ตอนที่ 8
บทที่ 8
October 6, 2026
เมื่อเห็นอาหารเช้าอันโอชะที่วางอยู่บนโต๊ะอย่างเรียบร้อย ญาสุมินทร์ก็รู้สึกเจ็บจี๊ดในใจ
เธอไม่เคยมีโอกาสได้ร่วมทานอาหารบนโต๊ะอาหารในบ้านธารธาราเลย
ญาสุมินทร์ถูกพาเข้ามาอยู่ในตระกูลธารธารา ตั้งแต่อายุ 9 ขวบ พวกเขามองเธอเหมือนผีไม่มีญาติ ไม่เคยชวนเธอทานอาหารร่วมกัน และในทางกลับกัน เธอก็จะไม่เคยเข้าร่วมกับพวกเขาด้วยมีศักดิ์ศรีของตัวเอง หลายปีต่อมา หลังจากที่เธอเติบโตขึ้นและได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคกระเพาะอย่างรุนแรง เธอจึงตระหนักได้ว่าศักดิ์ศรีไม่ใช่สิ่งที่ควรค่าแก่การปกป้อง เพราะจะไม่มีใครรู้สึกเห็นใจเธอเลย
เธอเก็บทุกอย่างที่เคยเกิดขึ้นทั้งหมดไว้คนเดียว
มิลาเห็นญาสุมินทร์ตัวแข็งทื่อจึงถามด้วยความเป็นห่วงว่า “ทำไมหนูไม่กินล่ะ ไม่สบายหรือเปล่า”
"ปะ...เปล่าค่ะ" ญาสุมินทร์ดึงตัวเองกลับมาและเริ่มตักอาหารทาน
อาหารนั้นยังอุ่นและน่ารับประทาน อุ่นพอๆ กับความรักที่ครอบครัวศรีอมรรัตนมอบให้เธอ
มิลาหันไปหาเศรษฐเสถียรและพูดว่า "เดี๋ยวลูกก็ต้องไปเยี่ยมครอบครัวของญาสุมินทร์กับน้องแม่ได้บอกให้พ่อบ้านเตรียมของบางอย่างที่จะนำไปฝากทางโน้นไว้แล้ว"
"ผมไม่มีเวลา" เศรษฐเสถียรรีบปฏิเสธอย่างไม่แยแส
ไททัส ศรีอมรรัตนขมวดคิ้ว “แกไม่ควรเอาเวลายุ่งเป็นข้ออ้างและเสียมารยาทแบบนี้!”
“คุณพ่อครับ นี่เป็นการแต่งงานครั้งที่เจ็ดของผม เราไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามประเพณีทุกอย่างเหมือนการแต่งงานครั้งแรกก็ได้นี่ครับ ถ้าเขาอยากไปเยี่ยมครอบครัวของเขา เขาก็ไปเอง มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรนี่ครับ"
"นี่แก... ." ไททัส วางช้อนส้อมแล้วตะคอกเศรษฐเสถียรอย่างโกรธจัด "นี่เป็นการแต่งงานครั้งแรกของญาสุมินทร์ แกทำกับเขาแบบนี้ได้ยังไง"
“คุณพ่อคะ ไม่เป็นไรค่ะ” เมื่อเห็นว่าการถกเถียงเริ่มรุนแรง ญาสุมินทร์ก็พยายามคลี่คลายสถานการณ์ทันที “ครอบครัวของหนูเขาไม่สนใจหรอกค่ะ ไม่เป็นไร อีกอย่างหนูต้องไปทำงานด้วยค่ะ”
"ทำงาน?" มิลาถามด้วยความสงสัย “หนูทำงานอะไร”
ญาสุมินทร์อยู่ในภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
เธอลืมไปว่ามีกฎมากมายในครอบครัวที่ร่ำรวยที่เธอเกี่ยวข้องด้วยนี้ ดังนั้นมิลาอาจจะรับอาชีพของลูกสะใภ้ไม่ได้
เธอควรปรึกษาเรื่องนี้กับเศรษฐเสถียรก่อน
ในเมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว เธอจึงทำได้เพียงตอบตามความจริงว่า "หนูเป็นครูมัธยมปลายค่ะ"
“อ๋อ เป็นครู มิน่าล่ะ หนูถึงดูเป็นคนมีการศึกษาและสุภาพ” มิลาพูดด้วยรอยยิ้มเธอไม่สะทกสะท้านเลย