ตอนที่ 543
ตอนที่ 543 เอิกเกริกใหญ่มาก
October 28, 2026
เมื่อเห็นว่าเขาขยับไม้ขยับมือ แม้ว่าหลินจือเขินอาย แต่ก็ยังปฏิเสธเขาไปอย่างหนักแน่น
“ไม่ได้ เจ้าพอทีเถอะ”
เป่ยจื่อหัวไม่เข้าใจ ว่าทำไมนางถึงปฏิเสธเช่นนี้ หรือว่าไปทำอะไรให้นางโกรธหรือเปล่า?
หรืออาจเป็นเพราะช่วงนี้ข้ามัวแต่ยุ่งกับเรื่องในวังจนลืมนาง?
เขาครุ่นคิดและประเมินตัวเอง เพราะว่าเขาไม่ได้หวังให้นางไม่สบายใจ
“จือเอ๋อ พวกเราก็แต่งงานกันมาครึ่งปีกว่า เจ้าเคยคิดหรือไม่ว่าแต่งงานกับข้านั้นทำให้เจ้ารู้สึกอึดอัด”
หลินจือได้ยินสิ่งที่เขาพูด ในใจก็เต้นและรีบปฏิเสธไป
“ท่านพี่ ทำไมเจ้าถึงพูดเช่นนี้? การที่ได้อยู่กับเจ้า คือเรื่องที่ข้ามีความสุขที่สุด”
เขาลากนางเข้ามากอด พร้อมสีหน้าที่รู้สึกขอโทษ
“ข้าพยายามทำทุกสิ่งอย่างให้เจ้ามีความสุข แต่ว่าบางเรื่องข้าก็ทำไม่ได้ ก่อนหน้านี้เป้าหมายที่จะชิงบัลลังค์ก็เพราะข้าคิดว่าเมื่อมีอำนาจมากขึ้นก็จะปกป้องเจ้าได้ดีขึ้น ไม่คิดเลยว่านี่กลับกลายเป็นภาระ พวกเราไม่สามารถที่จะใช้ชีวิตเหมือนสามีภรรยาแบบสามัญชลได้ และไม่สามารถพาเจ้าไปเที่ยวเล่นตามอำเภอใจได้ ข้ารู้สึกผิดกับเจ้าจริงๆ”
ได้ยินเขาพูดเช่นนี้ ใจของหลินจือเจ็บปวดเหลือเกิน
เขาเสียสละและทำให้นางมากมายขนาดนี้ แต่นางไม่สามารถทำอะไรให้เขาได้บ้างเลย
อีกทั้งตอนนั้น ที่คนในวังให้ความกดดันเขามาก นางยังโมโหและหนีออกไปจากวัง และไม่ได้นึกถึงความรู้สึกของเขาเลย
ทั้งทั้งที่เป็นนางต้องขอโทษเขา
หลินจือไม่องไม่อายอะไรแล้ว นางกอดรัดเขาไว้แน่นแล้วยื่นมือไปปิดที่ปากเขา
“ข้าไม่ให้เจ้าพูดอย่างนี้ เจ้าคือสามีของข้า แม้ว่าเจ้าจะไล่ข้าไปข้าก็จะวิ่งกลับมาเอง เพราะว่าเจ้าคือคนที่รักข้ามากที่สุดบนโลกใบนี้”
เขาได้ให้รักแท้กับนาง ทั้งชีวิตของผู้หญิงมันไม่ง่ายเลยที่ได้รับความรู้สึกอย่างนี้ และยิ่งตำแหน่งอย่างเขา
เมื่อเทียบกับความรักของยวี่โหร่วที่ฝ่าอุปสรรคมาสองครั้ง พระเจ้านั้นดีกับนางมากแล้ว
ถ้านางยังไม่พอใจอีกหล่ะก็ คงจะต้องถูกฟ้าผ่าเป็นแน่
“บื้อ ข้าจะไล่เจ้าไปได้อย่างไรหล่ะ? ข้าจะอยู่กับเจ้าตลอดชีวิต ไม่ว่าใครหน้าไหนก็จะเอาเจ้าไปจากข้าไม่ได้”
จือเอ๋อ ภรรยาของเขา หากไม่ใช่งานเลี้ยงฉลองในวังครั้งนั้น แล้วนางจะได้ว่าอยู่กับเขาอย่างนี้ได้อย่างไร
ถ้าหากไม่ได้พบกับนาง ทั้งชีวิตนี้ของเขาอาจจะไม่รักหญิงใดเลย
หลินจือประทับใจมาก ทันใดนั้นก็อยากจะสำลัก
แม้ว่าจะมีความลับหนึ่ง นางอยากจะรอให้ยวี่โหร่วกับมาค่อยพูด แต่ตอนนี้ นางกลับรอไม่ไหวแล้ว
เรื่องน่ายินดีอย่างนี้ ทำไมถึงต้องค่อยเล่าหล่ะ?
