ตอนที่ 4
คนที่อยู่ในใจ(2)
September 18, 2026
“คุณพ่อกับคุณแม่ยังไม่กลับมาเหรอคะป้าไหม”
เท้าเล็กยังไม่ก้าวถึงบันไดแรกของประตูบ้านเสียด้วยซ้ำป้าไหมก็รีบเดินออกมาหา
“วันนี้คุณท่านไม่กลับค่ะ เห็นว่าจะค้างที่บ้านญาติสักสองสามวัน”
“เหรอคะ วันนี้เอมคงได้กินข้าวคนเดียวอีกแล้ว” หญิงสาวมีสีหน้าสลดลง “ใครบอกกินคนเดียวละคะ คุณภูก็อยู่ตอนนี้รออยู่ที่โต๊ะอาหาร”
สิ่งที่ป้าไหมบอกทำเอาคิ้วเรียวยกขึ้นสูงด้วยความแปลกใจ เธอหันไปมองยังโรงจอดรถจึงเห็นรถคันที่เขาขับไปเมื่อเช้าจอดอยู่
“รีบไปเถอะค่ะ เดี๋ยวคุณภูรอนาน ส่งของมาเดี๋ยวป้าเอาขึ้นไปเก็บให้” มือย่นยื่นไปรับแฟ้มงานและกระเป๋าแล้วเดินเลยไปชั้นบนของบ้านเพื่อเอาของไปเก็บ
ครั้งที่สองแล้วที่เธอได้มีโอกาสกินข้าวเย็นร่วมกับเขานับตั้งแต่แต่งงานกันมาปีกว่า ครั้งแรกก็คือหลังจากแต่งงานได้หนึ่งวันแต่ครั้งนั้นเรียกว่า กล้ำกลืนถึงจะถูกเพราะถูกพ่อกับแม่บังคับ
“ทำไมถึงกลับช้า บริษัทเลิกตั้งแต่ห้าโมงเย็นแล้วไม่ใช่เหรอ”
น้ำเสียงเข้มเอ่ยถามทันทีที่เธอเดินมานั่งฝั่งตรงข้าม ข้อมือใหญ่ยกดูเวลาก็เห็นว่าหกโมงกว่าแล้ว หากนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินจากที่นั้นมาถึงบ้านก็สิบสถานี ซึ่งแต่ละสถานีใช้เวลาแค่สองสามนาทีเท่านั้น
“งานบางส่วนยังไม่เสร็จค่ะ เอมก็เลยทำให้เสร็จ” เธอก้มหน้าต่ำไม่กล้าสบตาผู้ชายตรงหน้า
วันนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ทำไมเขาถึงได้ยอมอ้าปากพูดกับเธอเป็นครั้งที่สามของวัน ไม่หวงดอกพิกุลในปากแล้วเหรอ
ป้าไหมเดินกลับมาทำหน้าที่ตักข้าวใส่จานให้คนทั้งคู่ด้วยบรรยากาศแสนเงียบเชียบและชวนอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก
“พิมดาวกลับมาแล้ว”
อยู่ ๆ ภูภัทรก็เอ่ยขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยพร้อมกับตักข้าวเข้าปาก แตกต่างจากอีกคนที่ชะงักช้อนไว้ตรงปากก่อนจะวางมันลง
“ทราบค่ะ เห็นค่ะ” ไม่ได้ตาบอดสักหน่อยแถมเขายังบอกกับผู้หญิงคนนั้นอีกว่าเธอเป็นแค่พนักงานแทนที่จะแนะนำว่าเป็นเมีย
“แล้วสามีเธอละคะ”
“เลิกกันแล้ว” คำตอบที่ได้ยินมันเจือไปด้วยความดีใจจนหญิงสาวสัมผัสได้
“ที่บอกกับเอม มีอะไรหรือเปล่าคะ” จากมือที่จับช้อนเปลี่ยนเป็นกุมประสานกันหน้าตักมองเขาก้มหน้ากินข้าวเหมือนกับว่าอาหารมื้อนั้นอร่อยกว่าทุกวัน