ตอนที่ 494
ตอนที่ 494 เย่นอิ่งคือเบาะแสเดียว
October 28, 2026
ตอนที่ 494 เย่นอิ่งคือเบาะแสเดียว
เสี่ยวเฟิงไม่อยากให้นางต้องคิดมาก ดังนั้นก็เลยอุ้มหันเอ๋อร์เข้ามาใกล้ ๆ คิดอยากจะใช้ลูกเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของนาง
“คุณหนู ท่านดูหันเอ๋อร์สิเขากำลังมองท่านอยู่นะ เขากำลังบอกว่าทำไมท่านแม่ถึงไม่มาคุยกับข้าเลย หันเอ๋อร์อยากให้ท่านแม่อุ้ม”
ความคิดของจางยวี่โหร่วกลับคืนมา นางหันมามองหันเอ๋อร์
เพียงแต่ว่า นางคิดยังไง เหมือนมันก็ไม่แปลกอยู่ดี
“จริงสิ ทำไมหชู่ถันถึงได้มาอยู่กับเจาได้ แล้วเย่นหลินล่ะ?”
ใช่ นางนึกออกแล้ว
ตั้งแต่เมื่อวาน นางก็อยู่กับหชู่ถันตลอด นางรู้สึกว่ามันแปลกมาก
เย่นหลิน ทำไมถึงไม่ได้อยู่กับเสี่ยวเฟิงล่ะ หรือว่าเขาเกิดเรื่อง?
เมื่อนางถาม เสี่ยวเฟิงถึงกับนี่งไป
หลังจากที่ลังเลไปครู่หนึ่ง นางถึงพูดออกมาอย่างโมโหว่า “เขาจะทำอะไรได้อีก? ก็ต้องไปดูแลน้องสาวที่น่ารังเกียจของเขาน่ะสิ ทำไมถึงได้มีคนชั่วอย่างเย่นอิ่งได้นะ ข้าอยากจะให้นางตาย ๆ ไปซะ คนอย่างนางสมควรตกนรกหมกไหม้ แม้แต่ยมบาลยังรู้สึกว่าวิญญาณของนางน่าขยะแขยง”
จางยวี่โหร่วเห็นนางใช้คำพูดแบบนี้อธิบายลักษณะของเย่นอิ่ง นางก็ขมวดคิ้ว
หากเย่นหลินมาได้ยิน เขาจะต้องไม่พอใจแน่
แต่ว่าเย่นอิ่ง ...... พอคิดถึงคำพูดของนาง นางจะไม่เกลียดก็ไม่ได้
“เกิดเรื่องอะไรขึ้น?”
“เรื่องนี้ ...... รายละเอียดข้าก็ไม่ค่อยรู้ ตอนที่เรากลับไป ก็เห็นห้องของท่านรกกระจัดกระจายไปหมด รอบ ๆ ก็ไม่มีใครอยู่เลย เย่นอิ่งก็นอนอยู่บนพื้น บนเลือดก็มีเลือดไหล ใกล้ตายแล้ว ท่านหมอหชู่ต้องฝังเข็มให้นางถึงได้รอดมาได้ ตอนที่เราจะออกเดินทาง นางยังไม่ฟื้นขึ้นมา ตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย”
นางอยากจะให้เย่นอิ่งตายไปเลย เพราะว่าปล่อยนางไปหลายครั้ง นางถึงได้ก่อเรื่องมากขึ้นเรื่อย ๆ แบบนี้
จางยวี่โหร่วตกไหล่นางเบา ๆ อดไม่ได้ที่จะพูดว่า “ถึงแม้เย่นอิ่งจะน่ารังเกียจ แต่ว่าเจ้าก็ไม่ควรพาลใส่เย่นหลินแบบนั้น เย่นหลินเองก็ลำบากใจ เพื่ออนาคตของพวกเจ้าสองคน เจ้าต้องมีขอบเขตบ้าง”
เสี่ยงเฟิงก้มหน้าคิด แล้วพยักหน้า
นางทำไมจะไม่รู้ว่าเย่นหลินลำบาก เพียงแต่เย่นอิ่งครั้งนี้ทำเกินไป หลอกพวกเขาครั้งแล้วครั้งเล่า ยังทำร้ายคุณหนูของนางอีก พวกเขาให้โอกาสนางยังไม่มากพอหรือไง?
แต่ว่า เมื่อคิดว่าพวกนางกลับมา เห็นเย่นอิ่งหัวแตกแบบนั้น ใกล้จะตายแล้ว ก็ถือว่าเป็นกรรมของนางเอง
ตอนนี้คุณหนูเองก็ปลอดภัยดีแล้ว นางก็ได้รับบทลงโทษไปแล้ว ตัวนางก็ไม่น่าจะมีอะไรติดค้างแล้ว
พอคิดได้แบบนี้ นางก็เหมือนจะสบายใจขึ้น
ตลอดทาง เสี่ยวเฟิงเล่าเรื่องของพวกเขาบนเกาะกับเรื่องหชู่ถันกับหลันโข้ให้นางฟัง
ที่แท้หชู่ถันมีใจให้หลันโข้นี่เอง เพียงแต่ไม่ได้แสดงออก ซึ่งมันเป็นวิธีการปกป้องคนที่เขาชอบ
เพราะไม่อยากให้หลันโข้ถูกจับจ้องมากเกินไป เลยแสดงท่าทีเฉยชาใส่ เพียงแต่แอบดูแลนางอยู่ห่าง ๆ
แต่พอเกิดเรื่องในครั้งนี้ ทำให้เขาเข้าใจว่านางมีค่ามากแค่ไหน เลยสารภาพความในใจออกไป
นางยังบอกนางอีกว่า เพราะหชู่ถันรู้วิชามนต์ดำ ไม่นานก็รู้ว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน พวกเขาพายเรือไปถึงฝั่ง จากนั้นก็ขี้ม้าไม่หยุดมาจนถึงที่นี่
ไม่นานนักก็ออกมาจากป่าได้
จางยวี่โหร่วพบว่า มันเป็นสถานที่ที่ลึกลับมาก
หวงเย่พานางมาซ่อนไว้ที่นี่ หากมีคนคิดจะทำร้ายนางจริง คงจะหาได้ยาก
หวงเย่ พอนางนึกถึงชื่อนี้ขึ้นมาก็รู้สึกเจ็บปวด เจ้ายังเป็นหวงเย่คนที่ข้าเคยรู้จักหรอ?
.............