ตอนที่ 829
ตอนที่ 829 ก็คงต้องประคบประหงม
September 23, 2026
เฉียวเย่มาตำหนักหลักอย่างรวดเร็ว และคำนับอวิ๋นหลิงอย่างนอบน้อม
“พระชายารัชทายาทมีธุระอะไรให้ข้าน้อยรับใช้พ่ะย่ะค่ะ?”
“ใต้เท้าเฉียว ท่านเป็นคนบันทึกค่าใช้จ่ายของรัชทายาทใช่ไหม?”
“ใช่พ่ะย่ะค่ะ”
อวิ๋นหลิงพยักหน้าน้อยๆ ยื่นมือไปหาเขา “เจ้าไปเอาบัญชีมาให้ข้าดู เอาบัญชีภายในตำหนักบูรพากับบัญชีเกี่ยวข้องกับกรมวังมาให้ข้าดูด้วย”
เฉียวเย่ร่างกายชะงักงัน ปกติซวงหลีจะเป็นคนช่วยเขาทำบัญชี และอวิ๋นหลิงไว้เนื้อเชื่อใจ ไม่เคยถามอะไรสักคำ
แต่วันนี้กลับจะดูบัญชีขึ้นมา เขาเริ่มรู้สึกผิดปกติ แต่ก็ไม่กล้าคาดเดาส่งเดช ขานรับอย่างไม่เผยพิรุธ
“พระชายาโปรดรอสักครู่ กระหม่อมจะรีบไปเอามาพ่ะย่ะค่ะ”
เซียวปี้เฉิงไปประชุมที่ห้องพระอักษร เฉียวเย่ไม่มีเวลารายงานให้เขาทราบ จำต้องทำตามคำสั่งอย่างเดียว
การทำบัญชีของตำหนักบูรพายามนี้ ล้วนทำตามเงื่อนไขและรูปแบบที่อวิ๋นหลิงออกแบบใหม่ทั้งสิ้น
เมื่อนางพลิกอ่านสักพัก็สามารถจับพิรุธได้อย่างจุด และล้วนเกี่ยวพันถึงการขายยาทลายเวทระหว่างตำหนักบูรพากับศาลต้าหลี่
ตั้งแต่เดือนเก้าของปีที่แล้ว โรงยาโหยวเจียนจะขายยาทลายเวทให้กับศาลต้าหลี่และองค์กรอื่นทุกเดือน
แต่เพื่อความสะดวก ตำหนักบูรพากับศาลต้าหลี่จะทำการค้าขายเป็นการส่วนตัว ไม่ได้ขายในนามโรงยา ดังนั้นอวิ๋นหลิงจึงสามารถตรวจสอบวันที่กับหลักฐานได้อย่างละเอียด
นางเลิกคิ้วแล้วชี้ตำแหน่งหนึ่งในบัญชีพร้อมกับถามเฉียวเย่
“ใต้เท้าเฉียว ศาลต้าหลี่มีการสั่งซื้อยาสองร้อยเม็ดทุกเดือน ถ้าตามราคาเม็ดละสามตำลึง ก็ควรมีรายได้แน่นอนเป็นเดือนละหกร้อยตำลึง”
“มีหลายเดือนที่ศาลต้าหลี่ซื้อเยอะกว่าสองร้อยเม็ด ดังนั้นควรจะมีรายได้เพิ่มขึ้นถึงจะถูก แต่ทำไมทุกครั้งต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมา และหักลบตัวเลขนี้ได้พอดี?”
ถ้าครั้งสองครั้งก็ยังพอว่า แต่ทุกครั้งที่ศาลต้าหลี่เพิ่มปริมาณการซื้อก็จะมีกรณีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นทุกครั้ง แล้วจะไม่ให้สงสัยได้อย่างไร
เฉียวเย่พูดในใจว่าแย่แล้ว จะมีสาเหตุอันใดอีก คือเขาทำบัญชีปลอมให้รัชทายาทอย่างไรเล่า
เขาคาดเดาว่ารัชทายาทคงเผยพิรุธกับพระชายา ดังนั้นการแอบเก็บเงินของรัชทายาทคงปิดไม่มิดแล้ว
เฉียวเย่แอบถอนหายใจ หลังไตร่ตรองดูแล้ว สรรหาเหตุผลอันสวยงามได้ แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะพูดความจริง
“ในเมื่อพระชายาถามเรื่องนี้ กระหม่อมก็คงต้องกราบทูลตามความเป็นจริง สาเหตุที่บัญชีไม่ลงตรง เพราะรัชทายาทขายให้ศาลต้าหลี่เม็ดละห้าตำลึง รัชทายาทจึงได้กำไรสองตำลึงพ่ะย่ะค่ะ”
เซียวปี้เฉิงคงไม่คิดไม่ฝันว่า ที่เขาคิดว่าเฉียวเย่น่าไว้ใจกว่าลู่ฉีร้อยเท่า จะล้วงความลับของเขาจนหมดเปลือกเช่นนี้
อวิ๋นหลิงกระตุกมุมปาก ดังนั้นแต่ละเดือนศาลต้าหลี่จะจ่ายให้ตำหนักบูรพาหนึ่งพันตำลึง แต่เข้าบัญชีแค่หกร้อยตำลึง
อีกสี่ร้อยตำลึงเข้ากระเป๋าส่วนตัวของเซียวปี้เฉิง เพื่อให้รายรับรายจ่ายสอดคล้องกัน เขาจึงต้องลงบันทึกว่าศาลต้าหลี่สั่งยาเพิ่มและเอาค่าใช้จ่ายมาหักลบส่วนนี้
นางรู้สึกเหลือเชื่อ เขาแอบทำเรื่องนี้ลับๆตั้งแต่ปีที่แล้ว ถึงตอนนี้ก็เกือบสิบเดือนแล้ว
เฉียวเย่ยังคงพูดสีหน้าสุขุม น้ำเสียงจริงใจ “พระชายาคงไม่ทราบ รัชทายาทเคยบอกกระหม่อมว่าจะจัดพิธีแต่งงานใหญ่โตใหม่ให้พระชายา เพื่อชดใช้อดีตที่ผ่านมา”
“แม้นยามนี้คลังหลวงจะมีเงินเพียงพอที่จะจัดงานได้อย่างอลังการแล้ว แต่รัชทายาทยังคงคิดว่าการจัดโดยไม่ให้รู้ตัวจะเป็นที่จดจำไม่รู้ลืมกว่า ดังนั้นรัชทายาทจึงเริ่มเก็บเงินตั้งแต่ปีที่แล้ว เพื่อจะสร้างความทรงจำที่ยากจะลืมเลือนให้พระชายาพ่ะย่ะค่ะ”
“เงินที่หาได้สิบเดือนมานี้ รัชทายาทไม่เคยหยิบไปใช้แม้แต่แดงเดียวพ่ะย่ะค่ะ”
จุดนี้เขาพูดความจริง นอกจากคืนหนี้แล้ว เซียวปี้เฉิงก็ไม่เคยเอาเงินส่วนนี้ไปใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายเลย แต่ก็ไม่ปฏิเสธว่าเขาเสียดายเงิน ไม่ชอบใช้จ่าย
เซียวปี้เฉิงเป็นคนไม่ใช่เงินเกินความจำเป็น และไม่เอาเงินเป็นสิ่งบำเรอจิตใจ ทางกลับกันจะเป็นคนประหยัดมัธยัสถ์ยิ่ง ชอบออมเงินเป็นชีวิตจิตใจ