ตอนที่ 152
[ตอนที่ 152 โลกบังคับให้เธอต้องร้าย]
October 28, 2026
“หม่ามี๊…” เรนจิเอ่ยออกมาเบาๆ มือเล็กๆ พยายามลูบแขนเธออย่างปลอบโยน ยี่หวาจึงรู้สึกได้ว่ามือของเขากำลังสั่น วินาทีนั้นเองทั้งความโกรธ ความเศร้าก็หายไปในพริบตา
ยี่หวาเอื้อมมือไปจับเรนจิ แล้วดึงเข้ามากอด “หม่ามี๊ขอโทษที่ทำให้เรนต้องเป็นกังวล”
“อย่าร้องไห้เลยนะครับ เรนไม่อยากให้หม่ามี๊ร้องไห้”
“จ้ะ หม่ามี๊ไม่ร้องแล้ว หม่ามี๊ยังมีเรน หม่ามี๊ไม่ได้ตัวคนเดียวเหมือนเมื่อก่อนแล้ว”
“แล้วฉัน…”
“คุณเงียบไปเลย!!!” ยี่หวาพูดสวนกลับวายุ เธอรู้ว่าเรื่องนี้เขาไม่ผิดแต่เธอก็อดที่จะโมโหไม่ได้ที่เขาไม่ยอมบอก
แววตาวายุหดเกร็งทันที เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาโดนยี่หวาตะคอกใส่ “งั้นฉันออกไปข้างนอกก่อน…”
“ฉันร้องไห้ขนาดนี้คุณยังจะออกไปข้างนอกอีกเหรอ!” ยี่หวาขึ้นเสียงใส่วายุ เมื่อรู้สึกได้ว่าเขากำลังจะลุกขึ้นจากเตียงในขณะที่เธอกำลังร้องไห้อยู่
วายุที่ได้ยินดังนั้นก็นั่งตัวแข็งทื่อไม่กล้าขยับตัว และไม่กล้าส่งเสียงอีก เพราะกลัวว่ายี่หวาจะอารมณ์เสียมากกว่าเดิม ครั้งนี้เธอคงโกรธจริงๆ เพราะตามปกติแล้วเธอเป็นคนที่เก็บอารมณ์เก่งมาก ไม่เคยแสดงมาออกขนาดนี้
ยี่หวาที่ได้สติว่าเผลอทำตัวไม่ดีใส่วายุไปก็พยายามเอื้อมมือข้างหนึ่งไปคลำหามือของเขามาจับไว้แน่น แล้วเธอก็นั่งเงียบเช่นเดิมไม่พูดอะไรออกมา พอเห็นท่าทีของหญิงสาวที่แสดงออกมา วายุจึงนั่งให้เธอจับมือท่ามกลางความมืดและความเงียบ เพราะเขาเข้าใจแล้วว่าเธอต้องการอะไร
ผ่านไปสักพักอารมณ์ยี่หวาก็กลับมาเป็นเป็นปกติ จึงพูดเสียงอ่อนลง “คุณช่วยเดินไปเปิดไฟให้หน่อยได้ไหมคะ”
“อืม” วายุพูดเสร็จก็ลุกขึ้นไปเปิดไฟให้ยี่หวา พอภายในห้องสว่างเธอก็รีบลุกขึ้นไปกอดเอววายุไว้แน่น
“เมื่อกี้ฉันขอโทษนะคะ ฉันควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ไม่ดีพอ เลยเผลอทำตัวหยาบคายใส่คุณไป”
“ไม่เป็นไร” วายุตอบ น้ำเสียงแฝงไปด้วยความน้อยใจ ยี่หวาจึงเงยหน้าขึ้นมองเขา เพราะไม่เข้าใจว่าเขาโกรธอะไรเธอหรือเปล่า ทำไมน้ำเสียงถึงได้เป็นแบบนี้
“ฉันขอโทษค่ะ ทีหลังฉันจะไม่ขึ้นเสียงใส่คุณแล้ว คุณอย่าเพิ่งเบื่อฉันเลยนะ” ยี่หวาส่งสายตาอ้อนวอนให้วายุ น้ำเสียงฟังดูร้อนรนจนสีหน้าวายุดูแย่ลงกว่าเดิมอีก
“ฉันไม่มีทางเบื่อเธอเด็ดขาด!”
“แล้วทำไมสีหน้าคุณเป็นแบบนี้ล่ะคะ?”
