ตอนที่ 439
ตอนที่ 439 ต้านทานไม่ไหว
October 28, 2026
ตอนที่ 439 ต้านทานไม่ไหว
“ใช่ นางคือภรรยาของข้า ข้าก็จะต้องให้สิ่งที่ดีที่สุดกับนาง แต่ก่อนที่จะพานางกลับตำหนักจิ๊วซา ข้าก็จะต้องกำจัดอุปสรรคต่างๆเพื่อไม่ให้นางได้รับภัยคุกคาม และก็ไม่อยากให้คำพูดไม่ดีไปถึงหูนาง หรือสำหรับใครที่อยากจะทำลายความรักระหว่างข้าและนาง ข้าจำไม่ปล่อยมันไว้”
ดวงตาของเขาที่พุ่งแสงดั่งสายฟ้าแลบ
อย่างไรก็ต้องระวังไว้ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เคยกลัวอะไรเลย แต่เขาก็ไม่สามารถที่จะไม่ห่วงผู้หญิงของเขา ถึงแม้พวกเขายังไม่ได้ลงมือ แต่ว่าหากมีภัยคุกคามนี้อยู่ สำหรับเขาแล้วก็เหมือนเสี้ยมปักอยู่กลางเนื้อ ตราบใดที่ยังไม่กำจัดที่ก็อาจจะนำภัยมาให้วันข้างหน้า
หชู่ถันที่เข้าใจเขา ก็ได้แต่พยักหน้าว่ารับทราบ
ถึงแม่ประมุขจะไม่ได้พูด แต่พวกเขาก็น่าจะคิดได้แต่แรกแล้ว
ถึงแม้ในหลายปีที่ผ่านมานี้ผ่านมาอย่างสงบ แต่ว่าในเบื้องลึกมีด้านมืดก็ไม่อาจเดาได้
ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ขึ้นอยู่กับเขาคนเดียวเท่านั้นว่าเขาจะเลือกอย่างไร
“ประเดี๋ยวเจ้ากับหวงเย่ปรึกษาเรื่องนี้กัน นอกจากนี้ ยังต้องช่วยข้าสืบคนคนนึง” คิดถึงนางลึกลับคนนั้นที่กล้าที่จะเล่นกลกับเขาผู้ที่มีใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยความเย็นชา นางได้หลงระเริงนานมามากแล้ว
…….
หลังจากที่จางยวี่โหร่วตื่นขึ้นมา รู้สึกมีแรงและแข็งแรงดี
เขาบิดตัวไปมาอย่างเบาเบา และอยากจะลุกขึ้นมานั่ง ผ้าห่มไหลลงไปพร้อมลมเย็นที่เล็ดลอดเข้ามาทำให้นางตกใจ และสังเกตบางอย่าง
เพราะว่าร่างกายที่อยู่ภายใต้ผ้าห่มนั้น ไม่ได้ใส่อะไรเลย มีเพียงแต่ผ้าห่มผืนนั้นที่คลุมไว้
ถ้าหากมีใครเข้ามาตอนนี้หล่ะก็ สภาพนางตอนนี้คงอันตรายมากแน่เลยหน่ะสิ?
นอกเหนือจากนี้ นางเห็นมือนางขึ้นผื่นแดงแดงเต็มไปหมด ยังไม่รวมตามจุดต่างๆของร่างกายนางที่ยังมองไม่เห็น
ผ่านไปหนึ่งวันในการพักฟื้น จุดแดงๆเหล่านี้ไม่จางไปเลย แต่กลับเข้มขึ้นมากกว่าเดิม เหมือนดอกสีแดงๆที่บานอยู่ทั่วก้อนเมฆสีขาว
จางยวี่โหร่วนั่งคิดไปสักพัก หน้าก็แดงขึ้นมา
เพราะนางนึกถึงเรื่องเมื่อวานในสระน้ำพุร้อนนั้นที่เกิดขึ้น ที่สุดท้ายนางไม่มีแรงแม้แต่จะเดินจนเขาต้องอุ้มนางกลับมาและวางไว้บนเตียงนี้
ณ ตอนนั้นนางสะลึมสะลือ และเพลียมาก จำได้เลือนๆลางๆ หลังจากที่เขาวางนางลงบนเตียงนางก็หลับสนิทไปเลย
จางยวี่โหร่วทั้งอายทั้งโกรธ กำมัดของนางจนแน่น นายจอมโรคจิตนี่ แค่ใส่เสื้อให้ข้าหน่อยมันยากมากหรือ?
ไม่สิ...ถ้าหากเขาใส่เสื้อให้ข้าหล่ะก็ ไม่อาจแน่ใจได้เลยว่าระหว่างนั้นนายโรคจิตจะคิดอะไรหรือทำอะไรมากกว่านั้นแน่แน่ นางตอนนี้นี่ไว้ใจเขาไม่ได้เลย
ทั้งๆที่มองจากภายนอกแล้วเขาทั้งนิ่งและเย็นชามาก แต่ทีเรื่องแบบนั้นเขากลายเป็นคนเร่าร้อนบ้าคลั่งมาก
พวกผู้ชายนี้ก็เหมือนกันหมด เขาก็ไม่ยกเว้น !
จางยวี่โหร่วอยากลุกขึ้น แต่ข้างๆกลับไม่มีเสื้อเลย เขาทำได้แต่มุดอยู่ในใต้ผ้าห่ม ยิ่งไม่กล้าที่จะตะโกนเรียกใครด้วย นี่มันช่างยุ่งยากจริงจริงนัก
ทันใดนั้น มีเสียงดันประตูออกมาจากข้างนอก จางยวี่โหร่วตกใจมาก รีบนอนลงและกำผ้าห่มมาปิดชิด กลัวว่าเรือนร่างกายนางจะโผล่ให้ใครเห็น
เขาตื่นตระหนกจนลืมไปเลยว่า ที่นี่เป็นห้องของเซียนแย่ซิ๊ว ใครที่จะกล้าเข้ามาไปเรื่อยถ้าไม่อยากตาย?
ชายนึงสวมชุดขาวพร้อมกับรอยยิ้มที่แสนจะอบอุ่นมาอยู่ตรงหน้านาง หน้าที่หล่อเหลากับรอยยิ้มนิดนิดนั้นช่างทำให้คนใจละลาย
เหอะเหอะ.... ตื่นมาแล้วได้เห็นภาพสวยงามขนาดนี้ มันเป็นความโชคดีอย่างหนึ่ง แต่ตอนนี้นางยังไม่มีอารมณ์มาดื่มด่ำอะไรเยี่ยงนี้นี่หน่า