ตอนที่ 411
ตอนที่ 411 การล่มจมของตำหนักอ๋องชิงผิง
October 28, 2026
ตอนที่ 411 การล่มจมของตำหนักอ๋องชิงผิง
เสี่ยวเฟิงเห็นว่ามีคนอยู่เคียงข้างจางยวี่โหร่ว ถ้าตนเองไม่ได้อยู่เคียงข้างก็คงไม่เป็นอะไร ฉะนั้นนางเลยถือโอกาสตอนที่นางมีเวลาก็ไปหาเย่นหลินที่ตำหนักอ๋องชิงผิง
ตอนที่นางถึงที่นั่น เห็นเขากำลังจะจัดการพวกบ่าวไพร่ ให้พวกเขาแยกทางกันไปหาตำหนักที่อื่นอยู่
ตอนนี้ ทั้งตำหนักอ๋องชิงผิงกลับดูโล่งโจ้งมาก
พอนึกถึงแต่ก่อน ที่นี่เคยเป็นที่ๆน่ายกย่องมาก่อน ก็เพราะว่ามีเจ้านายที่เก่งการรบ อ๋องชิงผิงจึงทำให้เป็นที่โปรดปรานและเคารพนับถือ
แต่ว่าวันนี้เขาตายไปแล้ว ไม่ได้รับการยกย่องว่าเป็นวีรบุรุษอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นผู้ชายที่เห็นของใหม่แล้วลืมของเก่า และยังเป็นผู้ชายสารเลว อีกอย่างยังเป็นฆาตกร
แน่นอนว่าหลังจากนี้ ถ้าก่อนที่นางยังไม่มีหลักฐานมาชี้ตัว ก็ควรเก็บเอาไว้ ห้ามเปล่าประกาศออกไป
ถึงแม้สำหรับเสี่ยวเฟิงแล้ว ถุงเงินนี้ก็สามารถพิสูจน์ทุกอย่างได้อย่างชัดเจนแล้ว หันยี่ฉีคือฆาตกร
เย่นหลินเห็นคนที่สวมใส่ชุดชมพูที่ยืนอยู่ไม่ไกล และหญิงสาวผู้น่ารักอยู่ที่นั่น หน้าของนางกำลังยิ้มเบิกบานแล้วลืมตาโตมองเขาอยู่ เขาก็รีบวางทุกอย่างบนมือลง แล้วรีบเดินไปหานาง
“เจ้ามาได้เยี่ยงไร?”
แค่เอ่ยปากก็พูดด้วยคำพูดที่เย็นชาออกมา นี่เขาช่างไม่รู้จักรักษาความรู้สึกกันเลย
เสี่ยวเฟิงเบะปากเบาๆ และจ้องเขาไว้ “เจ้าคิดว่าข้าอยากจะมาที่แบบนี้หรือ? เจ้าตำหนักที่เป็นฆาตกรเยี่ยงนี้ ข้าไม่ได้เหยียบเข้ามาแม้แต่ก้าวเดียว”
แต่นางมาที่นี่ก็เพื่อเขาไม่ใช่หรือ?
แต่ว่าผู้ชายอย่างเย่นหลินกลับไม่มีทางที่จะสามารถเข้าใจ!
“เสี่ยวเฟิง……” น้ำเสียงของเย่นหลินเหมือนจะทนไม่ไหวเสียแล้ว “จะอย่างไรท่านอ๋องก็เป็นเจ้านายของข้า อีกอย่างท่านก็ได้ตายไปแล้ว เจ้าอย่าพูดอะไรที่ไม่เคารพเขาได้หรือไม่”
ถ้าเขาได้ยินคำพูดพวกนี้ เขาคงไม่มีทางให้อภัยเจ้าเด็ดขาด
เสี่ยวเฟิงเบะปากอีกครั้ง และทำน่าอึดอัดใจแล้วมองเขา “ข้าอุตส่าห์มาจากแดนไกลมาดูเจ้า เจ้ากลับพูดจาเข้าข้างฆาตกร ข้ารู้ว่าเจ้ากับเขามีความสัมพันธ์ที่ไมตรีกันมาก แต่เจ้าก็อย่าไม่แยกแยะความถูกต้องได้หรือไม่”
เย่นหลินเห็นนางเป็นเยี่ยงนี้ และถามขึ้นอย่างไม่เข้าใจ “ทำไมพวกเจ้าถึงคิดว่าท่านอ๋องเป็นคนทำจริงๆ? ก็เพราะว่าถุงเงินลวดลายนกยวนยันที่เจ้าถือนั้นหรือ?”
“หรือว่านี่ยังไม่พอ? เขาเป็นคนที่ทิ้งหลักฐานนี้ไว้เอง นอกจากเขาแล้วยังมีใครอีก? อีกอย่างเจ้าคือทหารที่ติดตามเขาตลอด คืนนั้นเจ้าไปไหน เจ้าน่าจะรู้ดีแค่ใจไม่ใช่หรือ?”
เขารู้ดี แค่ว่า…….
เขาขยับริมฝีปากตนเองเล็กน้อย แล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ “สำหรับเรื่องนี้ ข้าไม่รู้จริงๆ ท่านอ๋องจะทำอะไรแล้วจะมาบอกข้าได้เยี่ยงไร แต่ช้าแค่ไม่อยากเชื่อว่าท่านอ๋องจะเป็นคนทำเท่านั้น”
“แต่เจ้าก็เห็นกับตาว่าตอนนั้นเขาทำเยี่ยงไรกับคุณหนูของข้า เพื่อองค์หญิงแคว้นเหลียงนั้น ทำให้นางต้องบาดเจ็บสาหัสเยี่ยงนั้น ทำไมตอนนั้นเจ้าถึงไม่คิดหน่อยว่าเขาเป็นผู้ที่หักหลังผู้อื่นเยี่ยงนี้?”
ถ้าพูดหลักเหตุผลกับแม่หญิง ก็มักจะเปลืองน้ำลาย
ยิ่งไปกว่านั้นก็คือเขาเข้าใจเหตุผลที่ท่านอ๋องทำเยี่ยงนี้อย่างชัดเจน แค่ไม่สามารถพูดออกมาได้
“ไม่ว่าจะเป็นท่านอ๋องทำหรือไม่ก็ตาม แต่อย่างไรเขาก็ตายไปแล้ว เจ้าต้องสัญญากับข้าว่าจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก และอย่าพูดถึงต่อหน้าคุณหนูของเจ้าอีก ได้หรือไม่?”
เสี่ยวเฟิงลังเลไปสักพัก แต่สุดท้ายก็พยักหน้า
ช่างมันเถอะ ถึงแม้นางจะรังเกียจอ๋องชิงผิงมากเพียงใด ก็อย่าไปเรียกร้องอะไรกับคนที่ตายไปแล้วเสียเลย
อีกอย่างนางไม่สามารถไม่สนใจความรู้สึกของเย่นหลิน เขายอมถอยให้นางหนึ่งก้าวเพราะว่าเรื่องของเย่นอิ่ง นางจะยอมให้เขากดดันอีกได้เยี่ยงไร