ตอนที่ 347
ตอนที่ 347 จะไม่ยอมให้อภัยเด็ดขาด
October 28, 2026
ตอนที่ 347 จะไม่ยอมให้อภัยเด็ดขาด
“หัว เจ้ายังสบายดีหรือไม่?” หลิงจือกำลังกังวลแล้วมองเขาอยู่ ทั้งๆที่รู้ว่าเสด็จพ่อได้เสียมากทำให้เขาเสียขวัญมาก ตอนนี้ก็เหมือนจะทำให้เขายิ่งเจ็บปวด นางเกรงว่าเขาจะรับไม่ไหว
เป่ยจื่หัวจับมือของนางไว้ และส่ายหัวเบาๆ “ข้าแค่รู้สึกว่าตนเองไม่มีประโยชน์ กลับพึ่งรู้ความจริงตอนนี้ เจ้ากับน้องโหร่วเอ๋อได้แอบแบกรับมันไว้เยี่ยงนี้ ทำให้พวกเจ้าลำบากใจจริงๆ”
หลิงจือถอนหายใจเบาๆ จากนั้นก็พูดให้กำลังใจเขา “แค่เจ้าสามารถเข้มแข็งขึ้นมา เรื่องพวกนี้ไม่ถือว่าลำบากเลย ในช่วงเวลาที่สำคัญเยี่ยงนี้ พวกข้าต้องสามัคคีเป็นหนึ่งเดียว!ต้องรู้แล้วความเสี่ยงที่พวกข้าต้องเผชิญตอนนี้ไม่ได้มีแค่องค์ชายสาม แล้วยังมีมู่โหรงจิ๋วและดวงมู่หย่าอีก พวกเข้ามาที่นี่ก็เพื่อจะทำลายหนานหชู่ ภาระหนักหน่วงเยี่ยงนี้มีเจ้าคนเดียวที่แบกรับไว้ก็คงจะแสนลำบาก”
จริงๆคนนอกพวกนั้น เขาไม่ได้รู้สึกกลัวเลย แค่เขารู้สึกเจ็บใจที่สุดก็คือเป่ยจื่อห้าว
เขาถอนหายใจแล้วพูดขึ้น “ทุกคนต่างก็คิดหาวิธีเพื่อที่จะปกป้องบ้านเมืองของตนเอง แต่เขากลับทรยศหักหลังไปอยู่ฝ่ายศัตรู เจ้าอยากจะทำลายหนานหชู่จริงๆหรือ? ไม่…… ข้าจะไม่ยอมให้เขาสมดั่งใจหวัง เขาไม่ใช่น้องสามของข้าอีกต่อไป ข้าจะไม่ยอมให้อภัยเขาเป็นอันขาด”
คำๆนี้ที่เขาพูดออกมามันช่างดีมาก!
หลิงจือและจางยวี่โหร่วยิ้มให้กันและกัน และได้รู้ว่าเขายอมรับความจริงได้แล้ว และกำลังคิดออกก็ตอนนี้
“จะอย่างไรก็ตามพวกข้าก็เป็นแค่แม่หญิง ไม่รู้เรื่องวงในราชสำนัก ไหนๆฮ่องเต้ก็รู้เรื่องจริงทั้งหมดแล้ว ต่อไปต้องทำเยี่ยงไหน ก็ต้องดูฮ่องเต้ตัดสินใจ”
เป่ยจื่อหัวกลับมามีสติอีกครั้ง จากนั้นก็มองจางยวี่โหร่วด้วยสายตาที่ซาบซึ้ง “คุณน้องโหร่วเอ๋อ ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าเตือนข้า วันนี้ข้าอาจจะตกอยู่ในอันตรายจริงๆ เจ้าเตือนได้ไม่ผิด ต้องลงมือก่อนจึงจะเป็นฝ่ายชนะ หลังจากพิธีส่งศพของเสด็จพ่อได้เสร็จลง น้องสามก็ไม่เคยโผล่หน้ามาอีกต่อไป แม้กระทั่งตอนเช้าที่เข้าประชุมในราชสำนัก เขายังบอกว่าตนป่วย และมู่โหรงจิ๋วก็เงียบหายไป และไม่ได้พูดถึงเรื่องงานอภิเษกสมรสอีกต่อไป ข้าได้แอบสังเกตพวกเขามาตลอด พอคิดๆดูแล้ว พวกเขากำลังปฏิบัติแผนการอย่างแน่นอน”