“เธอเกรงใจฉัน ฉันชอบที่เธอโมโหฉัน ขึ้นเสียงใส่ฉัน มันทำให้ฉันรู้สึกว่าได้เข้าใกล้เธอมากขึ้น เธอจะหยาบคายใส่ฉันก็ได้ ฉันอยากให้เธอเป็นตัวของตัวเองมากที่สุดเวลาที่อยู่กับฉัน” ถึงตอนแรกจะตกใจ แต่พอเห็นเธอเป็นตัวของตัวเองเขาก็รู้สึกมีความสุข
ยี่หวาถึงกับพูดไม่ออก ไม่คิดว่าเขาจะเป็นคนชอบความรุนแรง สงสัยที่ผ่านมาเธอจะอ่อนโยนกับเขาเกินไปสินะ “ฉันกลัวคุณจะรับไม่ได้ เพราะหลายปีที่ผ่านมาฉันไม่ใช่เด็กผู้หญิงอ่อนแอที่คุณเคยรู้จักแล้ว”
“ฉันรับได้! เธอก็คือเธอ แค่โลกบังคับให้เธอต้องร้าย เพราะงั้นตอนอยู่ด้วยกัน ฉันก็อยากให้เธอกลายเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะเบื่อเธอ เพราะมันจะเป็นสิ่งเดียวที่ฉันจะไม่มีวันให้เธอแน่นอน”
“ทำไมคุณถึงได้น่ารักแบบนี้…”
“อะแฮ่ม!” เรนจิส่งเสียงเตือนพ่อตัวเองที่กำลังจะก้มหน้าลงจูบหม่ามี๊ “เรนยังอยู่! ดูเหมือนว่าหม่ามี๊จะโอเคแล้ว งั้นเรนนอนต่อนะครับ”
ยี่หวาที่เห็นสีหน้ากำลังงอนของเรนจิก็รีบผละออกจากวายุ แล้วเดินไปอุ้มเขาขึ้นไว้ในอ้อมกอด “โอ๋ๆ หม่ามี๊ยังอยากให้เรนปลอบอยู่เลย คนเก่งจะหนีหม่ามี๊นอนแล้วเหรอ”
“หม่ามี๊ได้พ่อปลอบแล้ว”
“แต่หม่ามี๊ยังเศร้าอยู่เลย เรนจะไม่ปลอบหม่ามี๊จริงเหรอ” ยี่หวาทำสีหน้าน้อยใจใส่เรนจิ ทำให้เจ้าเด็กน้อยโน้มตัวไปโอบคอเธอเอาไว้อย่างอ่อนโยน แต่สายตาจับจ้องไปยังผู้เป็นพ่อ ไม่เพียงเท่านั้น ยังยกยิ้มมุมปากใส่เขาอีก
“งั้นเรนจะทำให้หม่ามี๊หายเศร้าเองนะครับ” เรนจิพูดอย่างปลอบโยนแต่สายตาที่วายุอ่านได้คือตัวของพ่อนั้นทำให้หม่ามี๊หายเศร้าไม่ได้
วายุที่ไม่ยอมแพ้จึงยกนิ้วชี้ขึ้นมาชูหนึ่งนิ้ว นั่นหมายถึงว่า เธอนึกถึงเขาคนแรก จึงเข้ามากอดเขาก่อน เรนจิที่เห็นดังนั้นก็บีบน้ำตาออกมา “ฮือ~ พ่อแกล้งผม!”
ยี่หวาที่ได้ยินลูกชายร้องไห้ก็รีบหันขวับไปหาวายุด้วยสายตาอาฆาต “คุณทำอะไรลูกคะ?”
“พ่อชูเลขหนึ่งให้ผม พ่อจะบอกว่าหม่ามี๊กอดพ่อก่อนผม หม่ามี๊รักพ่อมากกว่าผมใช่ไหมครับ”
“คุณวายุ!” ยี่หวากดเสียงต่ำลง พร้อมกับปล่อยเรนจิลงบนเตียง จากนั้นก็เดินไปดันหลังวายุให้ออกจากห้องไป “คืนนี้คุณนอนนอกห้องไปเลย ถ้าคุณยังทำตัวไม่ดีกับลูกอีก ไม่นานคุณคงได้กลับไปนอนที่บ้าน…อ้อ! แล้วก็คุณเป็นคนอยากให้ฉันร้ายเองนะ!”
“ขอถอนคำพูด…”
“ลูกผู้ชายพูดแล้วไม่คืนคำ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ” ว่าจบยี่หวาก็ปิดประตูใส่เขาพร้อมกับเดินมาหาเรนจิ “คืนนี้เรานอนกันสองคนเนอะ”