ตอนที่ 828
ตอนที่ 828 ความลับเล็กน้อยของเซียวปี้เฉิง
September 23, 2026
หลิวฉิงนั่งในขณะที่รู้สึกเจ็บ พลิกบัญชีแล้วบอกรายละเอียดการบริหารจัดการสวนสัตว์ให้อวิ๋นหลิงฟัง
“ข้าขายบัตรเข้าชมถูก แค่คนละสิบเหวินเท่านั้น ต่อให้มีนักท่องเที่ยวหนึ่งหมื่นคนต่อวัน ก็จะมีรายได้ค่าเข้าชมแค่หนึ่งร้อยตำลึง ตอนนี้อาศัยการแสดงของสัตว์ทำเงิน และผู้ที่ทำเงินสูงสุดในช่วงนี้คือ...ท่านปู่งูเหลือม”
เพราะหลิวฉิงอยากให้ปุถุชนสามัญสามารถเข้าเที่ยวชมสวนสัตว์ได้ จึงกำหนดราคาต่ำมาก
ส่วนจะสร้างรายได้อย่างไร ก็ย่อมต้องดูดเงินจากกระเป๋าคนรวยอยู่แล้ว
การแสดงสร้างรายได้ที่ว่าก็เหมือนการถ่ายรูปและป้อนอาหารสัตว์ในยุคปัจจุบัน
ทว่ายุคนี้ไม่มีกล้องถ่ายรูป จึงให้นักท่องเที่ยวป้อนอาหารสัตว์และลูบจับ
ซึ่งกำหนดราคาค่อนข้างสูงมาก เริ่มต้นกันที่หลายสิบตำลึงกันเลยทีเดียว คือเป็นการหาเงินกับพวกเศรษฐีและผู้เรืองอำนาจโดยแท้จริง
ถึงแม้สวนสัตว์ยังมีสัตว์ประเภทอื่นที่หลิวฉิงจับมา อาทิเช่น ลิง กระรอกเป็นต้น ทว่าคนส่วนใหญ่เข้าใช้บริการเพราะเทพอสูรทั้งสี่ โดยเฉพาะท่านปู่งูเหลือม
หลิวฉิงอุทาน “ลำพังงูแก่ๆอย่างมันก็สร้างรายได้หนึ่งหมื่นตำลึงให้พวกเราแล้ว เป็นรายได้เศษหนึ่งส่วนสามเลย นับจากวันที่เปิดกิจการมา จุดที่ข้าสร้างให้ยืนชมดู มีคนเข้าแถวตรงนั้นกันเต็มเลย”
ทุกครั้งที่ดูบัญชี นางมักจะรู้สึกว่าคุ้มค่ากับความลำบากจริงๆ
โชคดีที่นางหนักแน่นที่จะเชิญท่านปู่งูเหลือมมาให้ได้ ท่านปู่งูเหลือมบำเพ็ญเป็นเซียนสำเร็จ คงจะไปเป็นเทพมั่งคั่งกระมัง?
