ตอนที่ 471
ตอนที่ 471 คำท้าของหวงเย่
October 28, 2026
ตอนที่ 471 คำท้าของหวงเย่
ต่อไปเรื่องของหลินจือ จางยวี่โหร่วก็ไม่ได้รู้สึกกังวลอีก
เพราะว่าหลังจากที่เป่ยจื่อหัวกลับไป จึงได้ประกาศพระราชโองการออกไป เขาจะฝึกฝนและเลี้ยงดูองค์ชายสี่และองค์ชายห้าเป็นทายาทที่สืบทอดบัลลังค์ของเขา รอให้พวกเขาทั้งสองเติบโตก็จะเลือกคนใดคนหนึ่ง
พอราชโองการได้ถูกประกาศออกไป ทั้งราชสำนักก็เริ่มวุ่นวายกันขึ้นมา
ตอนนี้ฮ่องเต้ยังคงหนุ่ม และยังไม่มีโรคภัยไข้เจ็บแต่อย่างไร แต่อย่างไรก็ตาม บัลลังค์ที่เขาครอบครองก็ต้องเป็นบุตรของตนเองสืบทอดถึงจะถูก
และพอมีคนสืบทอดบัลลังค์ ฮ่องเต้ที่ทั้งขยัน เก่งกาจ แถมยังเป็นที่รักของประชาชนจะถอยให้คนอื่นง่ายๆเยี่ยงนี้ได้อย่างไร
ดังนั้น เขาตัดสินใจทุกอย่างให้เป็นเยี่ยงนี้ก็คงเป็นเพราะเขาต้องเผชิญกับการขัดขวางของคนในราชวัง โดยเฉพาะขุนนางที่เคยมีปัญหากับเขา
สุดท้ายขุนนางผู้นั้นถูกปลดจากตำแหน่งแล้วยังต้องไปรับโทษในคุก ต้องรู้จักสารภาพความผิดกับฮ่องเต้และฮองเฮา จะถือว่าสามารถอภัยความผิดให้นางได้
เป่ยจือหัวจะทำเยี่ยงนี้ขึ้น เพื่อจะทำให้ขุนนางอื่นๆไม่กล้าพูดถึงและตัดใจจากเรื่องที่อยากจะเกลี้ยกล่อมให้เขาแต่งตั้งภรรยาขึ้น และทำให้แม่หญิงที่อยากจะแต่งเข้ามาในวังได้รู้สึกกลัว
วันนี้ฮองเฮาก็ไม่รู้ว่าตนเองไปทำอะไรมาให้ชาติที่แล้วจึงได้โชคดีเยี่ยงนี้ ที่ทำให้ราชาแห่งแผ่นดินนั้นต้องถอดทิ้งความสุขสบายที่มีอนุภรรยาคอยจัดการเรื่องราวเกี่ยวกับในวัง ถ้าผู้ที่ได้รับการโปรดปรานเป็นพวกนางเอง ก็คงจะมีความสุขมากๆ
จางยวี่โหร่วรู้ว่าถ้าเรื่องพวกนี้เกิดขึ้นแล้ว ในใจรู้สึกเหมือนได้รับการปลอบโยนยิ่งนัก ครั้งนี้น้องหลินคงไม่มีอะไรน่าโศกเศร้าและน่ากังวลอีก
พี่จื่อหัวถือว่าเป็นชายผู้ที่ยอมทอดทิ้งทุกอย่าง หลินจือต้องรักษาเขาไว้ดีๆ
เหมือนดั่งนางในตอนนี้ ต่อให้ต้องฝันร้ายสักครั้ง แต่นางก็ไม่เคยถดถอย นางต้องรักษาเชียนแย่ซิ้วไว้อย่างดี จะไม่ยอมปล่อยความสุขไปง่ายๆ
……
หิมะหยุดตก ถึงแม้อุณหภูมิข้างนอกจะต่ำ แต่พอพระอาทิตย์ส่องแสงขึ้นมาก็ทำให้ไม่รู้สึกหนาว และกลับรู้สึกอบอุ่น
จางยวี่โหร่วเห็นหงยวนมาปรนนิบัติรับใช้นางเพียงคนเดียว กลับอมยิ้มขึ้น “คู่หูของเจ้าไปไหนแล้ว คงไม่ได้ไปหาหชู่ถันนะ”
หงยวนพยักหน้า และแน่ใจว่านางเดาถูกต้อง
“เป็นสาวเป็นแส้อย่ารุกเยี่ยงนั้น เห็นหชู่ถันดูเฉยชายิ่งนัก ไม่ได้ชัดเจนกับท่าทีของตนเองเลย แต่สาวน้อยคนนี้กลับไม่ยอมถอย แต่ยังคงตามรำครวญผู้อื่นอยู่ตลอดเพลา”
หลันโข้มีนิสัยที่อารมณ์ดีและเบิกบาน และหชู่ถันกลับตรงกันข้ามกับนาง นอกจากนั้น ยังให้ความรู้สึกว่าพวกเขาห่างไกลกันยิ่งนัก ถึงแม้ว่าตอนนี้นางจะสนิทสนมกับนาง แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความรู้สึกเยี่ยงนี้ได้
แต่กลับเป็นหวงเย่ที่ชัดเจนมากๆ เขามักจะแสดงสิ่งที่รู้สึกผ่านสีหน้าของตนเอง เหมือนในใจของเขาไม่สามารถปิดบังความลับอะไรไว้สักอย่าง
พอนึกถึงเยี่ยงนี้ แต่จู่ๆจางยวี่โหร่วก็หยุดชะงักขึ้นมา ทำไมรู้สึกว่า……เหมือนหวงเย่จะเปลี่ยนไปหน่อยๆ
ถึงแม้ว่าเขาจะเหมือนแต่ก่อน แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไม บางครั้งนางกลับรู้สึกว่านัยน์ตาของเขาเหมือนมีความกังวลที่อ่านไม่ออก พอมองนัยน์ตาของเขาอย่างละเอียด เหมือนทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อครู่จะเป็นแค่เรื่องที่ตนเองเพ้อฝัน
อาจจะเป็นเพราะว่านางตั้งครรภ์เลยมักจะทำให้นางคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย หวงเย่ดีกับนางมากตลอด เกิดเป็นคนต้องรู้สึกคำว่าไว้วางใจ มีอะไรที่ควรสงสัย
ตอนที่นางกำลังสติหลุดมัวแต่คิดอะไรในใจ จู่ๆก็มีคนสองคนเดินเหยียบก้อนหินมาทางนาง
หนึ่งในนั้นสวมใส่ชุดสีแดง และดูโดดเด่นในท่ามกลางหิมะสีขาว
อีกหนึ่งคน ก็คือสาวน้อยที่สวมใส่กระโปรงแล้วกำลังวิ่งพุ่งมาทางนาง
หวงเย่และเสี่ยวเฟิง ทั้งสองทำไมจู่ๆถึงเจอหน้ากัน?
“คุณหนู ถึงแม้ตอนนี้หิมะจะละลายแล้ว แต่ถนนมันเลื่อนมากๆ ท่านต้องระวังหน่อยนะเจ้าคะ” เสี่ยวฟงจึงรีบวิ่งไปข้างๆแล้วบอกเตือนนาง