ตอนที่ 264
ตอนที่ 264 จุดแดงพรหมจรรย์ที่หายไป
October 28, 2026
ตอนที่ 264 จุดแดงพรหมจรรย์ที่หายไป
เหล่าขุนนางสูดลมหายใจลึกๆไปสักพัก พวกเขาไม่ได้ไปดูว่าเกินอะไรขึ้น ก็สามารถสัมผัสถึงอุณหภูมิของตำหนักจินหนวนนั้นต่ำกว่า 10 องศา และความเย็นนั้นก็ค่อยๆทำให้สัมผัสผ่านแผ่นหลัง
แต่ก่อนก็รู้สึกว่าองค์ชายใหญ่แคว้นเยนี่เป็นคนโหดร้าย ไม่รู้จักเกรงใจผู้อื่น แต่จะอย่างไรก็ตามเขาก็ไม่เคยเป็นฝ่ายที่ต่อล้อต่อเถียงกับอ๋องชิงผิงก่อน
ถึงแม้จะเกิดปัญหากันเป็นบางครั้ง ก็แค่เขาอยากจะครอบครององค์หญิงแคว้นเหลียงโดยบ้าอำนาจ และยังอยากจะล่วงเกินพระชายาชิงผิง ดังนั้นอ๋องชิงผิงจึงได้สั่งสอนเขาไปบ้าง
ถ้าตามหลักความเป็นจริงแล้วเขาก็ควรจะรู้สึกเกรงกลัวเสียบ้าง แต่ตอนนี้พึ่งจะเข้าใจว่าคนบางคนก็ต้องเอาให้ถึงตายจึงจะรู้สำนึก
สำหรับคำนินทาของชาวบ้าน เป็นไปได้เยี่ยงไรที่พวกเขาจะไม่รู้?
แต่ว่าพวกเขาแค่เป็นขุนนางที่มีพูดด้วยเหตุผลและเป็นพวกที่ฉลาด ก็ไม่มีทางที่จะไปเจรจากับพวกชาวบ้านที่โง่เขลา
องค์หญิงแคว้นเหลียงอภิเษกสมรสกับหนานหซู่มีอะไรไม่ดีตรงไหน มันก็ย่อมจะดีกว่าองค์ชายใหญ่แคว้นเย ที่จ้องจะกลืนกินแคว้นเหลียงไปอย่างเนียนๆ ถึงเวลาหนานหซู่ก็คงต้องอยู่อย่างกดดันเพราะเป็นแคว้นที่ไม่เข้าข้างใคร
แต่จริงๆพวกเขาก็แอบสงสัยในใจว่า อ๋องชิงผิงกับองค์หญิงแคว้นเหลียงเกี่ยวข้องอะไรกันแน่?
แต่ก่อนที่เขาได้ออกหน้าออกตาแทนนางมาหลายครั้งก็ทำให้คนอื่นรู้สึกแปลกใจแล้ว ตอนนี้ยังมีเล่าลือที่ดังไปทั่วเมือง นี่มันเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องโกหกกันแน่?
