ตอนที่ 535
ตอนที่ 535 ความแค้นที่ไม่มีวันหมดไป
October 28, 2026
จางยวี่โหร่วไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของนางได้อีกต่อไป นางก้าวถอยหลังไปและจ้องมองเขา มันเป็นเหมือนการดูปีศาจเลือดเย็นที่โหดเหี้ยม
“เจ้าไม่ใช่ต้องการที่จะแก้แค้นเชียนแย่ซิ้วหรือไง? ถึงเจ้าจะเกลียดแค้นเขามาก เจ้าก็ฆ่าฉันเลยสิ ทำไมต้องไปทำร้ายคนที่ไม่เกี่ยวข้องด้วย เจ้าต้องการอะไรกันแน่?”
นางคิดเรื่องนี้ง่ายเกินไป นึกว่าประสงค์ของเขาคือนางและเชียนแย่ซิ้ว แต่ไม่คิดเลยว่าเขาอยากจะเอาชีวิตของทุกคน นางจะสามารถบอกให้ใจของตัวเองสงบนิ่งได้อย่างไร
นางจะต้องขัดขวางเขา ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม
“ถ้าเจ้ารู้ว่าข้าผ่านอะไรมาบ้าง ก็จะเข้าใจความแค้นและความไม่พอใจของใจข้า อยู่บนโลกนี้ช่างมีเรื่องที่ไม่ยุติธรรมมากมาย บางคนเกิดมาก็มีเพียบพร้อมทุกอย่าง แต่บางคนกลับอยู่ที่ต่ำต้อย ถูกครอบครัวละทิ้ง ทนทุกข์ทรมานจากความเจ็บป่วย แล้วคนพวกนี้เขาจะไม่สิทธิ์ที่จะเปลี่ยนโชคชะตาขอตัวเองเลยหรือไง?”
สิ่งต่างๆดูเหมือนจะกลับไปที่จุดเริ่มต้น ทุกอย่างควรเริ่มจากแหล่งที่มาของมัน
จะต้องรู้ว่าระหว่างเขาและเชียนแย่ซิ้วมีความแค้นอะไร นางถึงจะรู้ว่าต้องทำอย่างไร
เมื่อเห็นความเกลียดชังและขุ่นเคืองในสายตาของเขา ทำให้นางนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกับนางในชาติก่อน ความเกลียดและแค้นที่ลึกมากนั้นทำให้นางยอมแลกทุกอย่างเพื่อการแก้แค้น ให้เป่ยจื่อห้าวเหมือนตายทั้งเป็น
ถ้าหากความแค้นระหว่างเขากับเชียนแย่ซิ้วเป็นเช่นเดียวกัน ถึงเวลานั้นนางจะมีฐานะอะไรไปขัดขวางเขาหล่ะ?
ไม่ นางควรที่จะต้องเชื่อในตัวเชียนแย่ซิ้ว เชื่อว่าเขาไม่ใช่คนบ้าคลั่งอย่างนั้น
“พวกเจ้ามีเรื่องแค้นอะไรกัน เจ้าปิดบังข้ามานานขนาดนี้ ตอนนี้ถึงเวลาที่สมควรพูดมันออกมาแล้วหล่ะ! ยังมีเรื่องที่มีใบหน้าเหมือนกัน หรือว่าเจ้ากับเขาเป็นพี่น้องฝาแฝด?”
นางควรคิดได้ตั้งแต่แรกแล้ว แต่แค่ยังไม่กล้ารีบด่วนตัดสิน
“ไม่ผิด” เห็นแววตาสงสัยของจางยวี่โหร่ว เขาเขย่าหัวและยอมรับแล้ว
“อะไรกัน พวกเจ้าเป็นพี่น้องฝาแฝดกันจริงหรือ? ถ้าพวกเจ้าเป็นครอบครัวเดียวกัน เจ้าทำไมถึงอยากให้เขาตายหล่ะ เชียนแย่ซิ้วไม่เคยรู้เลยว่าเจ้าเคยมีตัวตน” สงสัยแล้วได้รู้ความจริง ทำเอานางตกใจมากเลยทีเดียว
เมื่อได้ยินประโยคนี้ ใบหน้าของเชียนหลิงหลินนั้นเต็มไปด้วยความเย็นชาและเห็นได้ชัดว่าเขากำลังรู้สึกถึงความอับอายและถูกดูหมิ่น
“เพราะว่า...ตั้งแต่ข้าเกิดมา ก็เป็นคนที่ถูกลิขิตให้ต้องตาย ถูกทอดทิ้ง ถูกลืม แม้แต่แม่แท้ๆของข้ายังไม่รู้ว่าข้ามีตัวตนอยู่ ก่อนหน้านี้ เขามีตำแหน่งคือองค์รัชทายาทของแคว้นเย่ ต่อมาเขาได้เป็นผู้มีอำนาจในตำแหน่งประมุขของตำหนักจิ๊วซา แล้วข้าได้เป็นอะไรหล่ะ? ตั้งแต่เล็กจนโต ข้าก็ได้แต่ใช้ชีวิตอยู่ในเงามืด เจ้าคิดสิว่าข้าจะไม่เกลียดเขาได้อย่างไร?”
