ตอนที่ 429
บทที่ 429 จู่เหลาของคนรุ่นหยวนแล้วยังไง?
October 28, 2026
ภายในวิลล่าเขาเทียนซาน
เฉินตงกำลังจ้องมองตู้เสื้อผ้าของกู้ชิงหยิ่ง
เขายิ้มอย่างสลดใจ "คิดจะไปก็ไป ถึงขั้นไม่ยอมมาเก็บของเลยหรอ"
หลังจากรับสายจากคุนหลุน สิ่งแรกที่เขาทำคือรีบมุ่งหน้าไปที่สนามบิน
ทางเดียวที่กู้ชิงหยิ่งจะสามารถขึ้นเครื่องหนีเขาไปได้ก่อนที่เขาจะไปถึง มีแค่ออกจากภูเขาซี่สุ่ยแล้วตรงไปที่สนามบินเลย โดยไม่กลับมาที่บ้าน
เรื่องราวทั้งหมดนี้สามารถยืนยันได้จากสัมภาระของสองสามีภรรยากู้โก๋ฮั๋ว
ก๊อกๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้น
"คุณชาย..."
เสียงของท่านหลงรอดเข้ามาจากด้านนอก
เฉินตงลูบหน้าแล้วกล่าวอย่างท้อใจ "ท่านหลง ผมขออยู่คนเดียวเงียบๆ ได้ไหม"
"ครับ"
จากนั้นท่านหลงจึงออกห่างไป
เฉินตงเหม่อมองรูปของกู้ชิงหยิ่งในชุดเจ้าสาวบนหัวเตียงอย่างล่องลอย ดวงตาแดงก่ำ
การเข้าใจผิดครั้งนี้ ตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงตอนนี้ เขาไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องราวจะลงเอยแบบนี้
การปรากฏตัวของเย่หลิงหลง ถือเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น
แต่เมื่อนึกถึงตอนแรกที่ตนมัวแต่ลังเล ทั้งๆ ที่อยู่ต่อหน้ากู้ชิงหยิ่งแต่ไม่ยอมหาโอกาสอธิบายให้เธอฟังแล้ว เฉินตงก็อดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นตบตัวเอง
ถ้าหากตอนนั้น...เขาพยายามกว่านี้สักหน่อย บางทีอาจจะไม่เกิดเหตุการณ์อย่างเช่นตอนนี้
"เสี่ยวหยิ่ง..." เฉินตงตกอยู่ในภวังค์ การจากไปของกู้ชิงหยิ่งทำให้เขารู้สึกราวกับว่าหัวใจของเขามีบางส่วนขาดหาย เปล่าเปลี่ยวอย่างไม่เคยเป็น
วิลล่าเขตชานเมือง
บรรยากาศในห้องรับแขกเงียบสงบไร้คำพูด
ไอร้อนลอยฟุ้งออกมาจากถ้วยน้ำชาที่อยู่บนโต๊ะ
เย่หยวนชิวกับเย่หลิงหลงนั่งอยู่บนโซฟาด้วยความรู้สึกสับสนทั้งคู่
ใบหน้าสมส่วนรูปไข่ของเย่หลิงหลงหมองหม่น มือทั้งสองข้างเกาะกุมกัน
สีหน้าของเย่หยวนชิวนิ่งสงบ สายตาลึกซึ้งราวกับกำลังครุ่นคิดบางอย่าง
เหตุการณ์บังเอิญเจอบนภูเขาซี่สุ่ย ทำให้ปู่กับหลานสองคนนี้ไม่รู้ว่าต้องจัดการอย่างไรต่อไปดี
ในตอนแรก เย่หยวนชิวต้องการจะไปพบเฉินตงเพื่ออธิบายเรื่องราว แต่ปฏิกิริยาของเฉินตงได้บอกเป็นนัยถึงผลลัพธ์แล้ว และนี่เองที่ทำให้เย่หยวนชิวนั่งปวดหัวอยู่ตอนนี้
เขาอุตส่าห์วางแผนลากเฉินตงให้เข้ามาอยู่ในหงหุ้ย ถ้าหากเรื่องนี้ส่งผลรุนแรงกับเฉินตง เขาแน่ใจว่าเฉินตงจะต้องตัดสัมพันธ์กับหงหุ้ยอย่างแน่นอน
แม้ว่า...เฉินตงจะเป็นถึงจู่เหลาของคนรุ่นหยวนของหงหุ้ยที่มีฐานะสูงส่งน่าเกรงขามก็ตาม
"คุณปู่คะ พวกเราไปวิลล่าเขาเทียนซานกันเถอะ"
ดวงตาของเย่หลิงหลงเป็นประกายวับไหว เธอมองเย่หยวนชิวอย่างมีความหวัง "เรื่องนี้หนูเป็นต้นเหตุ ไม่ว่าจะยังไงหนูก็ควรไปขอโทษ"
"เอาเถอะ ในเมื่อติดต่อเฉินตงไม่ได้ พวกเราก็คงต้องใช้วิธีนี้แล้วล่ะ"
เย่หยวนชิวยิ้มอย่างขมขื่น เขาคว้าไม้เท้าและค่อยๆ ลุกขึ้นยืน
ตึ้งๆๆๆ...
