ตอนที่ 597
ตอนที่ 597 พรหมลิขิต (5)
October 28, 2026
ตอนที่ 597 พรหมลิขิต (5)
เวลาตรงดิ่งราวกับน้ำลึก
เหมือนทะเลสาบที่อยู่ตรงหน้าพวกเขานี้ มีแสงสะท้อนของดวงจันทร์ ดวงดาว ขนาดเสียงน้ำไหลพรากยังเสนาะหูเลย
ภายใต้แสงจันทร์ หญิงสาวชุดสีฟ้าเอามือจับที่แก้ม แล้วเงยหน้ามองดาวบนฟ้า ดูจริงจังมาก
ถ้าสังเกตดีๆ บางทีอาจจะเห็นสีหน้าที่โศกเศร้าจากใบหน้าที่สวยงามนั้นเล็กน้อย
สักพัก นางพึมพำเบาๆ “พรุ่งนี้ พวกข้าก็จะกลับไปแล้วสินะ”
“ใช่ ในจดหมายข้าไม่ได้บอกว่ากลับเมื่อไหร่ แต่ออกเดินทางพรุ่งนี้เช้า น่าจะประมาณห้าวันจะกลับไปถึงตำหนักจิ๊วซา ถึงเวลาพวกเขาต้องดีใจมาก”
จากนั้นหวงเย่ก็เพิ่มฟืนไปที่กองไฟเล็กน้อย ทำให้ไฟลุกมากขึ้น
เย่นอิ่งหันไปมองเขา ชายชุดสีแดงที่สวยงดงามนั้น ราวกับเปลวไฟในกองไฟเลย
งดงามจนผู้หญิงอย่างนางยังรู้สึกว่าเทียบไม่ติด
คิดไม่ถึงเลย บนโลกใบนี้จะมีชายที่งดงามเช่นนี้
หวงเย่รู้สึกได้ถึงสายตาที่นางจ้องมองเขา เลยหันไปยิ้มอ่อน “ทำไมเจ้าถึงจ้องข้าเช่นนี้ตลอดเลย?”
“เพราะเจ้างดงามไงล่ะ ไม่เคยมีใครบอกเจ้าหรือ ใบหน้าของเจ้านั้นสวยยิ่งกว่าหญิงสาวด้วยซ้ำ? ก็ว่าก่อนหน้านี้พวกหญิงสาวในตำหนักจิ๊วซาต่างคุยกันว่าเจ้าเป็นเกย์หรือเปล่า ยังมีคนอีกมากมายพูดว่าเจ้าชอบประมุขไม่ก็หชู่ถัน”
“อะไรนะ!” หวงเย่สีหน้าแย่เล็กน้อย ไม่ว่าผู้ชายคนไหนโดนสงสัยเช่นนี้ก็ย่อมจะรู้สึกไม่ดีกันทั้งนั้น
“พูดเล่นน่ะ แต่เจ้าก็อย่าโกรธไปเลยนะ เพราะข้าเชื่อว่าคำพูดของพวกเขานั้นไม่ได้เป็นการดูถูกใดๆ เจ้าควรจะเชื่อมั่นในตนเองหน่อย เพราะเจ้าในตอนนี้ กลับไปสง่าเหมือนเดิมแล้ว”
หวงเย่จ้องมองนางสักพัก แววตาเริ่มดีขึ้น แล้วยังมีรอยยิ้มที่มีความอ่อนโยนไม่น้อยเลย
“ถึงจะไม่พูดเล่นก็ไม่เป็นไร ใครให้ข้าเสน่ห์แรงล่ะ ไม่ว่าใครๆก็หลงหมด ข้าชินแล้ว”
เขากำลังปลอบใจนางหรือ? ถึงนางจะพูดอะไรที่หนักหนาไปหน่อยเขาก็ไม่โกรธ
ก่อนหน้านี้นางระมัดระวังตลอดเพราะกลัวว่าเขาจะโกรธ ไม่คิดว่าตอนนี้เขาเองก็ปลอบใจคนเป็นด้วย
เย่นอิ่งรู้สึกดีในใจ นางเห็นเขาเปลี่ยนแปลงมากเช่นนี้ ก็ควรจะพอใจได้แล้ว
หันหลังไปหยิบสุรามาสองขวด แล้วยื่นไปให้เขาหนึ่งขวด
“สุรานี้ข้าซื้อมาจากหมู่บ้านหนึ่ง หลังจากกลับตำหนักจิ๊วซาแล้ว สุราดีแค่ไหนก็มีหมด แต่บรรยากาศกลับแตกต่างกัน ถือซะว่าเป็นการบอกลาการเดินทางของพวกข้าละกัน”
หวงเย่ยิ้มแล้วพยักหน้า แล้วรับมา
ดมดูแล้ว หอมนวลมาก
“ของดี!”
ภายใต้แสงจันทร์ ทั้งสองดื่มด้วยกัน ดื่มจนถึงสุดท้ายต่างก็เมากันทั้งคู่
เย่นอิ่งมองเขาด้วยความเมา “เจ้า.........บรรเลงให้ข้าเพลงหนึ่งได้ไหม? ข้ายังไม่เคยฟังเพลงที่เจ้าบรรเลงเพื่อข้าคนเดียวเลย”
นางนึกถึงตอนที่อยู่ตำหนักชิงผิน เขาปลอมตัวเป็นฉินเย่ มาที่ตำหนักพร้อมกับจางยวี่โหร่ว
เขาดีดพิณคู่กับจางยวี่โหร่ว เพราะกำลังภายในเสียงเลยดังไปไกลมาก ทำให้นางรู้ว่าเขาเองก็อยู่ในตำหนัก
ก่อนหน้านี้นางรู้แค่ว่าเสียงพิณของนางนั้นเอาไว้ฆ่าคน นั่นเป็นครั้งแรกที่ได้ยินเสียงที่ไพเราะเช่นนั้น เป็นเพราะบรรเลงให้คนที่ตนเองชอบ ความหมายช่างแตกต่างกันมากนัก
“ได้สิ!”
เขายกแขนขึ้น “โยวเย่” ก็โผล่มาตรงหน้า สีแดงสด สว่างไสว
พิณนี้ก็เหมือนเป็นชีวิตของเขา ราวกับว่ารวมตัวกับเขาไปแล้ว
นิ้วที่ยาวเรียวดีดลงไป เสียงที่ไพเราะราวน้ำไหลก็ดังออกมา
เย่นอิ่งฟังแล้วคล้อยตาม ลมเย็นพัดเข้ามา เงียบจนถึงขั้นลมหายใจยังแผ่วเบา
นางคิดในใจ เสียงพิณที่ไพเราะเช่นนี้ นางจะจำไว้ตลอดไป ไม่มีทางลืม