ตอนที่ 150
[ตอนที่ 150 ยอมตกนรกตอนตายดีกว่าอยู่อย่างตายตอนเป็น]
October 28, 2026
หลังจากที่วายุคุยโทรศัพท์เสร็จ เขาก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของเรนจิ เพราะวันนี้แม่ของเขาอยากให้ทุกคนนอนที่นี่
“ทำไมพ่อไม่กลับไปนอนที่ห้องของตัวเอง” เรนจิพูดขึ้นอย่างประชดประชันเมื่อเห็นพ่อของเขาเดินเข้ามาในห้อง
“ปกติลูกชอบนอนคนเดียว” หมายความว่างั้นเดี๋ยวเขากับยี่หวาจะไปนอนที่อื่นเอง
เรนจิเหลือบไปมองวายุด้วยสีหน้าบึ้งตึง ก่อนจะหันไปมองยี่หวาด้วยท่าทางออดอ้อนราวกับว่าเขากำลังถูกพ่อของตัวเองรังแก ยี่หวาที่เห็นดังนั้นก็ส่งสายตาไม่พอใจไปทางวายุ “ท่านประธานภูวิศ!”
น้ำเสียงกดต่ำพร้อมกับประโยคเรียกชื่อของยี่หวาทำให้วายุรีบหันไปขอโทษลูกชายตัวเอง “พ่อผิดเอง”
“บทลงโทษคือพ่อต้องกลับไปนอนที่ห้องของตัวเอง”
ยี่หวาที่ได้ยินก็รีบหันไปมองหน้าลูกชายตัวเอง แน่ใจว่านี่คือบทลงโทษของวายุ เธอคิดว่าเด็กน้อยลงโทษเธอด้วยเสียอีก แต่ในเมื่อเป็นความต้องการของเรนจิ ยี่หวาจึงพยักหน้าเห็นด้วยอย่างช่วยไม่ได้
“ไม่ไป” วายุตอบเสียงแข็งก่อนจะเดินมานอนลงข้างยี่หวา เรนจิรีบหันไปมองยี่หวาเพราะต้องการให้เธอช่วยพูด
“นี่คือบทลงโทษ ทีหลังคุณจะได้ทำดีกับลูกของเราบ้าง”
“ก็ได้” เดี๋ยวกลางคืนพอทั้งคู่หลับเขาค่อยเข้ามานอนทีหลังแล้วกัน
ยี่หวาที่เห็นวายุลุกขึ้นเดินออกไปจากห้องก็ทำหน้างงๆ ทำไมเขายอมง่ายจัง ไม่สมกับเป็นเขาเลย “พ่อเขาไม่ได้โกรธอะไรเราใช่ไหม”
“ไม่มีทาง พ่อไม่กล้าโกรธหม่ามี๊หรอกครับ ที่พ่อยอมไปง่ายๆ ก็เพราะบางทีพ่อคิดจะแอบเข้ามาตอนกลางคืนเพราะงั้นผมต้องล็อกห้อง” ว่าจบเรนจิก็เดินไปกดล็อกประตูห้องทันที “เรานอนกันเถอะครับ ผมง่วงแล้ว”
“จ้ะ ฝันดีครับคุณลูกชาย” ยี่หวาพูดพร้อมกับจูบลงไปที่หน้าผากของเรนจิเบาๆ
“ฝันดีครับหม่ามี๊”
ผ่านไปห้านาทีเรนจิก็เข้าสู่ห้วงนิทรา ส่วนยี่หวาที่นอนไม่หลับจึงตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเปิดเครื่อง ก็พบกับข้อความเกือบหมื่นที่มาจากอดีตแฟนคลับ ซึ่งส่วนใหญ่จะมาแนวเดียวกันคือ ‘ลูกอกตัญญู’
เนื่องจากโพสต์ล่าสุดของดนัยณัฐเรียกความสงสารแก่ประชาชนได้อย่างดีเลยทีเดียว
[ดนัยณัฐ : สิ่งที่ผมทำผิดกับลูกสาวมันเกินกว่าที่เธอจะให้อภัยผม ตลอดชีวิตที่ผ่านมาผมปล่อยให้เธออยู่คนเดียว ตอนนี้กรรมก็ส่งผลมาถึงผมแล้ว สุดท้ายผมก็ต้องเสียลูกแท้ๆ ไปถึงสองคน]
[สองคน? หมายความว่ายังไง นี่เขายังคิดว่าดาหลาเป็นลูกอีกเหรอ!]
