ตอนที่ 5
ฉันคือเมีย...(1)
September 18, 2026
“ฉันมาพบคุณภูค่ะ เขาอยู่ไหมคะ” ปากอวบสีแดงสดเอ่ยถามเลขาหน้าห้องด้วยท่าทีเป็นมิตร รำภาละสายตาจากแฟ้มเอกสารเงยหน้าขึ้นมอง เมื่อเห็นว่าเป็นใครรอยยิ้มก็หุบลงทันที
“สักครู่นะคะ ฉันขอแจ้งให้ท่านทราบก่อน” น้ำเสียงตอบกลับออกจะติดฉุนนิดหน่อยแต่ก็ต้องนิ่งเข้าไว้เพราะเธอเป็นแขกท่านประธาน ทั้งที่ในใจอยากจะโทรบอกหนูเฌอเอมเสียด้วยซ้ำ
ยังไม่ทันจะยกโทรศัพท์ต่อสายหาคนเป็นเจ้านายเสียด้วยซ้ำ ร่างสูงของภูภัทรก็เปิดประตูเดินออกมาด้วยรอยยิ้มทำเหมือนนัดมาเจอกันแต่ความจริงไม่ใช่
“อ้าว พิม มาหาผมเหรอ”
“ไม่เชิงมาหาหรอกค่ะ บังเอิญผ่านมาทางนี้แล้วเห็นว่าเที่ยงพอดีเลยแวะมาชวนไปทานมื้อกลางวันน่ะค่ะ”
ชายหนุ่มฟังแล้วถึงกับยิ้มกว้างแต่สำหรับรำภาฟังแล้วกลับเบะปาก มีแค่ผู้ชายหัวอ่อนเท่านั้นแหละทึ่ฟังแล้วเชื่ออะไรแบบนึ้ แต่สำหรับผู้หญิงด้วยกันมันมองออกไม่ยาก
มื้อเที่ยงไม่ได้มีแค่เจ้านายเสียหน่อยที่ต้องออกไปกินข้าวเพราะเวลามันช่างประจวบเหมาะกับที่เฌอเอมลงมาทานข้าวพร้อมกับเพื่อนร่วมทีมพอดี
น้ำขิงรีบเดินไปขนาบข้างพี่ไมตรีแล้วสะกิดให้ดูท่าทีของพิมดาวซึ่งเดินควงแขนภูภัทรออกมาจากลิฟต์ ชายหนุ่มชะงักฝีเท้าเล็กน้อยเมื่อสบตากับเฌอเอม จนพิมดาวต้องหยุดเดินเหมือนกันพร้อมกับมองตามสายตาของเขา
พนักงานคนเมื่อวาน... หล่อนจำได้เป็นอย่างดีเพราะรูปร่างหน้าตาของเธอสะสวยจนต้องมองเหลียวหลัง คิ้วโค้งรับกับสันจมูกโด่ง ดวงตากลมโต ขนตายาวงอน รีมฝีปากกระจับรับกับร่องปากบน ผมยาวตรงถึงกลางหลังมีสีดำขลับเงางาม
“ภู มองอะไรเหรอคะ ไปกันเถอะเดี๋ยวคนจะเยอะ พิมหิวจนจะกินช้างได้ทั้งตัวแล้วค่ะ” เสียงหวานเรียกสายตาของคนตัวโตให้หันกลับมาหาเธออีกครั้ง ชายหนุ่มพยักหน้าแล้วยิ้มบางๆก่อนจะเดินเลยคนเป็นเมียออกไปทำราวกับว่าเธอไม่มีตัวตนอยู่ตรงนั้น
เจ็บอีกครั้ง... ได้แต่มองผัวตัวเองออกไปกับผู้หญิงคนนั้นโดยที่ตัวเองได้แต่ยืนมอง
“หือ สวยแล้วยังไงย่ะ กล้ามากที่มาควงคุณภูของฉันออกไป ฉันก็สวยเหมือนกันแหละ”
