ตอนที่ 265
บทที่ 265 อยากสวมมงกุฎก็ต้องแบกรับน้ำหนักให้ได้
October 28, 2026
เสียงที่เบามาก
แต่กลับทำให้ฉินเย่ยิ้มออกมาเล็กน้อย
ขณะที่เขาหันไปมอง ก็เห็นเฉินตงกำลังมองมาที่เขาด้วยแววตาที่มืดมน
เขายักไหล่ แล้วประสานมือไว้ที่ท้ายทอย
“ก็คงจะใช่”
ขณะที่พูด แววตาของฉินเย่ดูลึกซึ้ง เขาเริ่มที่จะพึมพำกับตนเอง
“รู้ไหม ? เมื่อก่อนฉันเองก็เป็นเหมือนนาย มีแม่ที่รักฉันมากคนหนึ่ง เธอเต็มใจที่จะให้ฉันทุกอย่าง แม้กระทั่งดวงดาวที่อยู่บนท้องฟ้า”
“อันที่จริงแล้วครอบครัวของเรามีความสุขมาก พ่อแม่ของฉันรักฉัน ฉันเองก็กินดีอยู่ดีภายในตระกูลฉินที่มั่งคั่งร่ำรวย ถึงแม้ฐานะของพ่อในตระกูลฉินจะไม่ได้สูงนัก แต่เขาเองก็เป็นคนมีสมอง จึงสามารถลืมตาอ้าปากในตระกูลฉินได้”
“แต่มีอยู่วันหนึ่ง มีอยู่วันหนึ่ง จู่ๆ ฉันก็รู้สึกเหมือนฟ้าถล่มลงมา เหมือนโลกทั้งใบเปลี่ยนไป”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ เฉินตงสามารถมองเห็นแววตาที่ลึกซึ้งของฉินเย่ได้อย่างชัดเจน แววตานั้นค่อยๆ ปรากฏความเกลียดชังและโกรธแค้นออกมา
“ตอนนั้นแม่ของฉันเพิ่งจะตั้งท้องลูกคนที่สอง ฮ่าๆ......พูดอย่างไม่อายเลยนะ อันที่จริงแล้ว ตอนนั้นฉันรู้สึกว่าเป็นเรื่องไร้สาระมาก ตอนนั้นฉันเองก็โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว นี่มันเป็นช่วงอายุที่ห่างกันเกินไป”
“แต่ในเมื่อท้องแล้วก็ท้องไป ฉันในฐานะที่เป็นพี่จะเข้าไปขัดขวางการมีทายาทของพ่อกับแม่ได้อย่างไร ?”
บุหรี่เผาไหม้จนหมดม้วน
ฉินเย่ก้มลงไปจุดบุหรี่อีกมวนหนึ่งอย่างใจเย็น
เขาสูบบุหรี่ไปพลาง พูดไปพลาง
“หลังจากนั้น พ่อที่สมควรตายของฉัน ก็แอบนอกใจแม่ตอนที่แม่ตั้งท้องลูกคนที่สอง ! วันๆเขาเอาแต่หมกตัวอยู่กลับนังปีศาจที่อายุเพิ่งจะยี่สิบต้นๆ ไม่ยอมกลับบ้าน ถึงขั้นไม่สนใจธุระภายในบ้านอีก งานทุกอย่างในตระกูลฉินที่อยู่ในความรับผิดชอบของเขาก็ถูกปล่อยปละละเลยทั้งหมด”
“เรื่องนี้ทำให้คนทั้งตระกูลฉินรู้สึกตกใจ หน้าตาของคนรวยนี่ เจ้าบ้านตระกูลฉินจึงยื่นมือเข้ามาจัดการเรื่องนี้ เขาสั่งให้พ่อเลิกกับนังปีศาจนั่นทันที มิเช่นนั้นจะกีดกันพ่อออกจากธุรกิจทั้งหมดของตระกูลฉิน แต่พ่อของฉันทำอย่างไรก็ไม่ยอมรับปาก เขาได้แต่พูดว่าความรักระหว่างเขาและนังปีศาจเป็นความรักที่สมควรตาย”
น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นขึ้นมาทันที