พอเห็นแววตาของหันยี่ฉีเต็มไปด้วยความอาฆาตร เป่ยจื่อหัวเกรงว่าเขาจะขาดสติแล้วฆ่ามู่โหรงจิ๋วเลยทีเดียว ฉะนั้นจึงเอ่ยปากขึ้นเพื่อทำให้บรรยากาศดีขึ้น
“องค์ชายใหญ่แคว้นเย่ นี่ท่านมีจุดประสงค์อะไรกันแน่? การกระทำของท่านกำลังจะทำลายความสัมพันธ์ของทั้งสี่แคว้น คนที่ทำร้ายความสงบสุขคืออ๋องชิงผิง? ต้องรู้ว่าคำบางคำไม่สามารถพูดออกมาอย่างเรื่อยเปื่อยได้ ก็ต้องรับผิดชอบต้องคำพูดของตนเองด้วย อ๋องชิงผิงเป็นวีรบุรุษของหนานหซู่ ถ้าใครกล้าเหยียดหยามเขา พวกข้าทุกคนที่นี่ก็คงไม่มีใครยอมอย่างแน่นอน”
พอเขาพึ่งพูดจบ สายตาของคนมากมายได้จับจ้องไปยังมู่โหรงจิ๋วทั้งแปดทิศ เหมือนกำลังจะยิงเขา
ดวงมู่หย่าเห็นว่าสถานการณ์ไม่ปกติเสียแล้ว ในใจก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา
มู่โหรงจิ๋ว ไอ้เจ้าโง่สมควรตาย เขามีมันสมองหรือไม่ วันนี้พวกเขามีจุดประสงค์คือเพื่อแฉเรื่องที่หันยี่ฉีกับไป๋หลิงกวงเป็นชู้กัน แต่ไม่ใช่มามีปัญหากับเขาเยี่ยงนี้
ดังนั้นนางเลยรีบออกหน้าออกตา และเปลี่ยนจุดที่ทุกคนกำลังจับจ้องกลับสู่หัวข้อหลัก
“ทุกอย่างโปรดอยู่ในความสงบ องค์ชายใหญ่แคว้นเยแค่รู้สึกเป็นห่วงทุกท่านเท่านั้น คิดว่าทุกท่านก็น่าจะรู้ดี หลังจากที่เขามาหนานหซู่ก็ได้รู้สึกตกหลุมรักองค์หญิงแคว้นเหลียงตั้งแต่ครั้งแรก และอยากจะได้นางมาเป็นคู่ครอง ดังนั้นพอรู้ว่านางถูกคนอื่นข่มเหง จึงอยากจะเรียกความเป็นธรรมให้นาง องค์หญิงผู้ซึ่งมีหน้ามีตาได้เกิดเรื่องที่หนานหซู่ คิดว่าพวกเจ้าที่เป็นเจ้าบ้านก็คงไม่มีปัญญาที่จะให้ข้อสรุปกับแคว้นเหลียง
คำพูดของดวงมู่หย่าก็ฟังดูสมเหตุสมผล แค่ว่าพวกเขาร่วมมือกันตั้งแต่แรก คู่กรณีตัวจริงยังไม่ทันเอ่ยปากพูดอะไรออกมาเลย พวกเขาไม่กลัวเลยหรือว่าจะถูกหักหน้า?
เป่ยจื่อหัวเลยรีบเอ่ยปากพูดขึ้น “ที่แท้พูดไปนานเยี่ยงนี้ก็เพื่อองค์หญิงหลิงกวงนี่หรือ องค์หญิงหลิงกวงได้อาศัยอยู่ที่โรงเตี๊ยมตลอด มีคนคอยคุ้มครองตลอดนางกับพวกเจ้าทั้งสองอยู่ใกล้กันมาก ทำไมถึงจะถูกคนรังแกได้ พวกเจ้าไม่เชื่อก็ลองถามนางดู นางเป็นคู่กรณีของเรื่องนี้มักจะดูดีกว่าใคร”
ก่อนหน้านั้นหลิงจือได้ก็เคยเตือนเขาแล้ว ดังนั้นเขาก็รู้ว่าสำหรับเรื่องนี้แล้วเขาจะต้องจัดการเยี่ยงไร
แค่ให้ไป๋หลิงกวงมาอธิบายเองทุกอย่างก็จบแล้ว ดูว่ามู่โหรงจิ๋วจะสร้างเรื่องอะไรขึ้นมาอีก
สายตาของทุกคนต่างก็จับจ้องไปยังไป๋หลิงกวง เรื่องที่โต้แย้งกันวันนี้ก็เกี่ยวข้องกับตัวนางหมด อีกอย่างยังเกี่ยวข้องกับความบริสุทธิ์ของนางเสียอีก ชาวบ้านที่อยู่ข้างนอกต่างก็ร่ำลือกัน จะอย่างไรก็ตามนางก็ควรอธิบายให้ทุกคน เพื่อให้ทุกอย่างมันชัดเจน
แท้จริงแล้ว พวกเขามองสีหน้าอันโศกเศร้าของนาง ในใจก็เต็มไปด้วยความเห็นใจ