นางควรจะบอกเขาเป็นคนแรก สามีภรรยาต้องรู้ข่าวดีด้วยกันถึงจะถูก
ดวงตาที่มีเลศนัยส่องประกายออกมา จากนั้นนางก็แกล้งพูดว่า “เห็นไหม เมื่อกี้เจ้ายังจะบังคับข้า ข้าบอกแล้วว่าไม่ได้ เจ้าก็ยัง......”
เป่ยจื่อหัวไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี
นี้ก็เป็นการแสดงความรักอย่างหนึ่งของเขา และไม่มีครั้งไหนที่เขาระไม่ระมัดระวังและไม่นึกถึงความรู้สึกของนาง ผู้หญิงคนนี้ยังกล้าที่จะพูดแบบไม่สำนึกเช่นนี้
“งั้นเจ้าพูดสิ เมื่อไหร่ถึงจะเรียกว่าได้?”
หลินจือยิ้มเบาๆ “คำถามนี้ คนที่เจ้าควรถามไม่ใช่ข้า”
กิจกรรมแบบนี้ของสามีภรรยาสองคน ถ้าไม่ถามนาง จะถามใครหล่ะ?
คนที่ฉลาด และรู้จักนางดีที่สุด แต่คราวนี้ทำเขาคิดไม่ออกเลย
หลินจือลากมืเขาเข้ามาช้าๆ กดลงไปที่ท้องของตัวเอง พร้อมแววตาที่ส่องแสงประกาย
“เจ้าควรถามเขา จะตกลงไหม!”
เป่ยจื่อหัวอึ้งไปชั่ววูบ นิ่งไปครู่หนึ่ง
“จือเอ๋อ เจ้า......เจ้าพูดเรื่องจริงหรือเนี่ย?”
“หมอเฉินอยู่วันนี้ตอนเช้ามาตรวจ ไม่ผิดอย่างแน่นอน” หลินจืออมยิ้ม
“เช้านี้? ในเมื่อเจ้ารู้เรื่องนี้ตั้งแต่เช้า ทำไมไม่รีบพูดข่าวนี้ให้ข้าหล่ะ?”
ขบวนแห่จะสำคัญกว่านางและลูกได้อย่างไรกันหล่ะ!
เป่ยจื่อหัวรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาว่า ทำไมเขาถึงเลือกแห่งขบวนวันนี้ ไม่น่าเลย
“รู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์ เจ้ายังกล้าออกจากวังไปเรื่อยอีก ถ้าลูกเป็นอะไรขึ้นมาจะทำอย่างไร?”เขาตื่นอกตื่นใจและมองไปที่ท้องของนาง ในใจนั้นรู้สึกถึงความกังวลมาก
“ข้าไม่นอนอ่อนแอเพียงนั้นสักหน่อย แม้ว่าจะตั้งท้อง แต่ก็เหมือนคนปกตินี่ อีกอย่างไม่ว่าจะไปไหนก็มีคนตามเฝ้าอยู่ จะเกิดเรื่องได้อย่างไรกัน”
เป่ยจื่อหัวดึงนางเข้ามากอด จากที่อบอุ่นนั้นมีความหวงอยู่ลึกๆ
“ไม่ได้ ต่อไปไม่ว่าเจ้าจะไปไหนก็ต้องมีข้าอยู่ข้างๆ ไม่อย่างนั้นข้าไม่มีวันวางใจ”
เห็นเขาเป็นอย่างนี้ หลินจือก็ไม่รู้จะพูดอะไรดี
แต่ว่า อธิบายเข้าใจกันแล้ว นางก็เริ่มที่จะประเมิน