อวิ๋นหลิงแค่ฟังหลิวฉิงเล่าคร่าวๆก็พอจะจินตนาการภาพอันครื้นเครงได้ จึงเริ่มกังวลสภาพจิตใจของท่านปู่งูเหลือมขึ้นมา
“ตอนนี้ท่านปู่งูเหลือมเป็นอย่างไรบ้าง เป็นโรคซึมเศร้าหรือไม่? ถ้าเป็นขึ้นมาต้องให้พี่ใหญ่ไปรักษาโดยด่วนนะ ท่านปู่งูเหลือมเป็นตัวดึงดูดนักท่องเที่ยวหลัก จะให้ล้มป่วยไม่ได้”
“วางใจเถิด เขาเป็นตาเฒ่าอายุเกือบร้อยปีแล้ว ยังไม่เคยเจอมรสุมแบบไหนอีก การประเคนความสำรวญแก่นักท่องเที่ยวเป็นเรื่องจิ๊บจ๋อยอยู่แล้ว”
หลิวฉิงพูดความจริง ท่านปู่งูเหลือมไม่มีอาการวิตกกังวลแต่อย่างใด เพียงแต่เป็นคนขี้อาย ไม่ค่อยชอบพบปะผู้คน
มันนอนขดตัวทุกวัน ท่าทางราวกับนกกระจอกเทศที่มุดหัวใต้ร่างกายไม่มีผิด
ถ้าถึงเวลาเลิกงานแล้วปลอดคน มันก็จะเลื้อยออกจากสวนสัตว์ไปผ่อนคลาย ฟ้าสว่างแล้วจึงจะกลับรัง
เซียวปี้เฉิงได้ยินก็ถามด้วยความแปลกใจ “แต่ท่านปู่งูเหลือมบอกว่าไม่ทำการแสดงแลกเงินไม่ใช่หรือ เหตุใดถึงทำเงินเยอะเพียงนี้?”
“ข้าวางรูปปั้นหินหน้าประตู มีประชาชนเอาธูปเอาของ มาเซ่นไหว้กันเยอะ ทั้งยังพาไก่ เป็ดตัวเป็นๆมาเซ่นไหว้ด้วย ท่านปู่กินไม่หมดก็จะแบ่งให้พวกเจ้าเสือขี้แย ประหยัดค่าอาหารหยัดได้เยอะทีเดียว”
ท่านปู่งูเหลือมในฐานะกลัวคนเยอะๆ ไม่มีทางให้คนแปลกหน้าลูบจับใกล้ๆ ขนาดยืนดูยังต้องห่างสิบกว่าเมตรเลย
ทว่าก็ไม่เป็นอุสรรคในการอยากเที่ยวชมของประชาชน ล้วนประเคนเงินโดยสมัครทั้งสิ้น
หลิวฉิงยังทำป้ายประกาศตามคำแนะนำของหลงเย่ โดยจะติดรายชื่อผู้มีจิตศรัทธาที่มีเครื่องเซ่นไหว้และกับเงินบูชาสูงสุดสิบคน และจะติดประกาศข้อมูลใหม่ทุกๆสิบวัน
มีเศรษฐีไม่น้อยต้องการให้ติดอันดับหนึ่ง จึงแข่งกันเซ่นไหว้ กระเป๋าเงินของหลิวฉิงจึงแน่นตามไปด้วย
เซียวปี้เฉิงได้ยินก็อยากปรบมือให้กับสองสามีภรรยาหลงเย่ ผัวเมียคู่นี้มีวิธีทำเงินได้ดีเลิศ น่านับถือยิ่ง
หลิวฉิงพลิกสมุดบัญชีพร้อมกับพูดต่อไปว่า “ท่านย่าเทพเต่ากับเจ้าเสือขี้แยทำเงินได้เจ็ดพันตำลึงกว่า ส่วนผัวเมียหงส์ไม่ค่อยกระตือรือร้นในการทำงาน ทำเงินได้เพียงสามพันกว่าตำลึง”
อวิ๋นหลิงไม่แปลกใจเลยที่เจ้าเสือขี้แยจะทำเงินได้เยอะเพียงนี้ เพราะมันเป็นเหมือนแมวน้อยขี้อ้อน ใครเห็นใครรัก
แต่การที่ท่านย่าเทพเต่าทำเงินสูงเพียงนี้ มันเกินความคาดเดาของนาง
หลิวฉิงอธิบายต่อเรื่องนี้ว่า “ท่านย่าเทพเต่านิสัยดี มีไหวพริบ แล้วประชาชนก็อยากอายุยืน ดังนั้นมีคนไปเซ่นไหว้มันกันเยอะ”
เพราะเป็นถึงสัตว์มงคง เทพเต่าเชียวนะ
ก่อนเข้าอยู่สวนสัตว์ก็มีชื่อเสียงอยู่แล้ว