ตอนที่ 7
แผลเป็นที่นึกไม่ออก(1)
September 18, 2026
ยามเย็นหลังเลิกงานเฌอเอมไม่ได้ตรงดิ่งกลับไปยังบ้านหลังใหญ่ทันทีแต่เธอเลือกไปในที่ที่ทำให้สบายใจและสร้างรอยยิ้มให้เธอมากกว่า
“เย้ พี่เอมมาแล้ว”
เสียงตะโกนของเด็กน้อยอายุเฉลี่ย10ขวบดังขึ้นพร้อมกับกรูกันเข้ามาหาพร้อมโผกอดด้วยความดีใจหลังจากที่เธอไม่ได้มาที่นี่เลยเป็นเดือน
บ้านม่านหมอกอุปถัมภ์ เป็นสถานที่เลี้ยงเด็กกำพร้าที่พ่อกับแม่รับดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมดมาตั้งแต่เธออายุ5ขวบ พอท่านเสียชีวิต ทุกอย่างเกือบจบลงแต่ก็ได้พ่อกับแม่ของภูภัทรมารับช่วงต่อดูแลให้เพื่อแลกกับการที่เธอต้องแต่งงานกับภูภัทรเป็นข้อแลกเปลี่ยน
และนี่คืออีกสาเหตุหนึ่งที่เธอหย่ากับเขาไม่ได้เพราะปากท้องความเป็นอยู่ของเด็กกำพร้าเกือบร้อยชีวิตและความทรงจำของพ่อแม่เธอยังอยู่ที่นี่
“เอาขนมพวกนี้ไปเก็บในห้องครัวนะ จะได้กินกันตอนค่ำ”ขนมห่อใหญ่ยื่นให้กับเด็กโต
“ความจริงแล้วเอมไม่น่าซื้อมาเลยนะ แค่งบประมาณจากคุณภูผาและคุณโสภีก็มากพออยู่แล้ว” แม่ครูพรรณณีเอ่ยบอกหลังจากที่เห็นเฌอเอมหิ้วของกินมากมายมาฝากเหมือนเช่นทุกครั้ง
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เอมเต็มใจซื้อมาให้”
“แล้วนั่นหน้าผากไปโดนอะไรมา ไหนแม่ครูดูสิ” มือเหี่ยวเอื้อมไปแตะผ้าก๊อซบนหน้าผากด้วยสายตาที่เป็นห่วงเป็นไย
“เอมไม่เป็นอะไรค่ะ ทายาแล้วไม่กี่วันคงหาย” รอยยิ้มผุดขึ้นมุมปากแต่นัยน์ตากับฉายแววความเศร้าจนแม่ครูอดเป็นห่วงไม่ได้
“หากมีอะไรไม่สบายใจ ก็บออกแม่ครูนะ”
“ค่ะ แม่ครูไม่ต้องห่วงนะคะ นี่ก็มืดแล้วเอมกลับก่อนนะคะ” เรียวนิ้วยกขึ้นไหว้ขอตัวกลับเพราะหากหายไปไหนมืดค่ำแล้วไม่ได้โทรบอกใคร คนที่จะเป็นห่วงเธอมากที่สุดก็คือพ่อแม่สามี
“ตาภู น้องหายไปไหนทำไมแกไม่รู้ แกเป็นผัวนะ” เสียงโสภีเอ็ดคนเป็นลูกชายดังแว่วมาให้ได้ยินตั้งแต่เท้าของเฌอเอมก้าวผ่านประตูห้องโถงใหญ่
“เอม กลับมาแล้วค่ะคุณแม่ พอดีแวะไปบ้านม่านหมอกมาน่ะค่ะ”
หญิงสาวเดินเข้าไปทรุดตัวลงนั่งพร้อมกับสอดแขนกอดเพื่อออดอ้อน แต่คนที่หน้าบอกบุญไม่รับก็คงเห็นจะเป็นภูภัทร
“แม่รู้เรื่องที่หนูเกิดอุบัติเหตุแล้วนะ ไปทำอิท่าไหนถึงหัวชนกับโต๊ะได้” โสภีจับไปที่ปลายหางคิ้ว
“เอมซุ่มซ่ามเองค่ะ ว่าแต่คุณแม่รู้ได้ยังไงเหรอคะ” ปากเอ่ยถามกับหญิงแก่ตรงหน้าแต่ปรายหางตาชำเลืองมองร่างสูงที่นั่งไถ่โทรศัพท์ไปมา
“ก็รำภาโทรมาบอกนะสิ ถ้าแม่ไม่มีตาสับปะรดไว้คอยสอดส่องจะรู้เหรอว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง”
“ดีจังเลยนะครับ กับคนอื่นเป็นห่วงเป็นไยเอ็นดูเหมือนลูกในไส้แต่กับสายเลือดตัวเอง บังคับอย่างกับไม่ใช่ลูก”
ชายหนุ่มเอ่ยประชดประชันดวงตาคมเหลือกมองจนภูผาที่นั่งด้านข้างอดหัวเราะออกมาไม่ได้
“ใคร ใครบอกว่าหนูเอมเป็นคนอื่นคนไกล น้องเป็นเมียแกก็เหมือนกับเป็นลูกสาวของบ้านนี้เหมือนกัน”
โสภีลอยหน้าลอยตาพูดประชดลูกชายตัวเอง ไม่ให้เธอรักเด็กผู้หญิงคนนี้ได้ยังไงก็เธอมีพระคุณกับลูกชายเธอเสียขนาดนั้น