ตอนที่ 515
ตอนที่ 515 ไม่มีศัตรูที่ต้องเกลียดชังตลอดไป
October 28, 2026
มีจิ๋วเฉิงคอยช่วย ทำให้พวกเขายิ่งอยู่ยิ่งใกล้ความจริง
รวมไปถึงได้ซีหลิงที่มีความแค้นติดตัวมา 20 ปีก่อน นางวางแผนการร้ายต่างๆ และหลายปีที่ผ่านมาที่นางได้ทำอะไรอยู่อย่างลับๆ
ตอนนี้สิ่งเดียวที่ไม่เข้าใจคือ ตัวปลอมที่เกิดขึ้นผู้นั้น
หรือว่ารอให้พวกเขาไปหน้าผาต้วนโถวก่อน ทุกอย่างก็จะได้คำตอบ
ถ้ายังไม่ได้อีก ก็คงต้องกลับไปตำหนักจิ๊วซา ต้องคิดหาวิธีเอาไป๋หลิงกวงให้อยู่ แล้วให้นางพูดความจริงออกมา
รู้ว่าพวกเขาจะเดินทาง เย่นอิ่งรู้สึกตื่นเต้นยิ่งนัก ก็อยากจะไปกับพวกเขา แต่ก็ถูกพวกเขาขัดขวาง
“ไม่ได้!”
“ทำไม หรือว่าพวกเจ้าไม่เชื่อข้า? ข้าก็ได้บอกทุกอย่างกับเจ้าแล้วไม่ใช่หรือ?”
ถึงแม้นางจะรู้สึกเกลียดเซียนแย่ซิ้ว แต่นางก็ไม่อยากให้เขาเป็นอะไรไป นางอยากจะติดตามพวกเขาไปหาเขากลับมา
“ไม่ใช่เยี่ยงนี้ เพราะว่าเจ้ารู้ความลับของพวกเขามากเกินไป ยิ่งไม่อยากจะให้เจ้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ถ้าคนๆนั้นรู้ว่าเจ้าฟื้นขึ้นมาแล้ว ก็คิดว่าความลับของตนเองรั่วออกมาแล้ว ดังนั้นเจ้าก็ควรทำเป็นไม่ได้ฟื้นขึ้นมา จะได้ไม่ให้พวกเขาสงสัย”
เหตุผลนี้เย่นอิ่งสามารถรับได้ แต่นางก็ยังคงสงสัยอยู่ดี
“อีกอย่าง เจ้าพึ่งจะฟื้น ร่างกายยังไม่ดีขึ้น แน่ใจหรือว่าจะสามารถร่วมเดินทางไปกับพวกข้าได้? ตอนนี้เจ้าไม่มีพลัง ถ้าเกิดเรื่องอันตรายขึ้นมาพวกข้ายังต้องมาดูแลเจ้า ก็ยิ่งทำให้เสียเพลา เจ้าอยู่พักฟื้นที่นี่เถอะ” หชู่ถันสามารถคุยกับนางเยี่ยงนี้ได้ แสดงว่าเขาได้เห็นนางเป็นศัครูน้อยลงแล้ว
เพื่อเห็นแก่ส่วนรวม เย่นอิ่งก็ได้แค่ยอมรับในการมอบหมายของเขา
……
หลังจากที่หชู่ถันกับจิ๋วเฉิงจากไป นางก็รู้สึกโดดเดี่ยวยิ่งนัก
เพราะว่านางบอกว่าซีหลิงได้วางแผนการร้ายไว้ วันนี้เลยไม่ได้รู้สึกไม่ดีกับนาง
ถึงแม้ว่านางจะฟื้นขึ้นมา แต่ร่างกายของนางยังคงอ่อนแออยู่ หวงเย่ทำร้ายนาง ร่างกายที่เจ็บปวดอยู่แล้วก็เจ็บปวดขึ้นอีก ภายในยาสมุนไพรทุกอย่างนางก็คงต้องกินตลอด
นึกถึงตนเองตอนแต่ก่อน ตอนนี้มาถึงจุดๆนี้ ก็ถือว่าช่างน่าขบขันจริงๆ
ตอนนี้นางมีเพียงร่างกายที่ไร้ค่า ไม่มีประโยชน์ ยังสามารถทำอะไรได้อีก?
ถึงแม้ว่านางจะอยู่กับเซียนแย่ซิ้ว แต่สภาพร่างกายนั้นก็คงอยู่ได้ไม่กี่ปี
พอถึงเพลาดื่มยา เสี่ยวเฟิงรอให้ยาต้มเสร็จ ก็ยกไป พอเปิดประตูออกไป ก็เห็นเย่นอิ่งกำลังคิดอะไรอยู่เงียบๆ
เพราะว่านางได้คิดมากเกินไป และไม่ได้สังเกตเห็นว่ามีคนเข้ามา
จนกว่าเสี่ยวเฟิงเดินไปอยู่ตรงหน้าเตียง ถ้วยยาได้วางอยู่ตรงโต๊ะ นางก็เหมือนตื่นจากฝัน และมองไปที่นาง
“เจ้าเข้ามาทำอะไร?”
