ตอนที่ 330
ตอนที่ 330 สายตาที่รุกราน
October 28, 2026
ตอนที่ 330 สายตาที่รุกราน
นี่เป็นช่วงเพลาที่ทำให้รู้สึกอึดอัดมากที่สุด
ถ้าเป็นแต่ก่อน จางยวี่โหร่วยังสามารถพูดทำร้ายจิตใจเขาได้ หรือว่าก็ไม่สนใจเขาเลย แต่หลังจากที่เรื่องนั้นเกิดขึ้น นางจะทำเยี่ยงนั้นได้เยี่ยงไร?
อีกอย่างความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขา จริงๆมันไม่ได้พูดให้เข้าใจอย่างง่ายๆ
“เจ้า……ร่างกายของเจ้าหายดีแล้วหรือ? พิษที่อยู่ในร่างกายของเจ้าได้ถูกกำจัดออกไปหมดแล้วใช่หรือไม่?” ไหนๆก็เจอหน้ากันแล้ว ก็ควรถามถึงสาระสุขดิบกันหน่อยเป็นเรื่องธรรมดา ไม่เช่นนั้นนางก็คงเป็นคนไร้จิตใจจริงๆ
นางไม่ได้ไม่อยากคุยกับเขา แต่แค่รู้สึกอึดอัดเท่านั้น
“ดีขึ้นแล้ว!”
พอได้ยินเขาเอ่ยปากพูดขึ้น จางยวี่โหร่วก็รู้สึกโล่งอกไปหน่อย
ช่วงเพลาที่ผ่านมา ไม่ใช่ว่านางจะไม่กังวลอะไรเลย แค่นางอยากคิดให้น้อย แต่พยายามห้ามใจตนเองไม่ให้ไปคิด
นางรู้สึก แค่นางคิดมากไปหน่อย ก็จะไม่สัตย์ซื่อกับหันยี่ฉี ฉะนั้นเลยยอมแบกรับความรู้สึกไม่สบายใจในใจและความรู้สึกละอายใจต่อเขา และไม่ยอมให้ตนเองไปคิดถึงเขา
“นั้นก็ดี!” นางเลยเริ่มที่จะเลี่ยงเรื่องที่กำลังจะคุย “หวงเย่ได้รับบาดเจ็บ เดี๋ยวข้าพยุงเขาไปหาหมอก่อน
นางก็ใสซื่อเกินไป มันไม่ง่ายเลยที่จะได้เจอหน้ากัน คิดว่าเขาจะปล่อยนางไปง่ายๆต่อหน้าต่อตานั้นหรือ?
เขาจับมือของนางไว้ทันที สายตาอันเฉยชาของเขามองไปยังหวงเย่ที่อยู่ข้างๆ “เจ้าต้องการนางพาเจ้าไปนั้นหรือ?”
ถึงแม้ว่าเขาแค่หันไปมองเขาเพียงพริบตา ดูนัยน์ตาของเขาก็กำลังข่มขู่เขาเบาๆ และสื่อความหมายโดยนัยว่าถ้าไม่อยากตายก็ให้รีบไสหัวไปไกลๆ
แต่หวงเย่กลับไม่กลัวอะไรเลย เขาจึงรีบเข้าไปใกล้จางยวี่โหร่ว “โอ้ยๆๆ ข้าเจ็บเหลือเกิน เดินก็เดินไม่ไหวแล้ว!”
พอมองไปยังสายตาที่อาฆาตของชายผู้นั้น ในใจของเขาก็รู้ว่าซะใจอย่างบอกไม่ถูก สีหน้าที่ดูหึงหวงของเขามักจะไม่ได้เห็นบ่อย
“เจ้าทรมานปานนั้นเลยหรือ? มา พวกข้าจะพาเจ้าไปหาหมอเอง!”
จางยวี่โหร่วรีบมองไปที่เขาด้วยความเป็นห่วง แต่ยังไม่ทันได้แตะโดนมือของหวงเย่ ทั้งตัวของนางกลับถูกยกขึ้น แล้วอุ้มนางไว้
เขาอุ้มนางไว้แล้วรีบเดินเข้าไปในห้อง แล้วปิดประตูลง และไม่สนใจคนข้างนอกที่กำลังเรียกพวกเขา
“เจ้าปล่อยข้านะ เขาได้รับบาดเจ็บ ทำไมเจ้าถึงเห็นคนป่วยแล้วไม่ช่วย!” จางยวี่โหร่วพยายามดิ้นสุดฤทธิ์ แต่จะต่อต้านแรงของเขาไหวได้เยี่ยงไร หวงเย่ต้องเจ็บเพราะนาง นางจะทิ้งเขาไว้ตัวคนเดียวได้เยี่ยงไร?
“ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก เขาไม่ตายแน่นอน ถ้าตายไปจริงๆ ก็แค่กลายเป็นคนไร้ประโยชน์ เขาไม่ตายแต่ข้าก็จะจัดการเขา
จางยวี่โหร่วมองเขาเพียงพริบตา แล้วรีบไปเปิดประตู เพื่อที่จะดูว่าเขาอยู่แห่งใด
ณ ตอนนี้ จู่ๆก็มีมือสองข้างยื่นออกมาจับเอวของนางไว้ แล้วดึงนางเข้าไปกอด
“ตอนนี้เจ้าควรเชื่อคำพูดของข้าได้แล้วมั้ง!”
จางยวี่โหร่วไม่มีอะไรจะพูด หวงเย่ก็ทำเกินไป กลับกล้าโกหกนาง
พอเปลี่ยนคำพูดอีกคำมาพูดถึง เขาก็ไม่ควรทำเยี่ยงนี้จริงๆ จะเล่นละครก็เล่นให้ถึงที่สุด ทำไมตอนนี้ถึงทิ้งนางไว้แล้วหนีไปเองคนเดียว ช่างไร้ประโยชน์จริงๆ
ตอนนี้นางอึดอัดใจมาก ไม่รู้ว่าจะเผชิญกับเขาอย่างไร
มือของเขาข้างหนึ่งยังคงโอบเอวนางไว้ แต่อีกข้างก็ยื่นมือไปปิดประตูลงเบาๆ
จางยวี่โหร่วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ รู้สึกเหมือนตนเองกำลังอยู่ในโลกที่มีแค่เขาสองคน บนโลกใบนี้เหมือนจะมีแค่เขาอยู่
ข้างหลังของนาง มีชายร่างสูงยาวยืนอยู่ จริงๆพอมองเขาที่ดูเหมือนจะอ่อนแอ แต่กลับทำให้รู้สึกปลอดภัยเมื่อเขาคอยติดตามนาง