ตอนที่ 151
[ตอนที่ 151 ตัวเลือกสุดท้าย]
October 28, 2026
ทันทีที่ยี่หวาพูดจบ ภายในสตูดิโอก็ตกอยู่ในบรรยากาศเงียบสงบ จนผู้คนที่อยู่ในนี้ได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน ครู่ต่อมาก็มีเสียงจากชายสูงวัยคนหนึ่งดังขึ้น “พ่อขอโทษ!!!”
ผู้คนในห้องส่งต่างก็หันไปทางมองต้นเสียง ก็พบกับดนัยณัฐที่กำลังยืนร้องไห้อยู่ ยี่หวาที่เห็นดังนั้นกระดูกสันหลังก็ชาวาบ คนคนนี้มาทำอะไรที่นี่!
ดนัยณัฐไม่สนใจใครทั้งนั้นเดินขึ้นมาบนเวที ก่อนจะจับมือยี่หวาทั้งสองข้างมาประคองไว้ “พ่อขอโทษที่ทำผิดกับลูกในอดีต พ่อรู้ว่าพ่อผิด พ่อมันแย่ พ่อสำนึกผิดแล้ว ได้โปรดให้อภัยพ่อเถอะ”
“ฉันไม่ได้โกรธคุณ เพราะเราไม่มีความเกี่ยวข้องกันแล้ว” ยี่หวาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา สีหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึก
“อย่าทำแบบนี้เลยนะลูก”
“กำลังถ่ายรายการ ช่วยกรุณาให้เกียรติกล้องด้วยค่ะ” คำพูดของยี่หวาทำให้ดนัยณัฐตกใจไม่น้อยเลยทีเดียว
เขารีบหันหน้าไปทางกล้องแล้วกล่าวขอโทษ “ผมดีใจมากไปหน่อยที่ได้เจอลูกสาว ต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ”
“ไหนๆ ก็อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแล้ว ทั้งสองคนมีอะไรจะพูดถึงกันไหมคะ จะได้ปรับความเข้าใจกันด้วย” พิธีกรที่รู้สึกสถานการณ์ไม่ค่อยดีก็พูดแทรกขึ้น เพื่อให้รายการดำเนินการต่อ
“ลูกกลับมาอยู่ที่บ้านกับพ่อไหม ตอนนี้พ่อให้แม่นมกลับมาทำงานที่บ้านแล้วด้วย แม่นมคิดถึงลูกมาก ลูกกลับมาอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตากันเถอะนะ เรื่องในอดีตพ่อผิดไปแล้วจริงๆ ลูกยังไม่ต้องหายโกรธพ่อตอนนี้ก็ได้ขอแค่ลูกกลับมาอยู่กับพ่อก็พอ ให้พ่อได้ทำหน้าที่พ่อสักครั้งได้ไหม”
ประโยคที่ดนัยณัฐพูดมาทั้งหมด สิ่งที่ยี่หวาโฟกัสมีเพียงแม่นมกลับมาทำงานแล้ว เพราะตั้งแต่ที่ความจำเธอกลับมา พอให้คนไปสืบก็ได้รู้ว่าแม่นมลาออกไปตั้งแต่ที่รู้ว่าเธอตายไปแล้ว เพราะถ้าเธอไม่อยู่ หน้าที่ของแม่นมก็จบลง ซึ่งไม่ว่าเธอจะพยายามให้คนสืบเท่าไหร่ ก็หาที่อยู่ของแม่นมไม่ได้เลย
“คุณกลับไปเถอะ อย่าทำให้เรื่องทุกอย่างมันแย่ไปกว่านี้ คุณไม่ต้องรู้สึกผิด เพราะฉันไม่ได้ใส่ใจอยู่แล้ว และถ้าหากคุณเหงา ฉันแนะนำให้คุณไปหาเด็กคนอื่นมาเลี้ยงแล้วก็ช่วยทำหน้าที่พ่อให้ดีด้วย”
“ไม่มีใครแทนที่ลูกได้ พ่อรักลูกนะ”