เสียงเคาะประตูดังขึ้น
เย่หยวนชิวเลิกคิ้ว ช่วงศตวรรษที่ผ่านมานี้วิลล่าสไตล์ยุโรปแห่งนี้ได้แปรเปลี่ยนไปเป็นสถานที่เชิงสัญลักษณ์ทางกาลเวลาตั้งนานแล้ว คนที่จะรู้จักจึงมีน้อยมาก
"เฉินตงหรอ"
เย่หลิงหลงเลิกคิ้ว เมื่อเอ่ยออกไป เธอกลับรู้สึกว่าความคิดนี้ของตัวเองไร้ความเป็นไปได้อย่างยิ่ง
ตอนนี้เฉินตงคงกำลังร้อนใจอยู่ราวกับมดที่ไต่อยู่บนหม้อน้ำร้อนกระมัง?
จะหาที่นี่เจอได้อย่างไร?
"หลิงหลง เปิดประตู"
เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูรัวๆ อย่างเสียมารยาทเช่นนี้ เย่หยวนชิวจึงเอ่ยออกมาด้วยความหนักใจ
เย่หลิงหลงค่อยๆ ลุกขึ้น เธอสาวเท้ายาวๆ ไปยังประตู
เมื่อรับรู้ถึงแรงในการเคาะประตู คิ้วของเธอพลันขมวดแน่น จากนั้นจึงคว้าแจกันดอกไม้ที่อยู่ใกล้ๆ ประตูขึ้นมาโดยสัญชาตญาณ
ธุรกิจตระกูลหงหุ้ยยิ่งใหญ่ก็จริง แต่ยืนหยัดมาได้กว่าสองร้อยปี จึงเปรียบเหมือนไม้ใหญ่ต้านลม ที่มีศัตรูมากมายทั้งในที่ลับและที่แจ้ง
การเคาะประตูอย่างเกรี้ยวกราดเช่นนี้ หมายความได้อย่างชัดเจนว่าผู้มาเยือนนั้นมีจุดประสงค์ไม่ดีนัก
ประตูเปิดออก
เมื่อเย่หลิงหลงเห็นคนที่อยู่ด้านนอกประตู ตัวของเธอก็แข็งทื่อ
คนด้านนอกกลับไม่ใส่ใจเย่หลิงหลง
แล้วก้าวปรี่เข้ามาในห้องอย่างรวดเร็ว
เย่หยวนชิวเองก็ชะงักไปเช่นกัน
ผู้มาเยือนสีหน้าเคร่งขรึม เขาก้าวเดินเข้ามาราวกับราชสีห์ แล้วมาหยุดยืนตรงหน้าเย่หยวนชิว
"พอใจรึยัง"
เย่หยวนชิวยิ้มแล้วหยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ "นี่ไม่ใช่ความตั้งใจของพวกเรา ทั้งหมดคือเรื่องเข้าใจผิด"
"แต่การเข้าใจผิดครั้งนี้เป็นเรื่องใหญ่แล้ว!"
น้ำเสียงของผู้มาเยือนแหบพร่า ทำให้เห็นถึงความโหดร้ายที่ซ่อนอยู่ในตัว
"ผู้อาวุโส ฉันกับปู่ตั้งใจจะไปที่วิลล่าเขาเทียนซานเพื่อกล่าวขอโทษอยู่พอดี" เย่หลิงหลงรีบอธิบาย