ตอนที่ 540
ตอนที่ 540 หนีไปด้วยกัน
October 28, 2026
ณ ตำหนักจิ๊วซา ในห้องนอนที่เงียบสนั่น มีเงาร่างหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้นไม่ขยับมาประมาณหนึ่งชั่วโมงแล้ว
ในคืนที่เหน็บหนาวและเหงาเพียงนี้ เขาก็ไม่รู้ว่าตัวเองผ่านไปได้อย่างไร
ถึงแม้จากลำบาก แต่มันก็ผ่านมาแล้ว
วังของจู๋หซื่อนั้นตั้งอยู่สุดทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ที่นั่นเป็นที่ที่เงียบและลึกกว่าหุบเขาที่โย่วหซื่ออยู่
ยังดีที่หชู่ถันมีพวกสัตว์พิษเป็นเพื่อน อยู่กับการทดลองยาพิษต่างๆที่เขารัก ฉะนั้นคงจะไม่เหงาเท่าไหร่
แต่ว่าเขามีอะไรหล่ะ? ไม่ว่าจะเป็นชีวิต หรือว่าฝึกวิชา ก็มีแต่เขาคนเดียว
บางครั้งขังตัวเองไว้เป็นหลายๆเดือน ที่เขาอยู่ตรงนั้นยิ่งจะไม่มีใครมารบกวน
เมื่อก่อนนี้ เขาเป็นคนร่าเริงสดใสขนาดนั้น แต่ว่าทั้งหมดนี้ ทำให้ถูกปกคลุมเหมือนคนตาย
วังหวงซีที่อยู่ด้านล่างของตึก เขาไม่ใช่ว่าไม่ได้เห็นหญิงสาวโฉมงามคนนั้นมาหลายรอบแล้วรื้อ
บางครั้ง นางก็รอที่ข้างล่างนั้นนานมาก รอจนทนไม่ได้ก็จะพังประตูเข้าไป ค้นจนทั่วทั้งห้องนั้น
แน่นอน เขาไม่มีวันให้นางเห็นเขาได้ สุดท้ายนางก็ต้องผิดหวังแล้วจากไป
……
“แม่นาย เจ้าไม่ต้องเศร้าแล้วเพคะ หวงเย่ก็ต้องใช้เวลาในการคลายใจปมนี้หน่อย เขาไม่ได้ตั้งใจที่จะหลบหน้าเจ้า” เสี่ยวเฟิงเห็นจางยวี่โหร่วไม่มีความสุข จึงนั่งอยู่ข้างๆคอยปลอบใจ
จางยวี่โหร่วก็มองหลับไปดูตึกนั้น ในใจเต็มไปด้วยความอึดอัด
“เขาก็แค่ไม่อยากพบข้าก็เท่านั้นแหละ บางทีเจ้าขาวอาจจะพูดถูก ข้าไม่ควรมาพบเขาในเวลานี้ แต่ว่าข้าไม่อยากเห็นเขาต้องเดียวดาย ที่เขาต้องหลบซ่อนตัวอยู่แบบนี้เขามีความสุขมากนักหรือไง?”
“แต่ว่า เจ้าก็มาหลายรอบแล้วนะ เขาก็คงเข้าใจจิตใจเจ้าแล้ว”
จางยวี่โหร่วเขย่าหัวเบาๆ “ข้าก็แค่อยากจะพูดขอบคุณต่อหน้าเขาสักครั้ง ขอบคุณทุกอย่างที่เขาทำให้เจ้าขาวและข้า”
หวงเย่ ขอบคุณในความรักของเจ้า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้ากับข้าเราจะไม่มีวันเปลี่ยนไป
นางจะรอ รองวันที่เจ้าพร้อม
……..
ข้างหลังของหวงเย่ มีนางผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นมา นางเกินไปหาเขาอย่างช้าๆ มองบรรยากาศที่อยู่นอกหน้าต่างนั้น และกำลังมองร่างของคนสองคนที่กำลังเดินจากไป ห่างไกลไปเรื่อยๆ
“นางไปแล้วหล่ะ ทำไมเจ้าไม่ออกไปพบนางหล่ะ? ในเมื่ออยู่ในตึกเดียวกันแล้ว แม้ว่าจะหลบซ่อนอยู่อย่างนี้ ก็ไม่มีความหมายอะไร?” ผู้หญิงคนนั้นถามขึ้น
เพราะว่าเขาจดจ่อกับสิ่งที่เขามอง จนไม่รู้ว่ามีคนมาอยู่ด้านหลังเขา พอหมุนหัวไปดู “สายตาของเขาดุขึ้นมาและเต็มไปด้วยความเย็นชา
“ยุ่งไม่เข้าเรื่อง ทางที่ดีที่สุดเจ้ารีบออกไปซะ ไม่งั้นแม้เจ้าจะเป็นน้องสาวของเย่นหลิน ข้าก็ไม่เว้น”
แต่ก็ทำให้แปลกใจไม่น้อย ว่าทำไมเย่นอิ่งถึงมาโผล่ที่นี่ได้
“เหอะ ข้าก็ไม่หวังให้เจ้าละเว้นข้าหรอก ก่อนหน้านี้เจ้าก็เกือบจะฆ่าข้าแล้วนี่ ยังดีที่ข้าดวงดีมีชีวิตรอดมาได้ คนอย่างข้าหน่ะเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นมาก เจ้าไม่เคยได้ยินหรือไงคำที่ว่ามีแค้นก็ต้องชำระ?”
