ตอนที่ 542
ตอนที่ 542 ความสุขมาเป็นคู่
October 28, 2026
หลังจากสามวัน ตำหนักจาง
หน้าประตูมีรถหรูจินเฟินจินจอดไว้ พอคนที่บ้านเห็น เลยรีบออกไปต้อนรับ
หลังจากที่ประตูรถเปิด มีมือเล็กๆยื่นออกมา สนมรับใช้ข้างๆก็รีบเอามือไปประคองคนข้างในออกมา
คนที่บ้านสองคนนั้นที่คุกเขาและทำความเคารพ“ ต้อนรับฮองเฮา พันปีพันปีพันพันปี !”
รูปร่างดูสูงส่ง สง่า หน้าตาสวยงาม นอกจากหลินจือจะเป็นใครไปได้หล่ะ?
และก็มีแต่นาง ที่สมกับเป็นหนานหชู่ถันฮองเฮา
“ยืนขึ้นเถิด”
“ขอบพระทัยเจ้าคะ!” คนในบ้านนั้นเริ่มลุกขึ้น แต่ก็ไม่ได้มีสีหน้าตื่นเต้น
ก็เพราะว่า พวกเขารู้ว่าฮองเฮากับคุณหนูคนโตนั้นไหว้และสัญญาว่าเป็นพี่น้องกัน กับความสัมพันธ์กับตำหนักจางนั้นสนิทกันมาก อีกอย่างฮองเฮาท่านก็อบอุ่นหมั่นเพียร เข้าคนง่าย และไม่เคยใช้ยศไปข่มผู้อื่น ฉะนั้นพวกเขาไม่ได้ดูกลัวมากนัก
และอีกเหตุผลหนึ่งก็เพราะ ฮองเฮาได้มาที่นี่หลายครั้ง พวกเขาคุ้นเคยกันอยู่แล้ว
ไม่รอให้นางถาม พวกเขาก็ตอบคำถามที่นางอยากถาม
“ฮองเฮาเพคะ คุณหนูยังไม่กลับมาเพคะ”
สีหน้าของหลินจือรู้สึกผิดหวังมาก และรีบถามต่อ “แล้วนางฝากจดหมายอะไรมาบ้างไหม?”
“คือ.......พวกข้าก็ไม่รู้อะไรมากนัก หรือว่าฮองเฮาลองเข้าไปด้านในตำหนัก ลองไปถามคุณท่านและคุณนายไหมเพคะ?”
“ก็ดี! หลินจือพยักหน้า แล้วก็เดินเข้าไป
…….
จางห้าวและฉินชื่อได้ยินว่าฮองเฮากำลังเสด็จมา และรีบไปต้อนรับ กำลังจะทำความเคารพ แต่กลับถูกหลินจือสั่งหยุดไว้ก่อน
“คุณลุงจาง คุณป้าจาง ข้าบอกแล้วไงว่าไม่ต้อง? ข้าและยวี่โหร่วเราคือพี่น้องกัน ฉะนั้นข้าก็มองพวกเจ้าเป็นเหมือนพ่อแม่ข้า ถ้าพวกเจ้ายังทำอย่างนี้ก็เห็นข้าเป็นคนนอกแล้ว”
“เพคะ ฮองเฮา”
พวกเขาจะไม่รู้ได้ไงว่าหลินจือเป็นเด็กดี แต่ว่าความเคารพกฎนี้ไม่มีไม่ได้ พวกเขาก็ไม่สามารถที่จะไม่สนกฎนี้
“เนียงเนียงมาครั้งนี้ จะมาถามเรื่องของโหร่วเอ๋อหรือเปล่าเพคะ เอ่อ....พวกข้าก็ไม่รู้ข่าวของโหร่วเอ๋อ มันก็ผ่านไปนานแล้ว แม้แต่จดหมายฉบับเดียวพวกข้าก็ไม่เคยได้รับ เป็นกังวลเลยจริงๆ”
“อะไรกัน ไม่ได้รับข่าวสารอะไรเลยรื้อ? แม้ว่าเขาจะไปไกล แต่อย่างน้อยก็น่าจะบอกว่าไปที่ไหน นางคลอดหันเอ๋อได้ไม่นานก็จากไป ร่างกายเขาจะไหวไหม? หันเอ๋อก็ยังเด็ก จะทนไหวรื้อกับการเดินทางไกลๆ?”