[เขาก็บอกอยู่ว่าลูกแท้ๆ คงไม่น่าจะใช่ดาหลา]
[ถ้าอย่างนั้นลูกแท้ๆ ที่เขาหมายถึงคือใครอีกคน ทำไมในประวัติส่วนตัวไม่เห็นมีบอกเลย]
[จะมีได้ยังไง ขนาดยี่หวายังไม่มีบอกเลยว่าเป็นลูกของดนัยณัฐ]
[ดนัยณัฐ : ภรรยาคนเก่าของผมเคยท้องแต่ก็แท้งไปแล้วครับ]
[ฮืออ~ ยี่หวากลับมาหาพ่อของเธอเถอะ อย่ากลายเป็นลูกอกตัญญูอย่างนี้เลยมันบาป ฉันสัญญาว่าจะติดตามเธอต่อถ้าเธอกลับไปหาพ่อ]
[ใช่ๆ พวกเราจะไม่โกรธเธอเลย เพราะรู้ว่าเธอเองก็ลำบากที่ก่อนหน้านี้มีพ่อไม่สนใจ แต่ตอนนี้เขาก็ไม่เหลือใครแล้ว]
[แย่มาก!!! พ่อตัวเองออกมาพูดขนาดนี้แต่ก็ยังเงียบ ขอให้ชีวิตย่อยยับเหมือนดาหลา ตายไปก็ไม่ได้ผุดได้เกิด]
[จริง! คนแบบนี้ไม่สมควรเกิดมาเป็นคน ขนาดพ่อของตัวเองยังไม่รัก แล้วพวกแฟนคลับหน้าโง่คิดเหรอว่าหล่อนจะสนใจพวกเธอ คนไร้ความรู้สึกแบบนี้ควรออกไปจากวงการบันเทิง!]
[เพราะนิสัยแบบนี้สินะก่อนหน้านี้พ่อถึงได้ไม่รัก ทั้งที่เป็นลูกเกิดจากภรรยาเก่า ไม่แปลกที่ในประวัติถึงได้ไม่มีครอบครัวสักคน]
ผู้ชายคนนี้คิดจะใช้คนอื่นเป็นเครื่องมือในการกดดันเธอใช่ไหม…
ได้! งั้นอย่าหาว่าเธอใจร้ายแล้วกัน ในเมื่อเธออุตส่าห์อยู่เงียบๆ หวังจะรอให้ข่าวมันซาไปเอง แต่เจอแบบนี้เข้าไปเธอก็เองก็ไม่คิดจะอยู่เฉยเหมือนกัน
ยี่หวาตัดสินใจกดเข้าไปห้องแชทควิลเลอร์ที่ไม่ได้เปิดอ่านเกือบร้อยข้อความ ซึ่งข้อความที่ควิลเลอร์ส่งมาส่วนใหญ่ก็มีแต่รายละเอียดรายการที่ต้องการให้เธอไปออก ก่อนจะพิมพ์ข้อความลงไป
[ยี่หวา : ตอบรับสักรายการค่ะ]
[ควิลเลอร์ : เธอยอมออกมาพูด? แล้วเธอโอเคใช่ไหม ถ้าไม่ไหวไม่ต้องพูดก็ได้นะ เดี๋ยวข่าวก็คงเงียบไปเอง] เพราะก่อนหน้านี้พีรพัฒน์เล่าให้เขาฟังคร่าวๆ แล้วว่าพ่อของพวกเขาเป็นยังไง ซึ่งเขาก็เข้าใจว่ามันคงยากถ้าจะให้กลับไปหาคนที่คอยทำร้ายตัวเองมาตลอด
[ยี่หวา : ฉันไม่เป็นไรค่ะ แค่ไม่อยากให้คนที่โง่ต้องโง่ยิ่งกว่าเดิม]
[ควิลเลอร์ : ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวฉันดูรายละเอียดก่อน แล้วจะส่งไปให้ทางข้อความอีกทีแล้วกัน]
[ยี่หวา : โอเคค่ะ]
ในเวลาเดียวกันวายุที่คิดว่าสองแม่ลูกหลับไปแล้ว จึงเดินกลับมาที่ห้องเรนจิแต่พอเขาเอื้อมมือไปเปิดประตูก็พบว่ามันล็อก!