“ฮ่องเต้อยากทำเยี่ยงไร ก็แค่สั่งการมา พวกข้าจะให้ความร่วมมืออย่างดีที่สุด” จางยวี่โหร่วพูดขึ้นด้วยสีหน้าปกติ
เป่ยจื่อหัวคิดๆดูแล้วค่อยๆเอ่ยปากขึ้น “สามวันที่จะมาถึง เป็นพิธีแต่งตั้งฮองเฮา แต่เป็นพิธีสมรสที่ข้ามอบให้กับจือเอ๋อภายหลัง วันนั้น เหล่าขุนนางทุกท่านจะเข้ามาในวัง แม้กระทั่งน้องสามและมู่โหรงจิ๋วก็มา ถ้าเพลานั้นสั่งคนจับกุมพวกเขา พวกเขาคงไม่มีกำลังจะต่อต้านอย่างแน่นอน”
“แน่นอน……”เขาพูดขึ้นต่อ “เมื่อครู่เจ้าพูดว่าไม่กี่วันนี้พวกเขาจะเริ่มปฏิบัติแผน พวกเขาต้องเลือกเวลาอันเหมาะสม หรือว่า……วันที่จัดพิธีแต่งตั้งฮองเฮา จะเกิดสงครามอันดุเดือดขึ้น”
ความหมายของเขาคือไม่ใช่แค่พวกเขาจะลงมือ ฝั่งเป่ยจื่อห้าวก็จะทำอะไรด้วยเช่นกัน?
นี่อาจจะเป็นไปได้อย่างแน่นอน
สิ่งที่พวกเขาสามารถทำออกมาได้ ฝ่ายตรงข้ามก็คงทำออกมาได้ด้วยเช่นกัน
หรือว่าพวกเขาก็คิดจะใช้โอกาสที่ทุกคนอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา ทำให้สถานการณ์อยู่ภายใต้การควบคุม ถ้าสำเร็จ ก็จะไม่มีใครหน้าไหนกล้าต่อต้านพวกเขา
“ใจมือของเป่ยจื่อห้าวก็มีกองกำลังทหารลับอย่างแน่นอน ไม่กี่ปีที่ผ่านมา เขาได้แอบซื้อใจทหารมาเป็นพรรคพวกของเขาเพื่อที่จะรอวันนี้ ตอนนี้เขาได้กลายเป็นเยี่ยงนี้แล้ว ข้าได้ส่งคนไปสืบหากองกำลังทหารเหล่านั้น เจ้าต้องเตรียมตัวรับมือไว้ให้ดี เดี๋ยวสุดท้าย แม้แต่กองกำลังในวังก็เกรงว่าจะตั้งรับไม่ไหว แต่มีคนๆหนึ่งที่คุ้นเคยกับเรื่องนี้มาก ถ้าอยากจะตั้งรับไว้อย่างดี… ก็คงต้องหาเขาเป็นอันดีที่สุด”
ถึงแม้นางไม่รู้ว่ากองกำลังพวกนั้นไปตั้งทัพไว้ที่ไหน แต่ก่อนหน้านี้นางได้ให้คนไปช่วยสืบ และได้เบาะแสมาแล้ว แต่ตอนนี้นางไม่อยากพูดถึงคนๆนั้นเท่านั้น
แต่ว่าเป่ยจื่อหัวและหลิงจือกลับรู้ว่าคนๆนั้นคือใคร นางก็พูดขึ้นเยี่ยงนี้แล้ว พวกเขาจะไม่รู้เรื่องได้อย่างไร?