“เจ้าเนี่ยนะ? น่าหัวเราะ?”
ถึงแม้ว่าพลังเขาไม่เทียบเท่าแต่ก่อน แต่เย่นอิ่งนั้นกลายเป็นคนไร้พลังไปแล้ว เขาอยากจะฆ่านางมันก็ง่ายเหมือนบีบหมดตัวหนึ่งตาย
แต่ไม่ได้คิดว่าเย่นอิ่งนั้นไม่ได้จะทะเลาะกับเขาในเรื่องนี้เลย แต่กลับยิ้มเล็กยิ้มน้อยและจ้องไปที่เขา
“ข้าก็นึกว่า เจ้าจะพูดว่าเจ้าหน่ะยอมแพ้ต่อชีวิตตัวเองแล้ว ไม่อยากจะมีชีวิตอยู่อีกต่อไป มีคนมาทำให้เจ้าสมหวังอย่างนี้ เจ้าไม่ควรที่จะยินดีแล้วขอบคุณรื้อไง?”
เรือนร่างของหวงเย่ที่คลุมไปด้วยชุดดำ และยังมีผ้าบางๆผืนใหญ่คลุมข้างนอก ราวกับว่าเอาตัวเองอยู่ในความมืด
แต่ว่าดวงตาเขาโผล่ออกมานั้นยังคงสวยงามเช่นเคย สายตาสวยงามคู่นั้นกลับมาพลังที่อยากจะฆ่าพุ่งออกมาจ้องมองไปที่นาง
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”
“ก็ไม่มีอะไร ข้าก็แค่อยากจะพูดในสิ่งที่ข้าคิด สำหรับคนที่สิ้นหวังกับชีวิตของตนเอง เขาจะรู้สึกว่าการอยู่บนโลกนี้เป็นเรื่องที่แสนทรมาน แต่เขาก็ไม่อยากที่จะยอมจำนนต่อชีวิตตัวเองง่ายๆ และก็หาวิธีที่จะสามารถช่วยได้ และก็บอกตัวเองว่าจะต้องอยู่ต่อไป ก็เหมือนข้าเมื่อก่อน ไม่ได้รับรักจากประมุขข้าก็เริ่มเปลี่ยนรักเป็นแค้น คิดหาวิธีต่างๆนานาเพื่อที่จะไปทำร้ายผู้หญิงที่เขารัก แต่ว่าเมื่อถึงสุดท้าย ข้ากลับไม่ได้อะไรเลย และยังทำให้ตัวเองเจ็บปางตาย”
หวงเย่หัวเราะอย่างเยือกเย็นแล้วมองไปที่นาง “ เจ้ามันรนหาที่เอง!”
“จะพูดแบบนี้ก็ได้ ข้าก็ได้รับบทลงโทษแล้วหล่ะ เห็นประมุขกลับมา และอยู่กันพร้อมหน้าครอบครัวกับจางยวี่โหร่ว หน้าตาที่มีความสุข ข้าก็รู้สึกได้ว่าในใจข้านั้นไม่มีความอิจฉาริษยานั้นแล้ว จนกระทั่งถึงตอนนี้ ข้าเพิ่งรู้ว่าการปล่อยวางเรื่องหนึ่งนั้นมันดีอย่างนี้นี่เอง ถึงแม้ตอนนี้ข้าไม่มีวิชา คนไร้พลัง แต่ว่าข้ารู้สึกได้ว่าข้ามีความสุขกว่าชีวิตแต่ก่อน”
ถ้าหากเป็นแต่ก่อน เขาได้ยินเย่นอิ่งพูดอย่างนี้ เขาจะต้องคิดว่ามันน่าตลกจริงๆ และอาจคิดว่านางนั้นกำลังโกหก
แต่ว่าตอนนี้ เห็นสายตาของนางที่นิ่งสงบ ไม่เหมือนเยี่ยงแต่ก่อน และมีแววตาที่ใจเย็นสงบสุขนั้น ทำให้เขาไม่มีความคิดที่จะสงสัยเลย
“ที่เจ้าพูดเรื่องพวกนี้กับข้านั่นหมายความว่าอย่างไร?” เขาไม่รู้สึกว่ามันจะเกี่ยวอะไรกับเขา สามารถพูดได้ว่าเป็นเรื่องของเขาทั้งนั้น
“เจ้าไม่ต้องระวังขนาดนี้ ข้าก็ไม่ได้จะทำอะไรเจ้า เจ้าไม่รู้สึกหรอว่าเราสองคนช่างเหมือนกัน? ไม่ได้สิ่งที่อยากได้ ถึงแม้จะบอกให้ตัวเองปล่อยวางได้ แต่ถ้าให้ไปเจอหน้าก็ยังคงมีความรู้สึกแปลกๆ เพราะว่าคนมันเคยรู้สึก มันก็ไม่สามารถลบความรู้สึกนั้นไปได้อย่างง่ายดายหรอก”