ยี่หวาเริ่มหงุดหงิดมือทั้งสองข้างกำแน่นเพื่อควบคุมอารมณ์ของตัวเอง “เมื่อก่อนคำว่ารักจากปากคุณเป็นสิ่งที่ฉันเฝ้ารอมาตลอด ฉันเคยคิดว่าถ้าได้ยินคำนั้นมันจะต้องมีความสุขมากแน่ๆ แต่พอเอาเข้าจริงฉันกับรู้สึกสมเพชตัวเอง ไม่คิดว่าจะมาได้ยินในวันที่ตัวเองกลายเป็นตัวเลือกสุดท้าย แต่ถ้าเป็นไปได้ฉันอยากให้คุณกลับไปพูดคำว่าเกลียดกับฉันมากกว่าเพราะมันดูจริงใจกว่าเยอะ…” จากนั้นยี่หวาก็โน้มตัวลงไปกระซิบที่ข้างหูของดนัยณัฐ “อีกอย่างถ้าคุณรักฉันจริง ในวันที่ฉันอายุ 18 ปี คุณคงไม่คิดที่จะขายฉัน”
ดนัยณัฐหน้าถอดสีทันทีที่ได้ยิน ทำเอาคนในห้องส่งถึงกับอยากรู้ว่ายี่หวาพูดว่าอะไร ท่าทางของดนัยณัฐถึงได้กระสับกระส่ายเช่นนี้ “เรื่องนั้น…พ่อไม่ได้ตั้งใจ พ่อขอโทษ! ขอโทษจริงๆ”
“ฉันบอกแล้วว่าฉันไม่ได้โกรธคุณ เพราะงั้นไม่จำเป็นต้องขอโทษ อีกอย่างถ้าคุณรักฉันจริงคุณคงไม่โพสต์เรื่องฉันลงสื่อโซเชียลให้คนอื่นมาด่าฉันแบบนั้น แต่ที่คุณโพสต์ก็เป็นเพราะคุณต้องการให้ทุกคนกดดันฉันให้กลับไปหาคุณ สุดท้ายแล้วคุณมันก็รักแต่ตัวเอง และเห็นแก่ตัวไม่เคยเปลี่ยนไปเลย”
ผู้คนที่อยู่ในห้องส่งต่างก็หันมามองหน้ากัน พร้อมกับพยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับสิ่งที่ยี่หวาพูด ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยี่หวาก็โดนคนด่ามากพอแล้ว แต่เขากลับมาโพสต์ย้ำอีกครั้งให้เธอโดนด่ามากกว่าเดิม และทั้งที่ลูกตัวเองโดนด่าก็ไม่เห็นว่าเขาจะออกมาช่วยอะไรเลย
“คือพ่อ…”
“พอคุณรู้ว่าดาหลาไม่ใช่ลูกของคุณ คุณก็ไล่เธอออกจากบ้านทันที ทั้งที่คุณก็เลี้ยงดูเธอมา 24 ปี แถมเธอเองก็ไม่รู้เรื่องนี้ด้วยซ้ำ คนอย่างคุณไม่เคยรักใครจริงๆ หรอก คุณมันรักแต่ชื่อเสียงของตัวเอง ก็เหมือนกับฉันที่คุณคิดว่าเป็นลูกของผู้ชายคนอื่น ก็เลยทิ้งขว้างฉันอย่างไม่สนใจ ไล่ฉันออกจากบ้านตั้งแต่อายุ 14 ปี แถมตอนฉันอายุ 18 ปีก็…”
ยี่หวาเงียบลงพร้อมส่งสายตามองไปที่ดนัยณัฐอย่างข่มขู่ว่าถ้าเกิดเขายังคิดจะพูดอะไรไร้สาระอีก เธอก็จะพูดเรื่องนั้นออกมาแน่
“เอ๋??? คุณดนัยณัฐเคยไล่คุณยี่หวาออกจากบ้านด้วยเหรอคะ” พิธีกรรีบถามขึ้นด้วยความแปลกใจ เพราะไม่คิดว่าจะมีเรื่องแบบนี้ด้วย
“คือว่าผม…ขอโทษนะครับ พอดีว่าผมมีงานที่ต้องทำต่อ” ว่าจบดนัยณัฐก็รีบลุกขึ้นแล้วเดินออกไปจากห้องสตูดิโอทันที ซึ่งผู้ชมบางส่วนที่อยากรู้เรื่องต่อจึงไม่ได้ลุกขึ้นไปพร้อมกับคนอีกส่วนที่ตั้งใจจะไปด่าดนัยณัฐ
“อะ…อ่าว!” พิธีกรถึงกับทำหน้าตาเหลอหลาที่อยู่ๆ ดนัยณัฐก็ลุกขึ้นเดินออกไป “มันเกิดอะไรขึ้นล่ะเนี่ย? ว่าแต่คุณยี่หวาโอเคใช่ไหมคะ?”
