแรกก็คือหน้ากากทองสัมฤทธิ์เขี้ยวหมาป่าที่คุ้นเคยอันนั้น
ทว่า เพียงครู่เดียวนางกลับคิดถึงใบหน้าอันอัปลักษณ์ที่มีแผลเป็นผสมปนเปทั่วทั้งใบหน้า อีกทั้งสายตาที่บ้าคลั่งเลือดเย็นของเขา
ในใจของจางยวี่โหร่วสั่นไหวอย่างรุนแรง ร่างกายหดตัวลงเล็กน้อยในทันที ในสายตาส่องสะท้อนความหวาดกลัวออกมา
“เจ้าเป็นอะไรไป?”