จางยวี่โหร่วได้ยินเรื่องเหล่านี้ รู้สึกได้ว่าสมองนางกำลังสับสนอยู่
เขากำลังจะสื่อถึงอะไร?
นางก็เคยได้ยินมาไม่น้อยเรื่องที่เกี่ยวกับราชวงศ์ก่อน ฮ่องเต้กับฮองเฮาของราชวงศ์ก่อนนี้เป็นที่ลำลือกันว่ารักกันมาก หลังคลอดองค์รัชทายาทก็ยิ่งได้เป็นที่รักของทุกคน ถ้าหากไม่เกิดสงครามกันหล่ะก็ พวกเขาคงเป็นครอบครัวที่มีความสุขที่สุดในโลกนี้ แล้วเรื่องของเชียนหลิงหลินคือยังไงกัน
“เจ้าพูดให้ชัดเจนหน่อย หรือจะเป็นแบบว่าพ่อแม่ของพวกเจ้าทิ้งเจ้าแล้วเก็บเชียนแย่ซิ้วไว้คนเดียวหน่ะเหรอ? ไม่สิ มันจะเป็นไปได้อย่างไร ถ้าคลอดออกมาแล้วก็เป็นหนึ่งชีวิต พวกเขาจะทอดทิ้งเจ้าได้อย่างไร?”
ถ้าหากมันคือเรื่องจริงที่ฮ่องเต้และฮองเฮาละทิ้งเจ้าหล่ะก็ พวกเขาก็ไม่คู่ควรที่จะเกิดเป็นคน
“นี่คือความลับที่น้อยคนที่จะรู้ ตอนนั้นที่ฮองเฮาของแคว้นเย่ตั้งท้องได้สิบเดือน ทันใดนั้นนางก็คลอดยากมาก และนางก็ตั้งท้องลูกแฝด คนแรกที่คลอดก็ออกมาด้วยความยากลำบากเหลือเกิน ใช้เวลาไปนานมากกับลูกคนแรก พอถึงลูกคนที่สอง ฮองเฮาก็ไม่มีแรงและสลบไป ภายหลังหมอทำคลอดพยายามสุดความสามารถเพื่อให้เด็กคลอดออกมา แต่เมื่อพวกเขาเห็นว่าเขาอ่อนแอยิ่งนัก แม้แต่แรงร้องไห้ยังไม่มี เหมือนกำลังจะตาย เพื่อที่จะไม่ให้ฮองเฮาเสียใจเมื่อตอนตื่นมา ก็เลยเอาเด็กคนนั้นไปทิ้งและบอกไปว่าท้องลูกแฝดนั้นเป็นเพียงข่าวลือ เรื่องที่ว่าข้าเป็นใคร ตัวตนของข้า เชื่อว่าตอนนี้เจ้าคงจะเข้าใจแล้ว”
นางเข้าใจดีแล้ว และยังคงอึ้งเข้าไปอีก
นางไม่รู้ว่าจะบรรยายความรู้สึกตอนนี้อย่างไร เรื่องนี้มันช่าง.....เหลือเชื่อเลยจริงๆ
เขากลายเป็นพี่น้องฝาแฝดกับเชียนแย่ซิ้ว ถ้านี่คือเรื่องราวชีวิตเขา เขาก็น่าสงสารจริงๆ
แต่ว่าอย่างไรก็ตาม คนที่ติดค้างเจ้าก็ไม่ใช่เชียนแย่ซิ้ว ถ้าเขาจะแค้นก็แค้นได้ไม่มีหลักการซะเลย
สายตาของจางยวี่โหร่วที่รู้สึกเห็นใจ น้ำเสียงของนางก็ค่อยๆนุ่มลงและมองไปที่เขา
“ข้าไม่รู้ว่าเจ้าต้องผ่านเหตุการณ์อย่างนี้มา ความรู้สึกที่ถูกครอบครัวทอดทิ้งนี้คงเจ็บปวดมากเลยหล่ะสิ ข้าหน่ะเติบโตจากครอบครัวที่ให้ความรัก มันยากที่จะคิดภาพว่าถ้าตัวข้าเองต้องโดดเดี่ยวอยู่คนเดียวอย่างนั้นจะเป็นความรู้สึกอย่างไรกัน สำหรับการกระทำของพ่อแม่พวกเจ้าข้าก็ไม่รู้จะตัดสินว่าอย่างไร แม้ว่าพวกเขาจะคิดว่าเจ้าอาจไม่รอดจริงๆ อย่างน้อยก็ควรเผชิญกับชีวิตของเจ้า ไม่ใช่เก็บเงียบเรื่องนี้ไว้เป็นความลับอย่างนี้”