เมื่อครู่ยังเงียบสงบเยี่ยงนั้น ทำไมวันนี้เหมือนนัยน์ตาของเสี่ยวเฟิงแล้วทำตัวเย็นชา เหมือนทั้งตัวของนางกำลังปล่อยหนามออกมา
“ก็มาส่งยามาให้เจ้าหน่ะสิ เจ้าออกข้างนอกไม่ได้ ข้าก็ต้องมาดูแลเจ้า” เสี่ยวเฟิงทำด้วยตามสบาย
“ไม่ต้องการ ออกไป!”
นางรู้ว่าพวกเขาทุกคนต่างก็เกลียดนาง เกลียดเข้ากระดูกดำ ตอนนี้ก็ไม่ต้องมาสวมหน้ากากทำเป็นทำดีกับนางหรอก
นางไม่ต้องการใครมาเห็นใจและสงสารนาง
ถ้าเป็นนิสัยของเสี่ยวเฟิงตอนเมื่อก่อน ก็ต้องด่ากับนางสักตั้งนึ่ง แต่นางกลับไม่ได้โกรธ และมองนางอย่างอดทน
“ให้ข้าออกไปได้ แต่เจ้าต้องดื่มยาให้หมดก่อน เจ้าคือน้องสาวของเย่นหลิน เรื่องของเขาก็คือเรื่องของข้า ตอนนี้เขากับหชู่ถันไปตามหาท่านประมุข ตอนเขาไม่อยู่ข้าก็ต้องช่วยเขาดูแลเจ้า ถ้าเจ้าตาย ชีวิตนี้เขาคงไม่มีความสุข”
เย่นอิ่งยิ้มเยาะออกเสียง “ที่แท้ก็คือจะเอาใจข้าเพราะพี่ข้า ตอนนี้ทั้งใจของเขามอบให้แก่เจ้า เจ้าไม่ต้องมาทำเยี่ยงนี้หรอก”
“จริงๆก็ไม่ใช่เพราะเขาทั้งหมดหรอก ยังมีอีกเหตุผล ก็คืออยากจะขอบคุณเจ้าที่เมื่อครู่บอกความจริงออกมา เจ้าสามารถบอกเรื่องที่ตนรู้ให้พวกข้า ทำเยี่ยงนี้ความหวังที่จะตามหาท่านประมุขก็เยอะขึ้นมาหน่อย คุณหนูกับหันเอ่อจะได้หลุดพ้นจากอันตรายเร็วหน่อย” เสี่ยวเฟิงพูดออกมาจากใจ ทีแรกนางรู้สึกเย่นอิ่งก็ไม่มีทางพูดความจริงออกมาเด็ดขาด แต่ตอนนี้นางก็พูดแล้ว งั้นก็ต้องขอบคุณนางบ้าง
“งั้นก็ยิ่งตลกสิ เจ้านึกว่าข้าพูดออกมาเพราะจางยวี่โหร่วนั้นหรือ? ข้าอยากจะให้ข้าไม่ต้องได้อยู่กับท่านประมุขตลอดไป! ต่อให้จางไท่ซือไม่ใช่คนที่ทำให้ไฟไหม้ในแคว้นเย่ ข้าก็ยังเกลียดนางที่แย่งท่านประมุขไป ข้าจะไม่มีทางให้อภัยนาง”
เสี่ยวเฟิงไม่รู้นางโตมาในสภาพแวดล้อมยังไง ถึงได้มีนิสัยเยี่ยงนี้
แค่นางฟังเรื่องราวของเย่นหลินตอนเด็กๆ และความลำบากที่ได้ผ่านมา นางก็รู้สึกสงสาร
“พวกนี้มันไม่ได้สำคัญเลย ตอนนี้คุณหนูแค่หวังว่าท่านประมุขจะกลับมาอย่างปลอดภัย สำหรับเรื่องนี้แล้ว เจ้ากับคุณหนูต้องร่วมมือกันด้วยสถานการณ์มันบังคับ บนโลกใบนี้ไม่มีศัตรูที่ควรจะเกลียดกันตลอดไป อย่างน้อยก่อนที่ท่านประมุขจะกลับมาอย่างปลอดภัย พวกข้าก็ควรสงบศึกกันก่อน?
เย่นอิ่งเผยยิ้มมุมปาก แล้วเป่ายาที่นางยกมา ยื่นให้นาง
พอเย่นอิ่งเห็นว่าเป็นเยี่ยงนี้ สีหน้าของนางก็เต็มไปด้วยความสับสน
…….