แต่เฉินตงเองก็ไม่ได้พูดขัด เขาเอาแต่นั่งฟังเงียบๆ
ตอนนี้เขากำลังปิดตัวเอง
นี่เป็นครั้งแรกในหนึ่งสัปดาห์ ที่เขามีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นจริงๆ
“อันที่จริงแล้วฉันรู้ดีว่าพ่อของฉันกำลังคิดอะไรอยู่ เขารู้ดีว่าตนเองเป็นคนของตระกูลฉินไม่ใช่หรือ ? ต่อให้เขาจะถูกกีดกันออกจากธุรกิจทุกอย่าง แต่ในฐานะที่เขาเป็นคนตระกูลฉิน เขาก็ยังสามารถเสพสุขบนกองเงินกองทองได้ต่อไป และยังสามารถมีความรักที่สมควรตายกับนังปีศาจนั่นได้ต่อไป”
“ตอนนั้น แม่ของฉันโกรธจนต้องเข้าออกโรงพยาบาลอยู่หลายครั้ง ฉันเองก็เคยไปหานังปีศาจนั่นหลายต่อหลายครั้ง แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่านังปีศาจนั่น อาศัยความรักที่พ่อของฉันมอบให้ ถึงขั้นขู่ว่าจะฆ่าแม่ของฉัน แล้วยกตัวเองขึ้นไปแทนที่”
ขณะที่พูด ฉินเย่ค่อยๆ ยกมือขวาขึ้นแล้วกำหมัด
ในแววตาของเขาเต็มไปด้วยความแค้น เขากัดฟันแล้วพูดว่า : “ฉันโกรธตัวเองจริงๆ ตอนนั้นฉันควรจะฆ่าเธอให้ตาย ไม่อย่างนั้นคงไม่ต้องมีเรื่องเกิดตามหลังขึ้นมาอีก”
“แล้วยังไงต่อ ?” เฉินตงถาม
ฉินเย่ใช้มือขวาที่คีบบุหรี่อยู่ ลูบที่ใบหน้า
ตอนที่มือทั้งสองข้างออกห่างจากใบหน้า บนใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความเย็นชาแล้ว
“ตอนดึกคืนหนึ่ง มีฝนตกลงมา ฉันจำได้แม่น พ่อฉันดื่มเหล้าอย่างหนัก ภายใต้ความกดดันจากแม่ของฉัน ตัวฉัน คนในตระกูลฉินและนังปีศาจ นังปีศาจร้องห่มร้องไห้อย่างหนักและต้องการที่จะฆ่าแม่ของฉันให้ตายเสียให้ได้”
“จากนั้น พ่อของฉันก็อาศัยจังหวะที่ฝนตกกลับมาที่บ้าน นั่นเป็นครั้งแรกที่เขากลับมาบ้าน หลังจากที่แม่ฉันตั้งท้องได้แปดเดือนแล้ว”
“หลังจากนั้น พ่อที่สมควรตายของฉันก็ฆ่าแม่ของฉัน จากนั้นจึงผ่าเด็กที่อยู่ในท้องของแม่ฉันออกมาอีก แล้วแทงลงไปที่ท้องของเด็กอีกหนึ่งครั้ง !”
แววตาของเฉินตงดูมืดหม่นและตกใจกลัวทันที
ตอนนี้คิ้วของเขาขมวดแน่น
บุหรี่ที่อยู่ในมือถูกหักออกเป็นสองท่อน
ตัวของฉินเย่สั่นเทา ดวงตาของเขาแดงก่ำ มีน้ำตาเอ่อล้นออกมา แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความอาฆาตพยาบาท
เขาร้องไห้พลางยกมือทั้งสองข้างขึ้นแสดงท่าทาง
“นายรู้ไหม ? ตอนนั้นหลังจากฉันกลับถึงบ้าน ฉันเห็นแม่ของฉันนอนอยู่บนโต๊ะชาในห้องรับแขก เลือดไหลเจิ่งนองเต็มพื้น ท้องของเธอถูกกรีดออก ดวงตาของเธอยังคงเบิกโพลงอยู่”