ยี่หวายักไหล่อย่างไม่สนใจ “ค่ะ”
“แล้วเรื่องที่คุณพูดเมื่อกี้นี้คือยังไง ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมคะ? เหตุผลอะไรที่ทำให้คุณถูกไล่ออกจากบ้าน”
“ถ้าคนที่เคยเรียนมัธยมที่เดียวกับหวาจะทราบค่ะ ว่าช่วงนั้นที่โรงเรียนเกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้าง”
“แล้วช่วงนั้นคุณออกมาอยู่กับใครคะ เพราะจากประวัติจำได้ว่าคุณไม่มีญาติที่ไหน”
“คนที่ใจดีกว่าครอบครัวหวาค่ะ” ขณะที่ยี่หวาพูด สายตาเธอดูอ่อนโยนมาก ทำเอาคนที่เห็นถึงกับเคลิ้มไปชั่วขณะ
“ตอนเด็กคุณคงลำบากมากเลยสินะ” สีหน้าพิธีกรดูเศร้าแทนยี่หวามาก เพราะเธอรู้สึกผิดที่ก่อนหน้านี้ไปเข้าข้างดนัยณัฐ
“ก็นิดหน่อยค่ะ แต่ว่าตอนนี้หวามีความสุขดีค่ะ”
ในคืนวันนั้นเองรายการที่ยี่หวาไปออกก็ถูกเผยแพร่ พวกคนที่เคยด่ายี่หวาต่างก็ออกมาขอโทษ พร้อมกับหันไปด่าดนัยณัฐแทน
[ตาฉันบวมไปหมดแล้ว สงสารยี่หวามากเลยอ่ะ ดีที่เธอตัดสินใจเด็ดขาดเดินออกมาจากชีวิตพ่อเฮงซวยแบบนั้น]
[เป็นพ่อที่โคตรเลว ทำแบบนี้กับลูกตัวเองได้ยังไง คนแบบนี้ไม่เพียงแต่ไม่ควรเป็นพ่อคน แต่ไม่ควรเกิดมาบนโลกนี้ด้วยซ้ำ ไม่อยากจะคิดเลยว่าตอนเด็กๆ ยี่หวาจะใช้ชีวิตอยู่ยังไง แล้วแม่ยี่หวาไปไหน ทำไมถึงปล่อยให้ลูกต้องอยู่กับพ่อแบบนั้น]
[ในประวัติบอกว่าแม่ของยี่หวาตายตั้งแต่เธอเกิดแล้ว เพราะงั้นตอนที่รู้ว่าพ่อเธอทำแบบนั้น ฉันนี่อยากจะพุ่งเข้าไปต่อยดนัยณัฐในจอเลย รู้ทั้งรู้ว่าลูกไม่เหลือใครนอกจากตัวเอง แต่ก็ยังรักลูกของภรรยาใหม่มากกว่า]
[ว่าแต่เรื่องอะไรทำให้ยี่หวาต้องโดนไล่ออกด้วย]
[ฉันเคยเรียนห้องเดียวกับยี่หวาตอนมอปลาย ก่อนหน้านี้ที่มีคนออกมาเล่าว่ายี่หวาถูกใส่ร้ายแต่แท้จริงแล้วเป็นฝีมือของดาหลายังจำได้ใช่ไหม? เพราะแบบนี้ล่ะมั้งที่ทำให้ยี่หวาถูกไล่ออกจากบ้าน แถมตอนนั้นคงเป็นเพราะเธอเรียนเก่งมากก็เลยได้เลื่อนชั้นขึ้นมาอยู่มอสี่ห้องเดียวกับฉัน]
[ฉันเข้าใจล่ะ! เป็นเพราะยี่หวาทำให้ลูกสาวสุดที่รักอับอายสินะ แถมเธอยังข้ามหน้าข้ามตาเรียนสูงกว่าดาหลาก็เลยไม่พอใจไล่ออกจากบ้าน…โคตรเป็นพ่อที่เห็นแก่ตัวเลย สมควรแล้วที่ยี่หวาไม่กลับไป]
[ผมเคยเรียนห้องเดียวกับยี่หวาตอนมอต้น ตอนที่รู้ว่ายี่หวาเป็นลูกของดนัยณัฐผมตกใจมากจริงๆ เพราะผมจำได้ว่าตอนนั้นยี่หวาเองก็ไม่ได้ใช้นามสกุลจิรภิญญากุล แถมตอนอยู่ที่โรงเรียนช่วงแรกก็เหมือนจะไม่ค่อยมีเงินด้วย เพราะผมไม่เคยเห็นเธอกินข้าวที่โรงเรียนเลยสักครั้ง แล้วเธอก็เดินมาโรงเรียนอีก ช่วงนั้นทุกคนจึงคิดว่าบ้านของยี่หวาจนมาก แต่พอเธอย้ายไปอยู่มอปลายดูเหมือนจะสดใสขึ้น แสดงว่าเจอคนใจดีจริงๆ สินะ]
[ยี่หวา : ตอนนั้นผู้ชายคนนั้นเขาให้เงินฉันค่ะ แต่ถูกภรรยาใหม่เขาเก็บไปหมด เพราะงั้นเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเขาค่ะ]