พอนางถามเช่นนี้ พ่อแม่ก็ขมวดคิ้ว และถอนหายใจ พวกเขาเป็นกังวลจนจะแย่แล้ว
“สิ่งที่เนียงเนียงพูดก็เหมือนที่พวกข้าคิดเลยเพคะ โหร่วเอ๋อนางเป็นเด็กดี นางไม่ปล่อยให้พวกเราเป็นห่วงนางหรอก แต่ว่าครั้งนี้นางจากไปอย่างเร่งรีบ ยังไม่ทันพบหน้าก็ไปแล้ว ข้ารู้สึกว่า การไปครั้งนี้ต้องเกิดเรื่องอะไรร้ายแรงขึ้นแน่ๆ”
หลินจือได้ยิน สีหน้าเปลี่ยนทันที
เรื่องที่ร้ายแรง? เกิดอะไรขึ้นกันแน่นางถึงได้รีบไปขนาดนั้น แม้แต่ร่างกายและลูกของนางก็ไม่สนและหายไปตามไม่ได้ นี่ก็หลายเดือนแล้วยังไม่มีข่าวสารส่งมาอีก?
หรือว่า เรื่องนี้จะเกี่ยวกับสามีนาง?
นึกถึงผู้ชายรูปงามคนนั้น ครั้งแรกที่นางเห็นเขานั้นรู้สึกได้ว่ามีราศีมากกว่าจักรพรรดิซะอีก แล้วยังมีความรู้สึกถึงความลึกลับที่ไม่อาจเปิดเผย
พวกเขารู้เพียงว่าเขาคือสามีของยวี่โหร่ว ในพิธีงานแต่นั้นสถานะของเขาไม่ได้ดูร่ำรวยอะไร
แต่ว่าเขาเป็นใครกันแน่ คนในที่นี้ไม่มีใครตอบได้เลย
“คุณลุงคุณป้า พวกเจ้าพอจะรู้ไหมว่าชายผู้นั้นคือใครตระกูลอะไรบ้านอยู่ที่ไหน พวกเราจะได้หาคนไปถามได้”
สำหรับคำถามของหลินจือ ทั้งสองก็ได้แต่ส่ายหัว พวกเขาไม่รู้เลยจริงๆ
ตอนนี้พวกเขาเองก็รู้สึกว่าเรื่องนี้มันไม่น่าเชื่อ พวกเขาให้ลูกสาวตัวเองไปแต่งงานกับคนที่พวกเขาไม่รู้อะไรเลย หลายวันที่ผ่านมาก็ยังไม่ได้คิดอะไร ใจกล้าจริงๆ
แต่ว่าเวลานี้ พวกเขาก็คิดว่าเขาไม่มีวันทำร้ายลูกสาวของเขา
เพราะว่า ตอนนั้นที่จางยวี่โหร่วโดนวางยาพิษ เขานี่แหละที่เป็นคนดูแลไม่ไปไหน
ถ้าหากไม่ใช่เขาละก็ ลูกสาวของพวกเขาจะรอดมาได้อย่างไร?
เขานี่แหละ เมื่อตอนที่จางยวี่โหร่วคลอดลูกออกมา ถึงแม้ว่ารู้ว่าไม่ใช่ลูกของเขาเอง แต่เขาก็ยินดีที่จะยอมรับไว้
เมื่อตระกูลจางพูดถึงเขา ในใจนั้นเต็มไปด้วยความซึ้งใจและภูมิใจ พวกเขาก็เชื่อในการตัดสินใจของลูกสาวตัวเอง
หลินจือตอนนี้ก็ไม่รู้จะพูดอะไรดี ทำไมถึงไม่มีเบาะแสอะไรเลยหล่ะ?
นางเป็นห่วงมากว่าจางยวี่โหร่วจะเป็นอันตราย แต่บางครั้งก็คิด คนฉลาดอย่างจางยวี่โหร่ว นางจะทำอะไรก็มีเหตุผลเสมอ ฉะนั้นนางจะต้องไม่มีเรื่องอะไรถึงจะใช่
ทันใดนั้น สาวใช้ที่อยู่ด้านนอกรีบวิ่งเข้ามา
“คุณท่าน คุณนาย คุณหนูส่งข่าวมาแล้วเจ้าค่ะ!”
อะไรนะ เมื่อกี้พวกเขาเพิ่งจะเป็นห่วงนาง จู่ๆก็มีข่าวดีมา
เห็นได้ชัดว่าทุกคนตื่นเต้นและดีใจมาก รีบเดินขึ้นไป
“นี่เป็นจดหมายของคุณหนูจริงๆหน่ะหรือ?”
“จริงเจ้าค่ะ คนส่งเขาก็พูดเช่นนี้”
“แล้วคนส่งหล่ะ?”