น้ำขิงดึงแว่นตาวางลงบนโต๊ะแล้วสะบัดผมยาวปลิวสยาย ฟันขาวกัดริมฝีปากล่าง ขยิบตาหนึ่งทีแล้วทำหน้าเซ็กซี่ ทำเอาไมตรีหัวเราะออกมาเสียงดังตามด้วยเสียงหัวเราะจากโต๊ะทานข้าวพนักงานแผนกอื่น
“พอเลยยัยขิง ที่หล่อนทำอยู่ตอนนี้มันเซ็กส์เสื่อมย่ะ หล่อนเทียบกับคุณเขาไม่ติดเลย แต่ถ้าเป็นยัยเอมไม่แน่”
ไมตรีหันกลับมาชมน้องในแผนกตัวเองแต่เธอก็ทำแค่เพียงยิ้มรับเล็กน้อยก็เท่านั้น “แต่จะว่าไปเขาก็เหมาะสมกันดีเนาะ” น้ำขิงเอ่ยขึ้นพร้อมกับคอตกสิ้นหวัง ลาแล้วมนต์รักเจ้านายสุดหล่อ
“เหมาะกัน เหมือนกับผีเน่ากับโลงผุนะสิ” เฌอเอมหงุดหงิดใจกับคำพูดของน้ำขิงจนลืมตัวเผลอพูดสิ่งที่ทำให้เพื่อนร่วมงานตกใจ
“เอม เธอพูดอะไรออกมารู้ตัวหรือเปล่า” น้ำขิงยื่นหน้าเข้าไปหาดวงตากลมเบิกขึ้น หญิงสาวจึงเริ่มรู้ตัวว่ากำลังหึงสามีตัวเองอยู่
“เออ เมื่อกึ้เอมไม่ได้หมายถึงเขา....เอ่อ...ก็ได้ หมายถึงก็ได้ ก็เอมแค่แปลกใจว่าเพิ่งเลิกกับสามีแล้วทำไมถึงมูฟออนเร็วจัง” หญิงสาวยิ้มแหยๆ “แล้วเอมรู้ได้ไงว่าผู้หญิงคนนั้นเลิกกับผัวแล้ว”
ความสอดรู้และใคร่สงสัยมันฝังอยู่ในสายเลือดของน้ำขิงหรือยังไงกัน ถึงได้จับผิดเก่งจนเธอแทบจะหามุกแก้ตัวไม่ทันเสียแล้ว
“ทวิตเตอร์! ใช่ ๆ เมื่อเช้าไถทวิตเตอร์เจอแฮทแท๊กข่าว” เฌอเอมแก้ตัวเป็นพัลวันแล้วตักข้าวเข้าปาก อย่างน้อยก็ช่วยให้น้ำขิงหยุดซักไซ้เธอได้บ้าง
“พี่ตรีกับน้ำขิงกลับไปแผนกก่อนเลยนะคะ พอดีว่าเอมมีธุระต้องไปทำค่ะ” หลังจากทานอาหารเสร็จหญิงสาวเอ่ยบอกหัวหน้างานแล้วก็รอให้พวกเขาเดินลับสายตาไป ก่อนที่ตัวเองจะเดินตรงไปยังลิฟต์ผู้บริหาร
“คุณเฌอเอม คุณภูไม่อยู่ค่ะ ออกไปข้างนอกกับ...” รำภาเว้นช่วงประโยคไม่กล้าบอก “กับคุณพิมดาว เอมเห็นแล้วค่ะ”
“เอม ขอเข้าไปรอพี่ภูในห้องนะคะ ส่วนนี้ผลไม้ค่ะ เอมซื้อมาฝาก”
หญิงสาวยื่นถุงผลไม้หลายชนิดที่ปอกแล้วพร้อมทานให้กับเลขาฯของสามีแล้วถือวิสาสะเปิดประตูเข้าไปนั่งรอภูภัทรในห้องทำงาน
ช่วงเวลาหลายนาทีที่ได้นั่งรอมันเกิดคำถามขึ้นกับหล่อนมากมายเธอรักเขาถึงกับต้องทนอยู่อย่างนี้เลยเหรอ แต่ความจริงคือเธอกลัวต่างหาก กลัวที่จะไม่เห็นผู้ชายคนนี้อยู่ในสายตาตัวเอง