ตอนที่ 313
ตอนที่ 313 ยืมดาบฆ่าคน
October 28, 2026
ตอนที่ 313 ยืมดาบฆ่าคน
สิ่งที่ทำให้เขาไม่สามารถพิพาทได้คือในใจของเขายังคงมีความคิดนี้กับจางยวี่โหร่ว นี่มันก็คือความจริง
ถึงแม้ว่าเขาจะเกลียดจางยวี่โหร่วจนเข้าไส้ แต่ที่มีมากกว่านั้นก็คือเขาขอแล้วไม่ได้ นี่แหละเป็นสิ่งที่ทำให้เขาไม่พอใจ ยิ่งนางพยายามจะหนีเขามากเพียงใด ก็ยิ่งทำให้เขาอยากจะเอาชนะความต้องการของนางมันขึ้นเท่านั้น
ถ้าไม่สามารถได้นางมา ถึงแม้ว่าเขาจะครอบครองทั้งจักรวาล ก็ไม่สามารถเติมเต็มความว่างเปล่าในใจของเขาได้
ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ สิ่งที่เขาไม่ได้ เขาก็ไม่หวังว่าคนอื่นจะได้
แต่ว่าสำหรับเงาในใจและความกลัวที่จางยวี่โหร่วให้กับเขา มันก็คือความจริงที่เจ็บปวด ที่คนที่ไม่เคยสัมผัสก็มักจะไม่เข้าใจ
ไม่เพียงแต่มู่โหรงจิ๋วที่เข้าใจเขาผิดไป แม้กระทั่งดวงมู่หย่ายังใช้สายตาเยี่ยงนั้นมองเขาแปลกๆ
ดูออกว่าพวกเขากำลังดูถูกเขา เขากลัวหญิงผู้ซึ่งไร้ทางสู้ผู้นี้จริง เขาก็คงไม่ต่างจากสิ่งของไร้ค่า
ในสายตาพวกเขา คนที่พวกเขากลัวที่สุดก็คือหันยี่ฉี ส่วนจางยวี่โหร่วก็ไม่เคยอยู่ในสายตาของพวกเขาเลย
แต่ว่ามีเพียงเป่ยจื่อห้าวที่รู้ถึงความเก่งกาจของจางยวี่โหร่ง พวกเขาต้องชดใช้ในสิ่งที่พวกเขาประมาทและมองข้ามศัตรูคนนี้ไป
ถึงแม้จางยวี่โหร่วเป็นแค่ผู้หญิงตัวน้อยๆ แต่ว่าเป่ยจื่อห้าวกลับรู้ว่าถึงแม้หญิงผู้นี้จะดูเหมือนเป็นคนเปราะบางแต่กลับแฝงไปด้วยพลังอันแรงกล้า แม้กระทั่งหันยี่ฉีเองยังเอาชนะไม่ได้
“พอเถอะ ตอนนี้อย่าพูดถึงเรื่องนี้เลย” พอเห็นความบรรยากาศเริ่มจะไม่ดีแล้ว ดวงมู่หย่าจึงพูดเพื่อทำให้บรรยากาศดีขึ้น
นางเหมือนเป็นคนดีตลอดมา นี่นางคงเป็นคนที่ซ่อนดาบในรอยยิ้มอย่างแท้จริง เหมือนดั่งงูพิษที่ซ่อนตัวไว้ในที่มืด ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะพุ่งออกมากัดเจ้า
“ตอนที่สิ่งที่พวกข้าควรคุยกันคือปรึกษาแผนที่จะดำเนินการต่อไป ไป๋หลิงกวงได้เข้าไปในตำหนักชิงผิงแล้ว นางถือว่ามีสมองหน่อย รู้ว่าการขอความเห็นใจและน้ำตาเป็นอาวุธที่เอาชนะใจของผู้ชายมากที่สุด แค่นางใช้มันดีๆ ถ้านางอยากจะอยู่ต่อที่นั่นก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องยาก แต่นางทำเยี่ยงนี้ก็ถือว่ามีความเสี่ยงด้วยเช่นกัน เพราะว่าการสร้างความสัมพันธ์ที่เสแสร้งและหลอกลวง ย่อมอยู่ได้ไม่ยาวนาน ถ้าหันยี่ฉีได้เห็นธาตุแท้ของนาง เขาต้องใช้วิธีที่น่ากลัวกว่าที่ใช้กับจางยวี่โหร่ว ฉะนั้นสิ่งที่พวกข้าต้องทำคือหลอกใช้นางให้ถึงที่สุด ก่อนที่หันยี่ฉีจะรู้ตัวตนที่แท้จริงของนาง”
วิธีนี้ของดวงมู่หย่าถือว่าโหดเหี้ยมจริงๆ มิน่าล่ะมีคนบอกว่านางเป็นงูอสรพิษ แม้กระทั่งเป่ยจื่อห้าวผู้ที่ชอบทำการร้ายยังต้องคารวะนาง สามารถวิเคราะห์ทุกอย่างและแยกแยะอย่างชัดเจน
“นั้น……จางยวี่โหร่วล่ะ?”
“นางถือว่าเป็นลูกหมากสำคัญของแผนการของพวกข้า ก่อนหน้านี้พวกข้าก็รู้อย่างแน่ชัดว่าหันยี่ฉี ไม่มีจุดด้อยที่สามารถใช้ในการโจมตีเขาได้ แต่ถึงแม้เขาจะเป็นวีรบุรุษที่เก่งกาจแต่อย่างไรก็ต้องมีจุดอ่อน ตั้งแต่สมัยก่อนจนถึงตอนนี้ วีรบุรุษมากมายต้องพ่ายแพ้กับหญิงสาว หันยี่ฉีก็คงเป็นคนนั้นที่ไม่รอด
ถึงแม้นางจะแยกแยะได้อย่างมีความเหตุผล แต่เป่ยจื่อห้าวยังคงไม่เข้าใจว่านางกำลังคิดจะทำอะไร
“ในเพลานี้ เจ้าพูดถึงเป้าหมายของเจ้าว่าคืออะไรก็พอ ข้าไม่มีกะจิตกะใจจะฟังอีกต่อไป
“ความหมายของข้าก็คือให้หลอกใช้ไป๋หลิงกวงต่อไป!ถ้าด้วยนิสัยของไป๋หลิงกวงแล้ว ถึงแม้ว่าตอนนี้นางจะบรรลุเป้าหมายเพียงชั่วคราว แต่ในใจของนางต้องมีเรื่องที่ทำให้ไม่สงบสุข แค่จางยวี่โหร่วยังชีวิตอยู่เพียงวันเดียว นางต้องรู้สึกแน่ๆว่าจะต้องถูกหันยี่ฉีแย่งไป แล้วเจ้าคิดว่านางจะไม่หาวิธีไปจัดการกับจางยวี่โหร่วหรือ?”
พอเป่ยจื่อห้าวได้ยิน สายตาของเขาก็เปล่งประกายขึ้น สื่อให้เห็นว่านางพูดเยี่ยงนี้มันมีเหตุผล
“แต่ถ้านางไม่ติดกับดักอีกล่ะ? นางสามารถไล่จางยวี่โหร่วออกไป นางก็รู้สึกพึงพอใจแล้ว แล้วนางจะออมมือได้เยี่ยงไรกันเล่า?"