ตอนที่ 154
[ตอนที่ 154 จะได้แค่เสียใจไม่ต้องเสียความรู้สึก]
October 28, 2026
ยี่หวาที่เดินแยกออกมาคุยกับฮาเดสก็รีบพูดเปิดประเด็นทันที เพราะเธอกลัวว่าเรนจิจะรอนาน “ลูกฉันฉลาดกว่าที่นายคิด นายไม่ควรพูดแบบนั้นออกไป”
“ก็เรื่องจริง” ฮาเดสพูดออกมาอย่างไม่ใส่ใจ “เธออาจจะเป็นน้องสาวฉันก็ได้”
ยี่หวาถึงกับถอนหายใจออกมา ผู้ชายคนนี้เธอไม่สามารถเดาความคิดเขาได้จริงๆ “ฉันมีพี่ชายแล้วไม่ต้องการ”
“แต่ฉันอยากเป็น”
“เราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันแล้ว นายก็รู้ว่าฉันไม่ชอบคนโกหก ฉันไม่เข้าใจว่านายจะโกหกฉันเรื่องแม่นมทำไม เพราะในเมื่อวันหนึ่งฉันก็ต้องรู้ความจริงอยู่ดี สู้ให้รู้ตั้งแต่แรกยังจะดีซะกว่า จะได้แค่เสียใจไม่ต้องมาเสียความรู้สึกแบบนี้”
“ทีสามีเธอปิดบังไม่เห็นเธอจะโกรธอะไรเลย สองมาตรฐานชะมัด!” ฮาเดสพูดพร้อมกับกอดอกอย่างไม่พอใจ
“ปิดบังกับโกหก นายต้องแยกให้ออกนะฮาเดส” อีกอย่างสามีจะทำอะไรก็ย่อมไม่ผิด
“เหอะ!”
“ฉันไม่มีอะไรจะพูดกับนายแล้ว ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา แล้วก็หวังว่าตลอดหลายปีมานี้ฉันจะชดใช้ให้นายหมดแล้ว” ยี่หวาพูดจบก็รีบหันหลังกลับ แต่ยังไม่ทันได้ก้าวขาเดิน ข้อมือก็ถูกมือหนาคว้าเอาไว้เสียก่อน
“ฉันไม่ให้เธอไปไหนทั้งนั้น ฉันเป็นคนช่วยชีวิตเธอไว้ เธอต้องเป็นของฉันเท่านั้น!” ฮาเดสกำข้อมือยี่หวาแน่นจนเธอรู้สึกเจ็บ แต่เธอก็ทนไว้ไม่ยอมร้องออกมา
“นายก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้”
“มันเป็นไปได้ถ้าไม่มีผู้ชายคนนั้นเข้ามา” ขอบตาของฮาเดสเริ่มแดงก่ำ ไม่รู้เป็นเพราะว่าเขาโกรธหรือกำลังจะร้องไห้กันแน่ แต่ยี่หวาคิดว่าเขาคงโกรธ เพราะคนอย่างหมอนี่ไม่มีทางร้องไห้หรอก
“ถ้ามันเป็นไปได้ มันคงเป็นไปได้ตั้งนานแล้ว”
“งั้นก็ทำให้มันเป็นไปได้เลยแล้วกัน” ฮาเดสพูดจบก็กระชากแขนยี่หวาเข้าหาตัว แต่ยังไม่ทันที่ยี่หวาจะเอ่ยห้ามร่างของฮาเดสก็ถูกพลักออกด้วยมือเล็กๆ ของเรนจิ
“ห้ามรังแกหม่ามี๊!!!” เรนจิตะโกนขึ้นเสียงดัง สองมือพยายามดันตัวของฮาเดสออกจากยี่หวา “ห้ามเข้าใกล้หม่ามี๊ด้วย!”
“หึ!” ฮาเดสหัวเราะออกมาในลำคอ ก่อนจะปล่อยมือยี่หวาแล้วก้มหน้าลงคุยกับเรนจิ “เรื่องของผู้ใหญ่ เด็กไม่เกี่ยว”
เรนจิยืนหน้ายี่หวาและกางมือทั้งสองออก สายตาปกป้องยี่หวาเต็มกำลัง “หม่ามี๊เป็นของพ่อ! ลุงไม่เกี่ยว”
ฮาเดสปรบมือสองสามครั้ง “ฉลาดอย่างที่เธอบอกจริงด้วย” ก่อนจะก้มลงไปกระซิบที่ข้างหูเรนจิเบาๆ เพื่อไม่ให้ยี่หวาได้ยิน “งั้นก็ฝากไปบอกพ่อเราด้วยล่ะ ว่าถ้าเผลอเมื่อไหร่ลุงจะไปแย่งเธอกลับมา”
เรนจิที่ได้ยินก็ตัวแข็งทื่อ รีบหันหน้าไปกอดขายี่หวาแล้วซุกหน้าร้องไห้ออกมา ยี่หวาไม่รอช้ารีบอุ้มเรนจิขึ้นก่อนจะถลึงตาไม่พอใจใส่ฮาเดส “นายพูดอะไรกับลูกฉัน”
“เด็กยังไงก็เป็นเด็ก พูดแค่นี้ก็ร้องไห้ซะแล้ว” ว่าจบฮาเดสก็เดินหันหลังกลับไป ยี่หวาเองก็ไม่ได้สนใจรีบปลอบเรนจิ
“เรนอย่าไปสนใจเลย”
“หม่ามี๊จะไม่ทิ้งเรนกับพ่อไปใช่ไหม…อึก!” เรนจิถามออกมาด้วยเสียงสะอึกสะอื้น ทำให้ยี่หวาเดาได้ไม่อยากเลยว่าหมอนั่นพูดอะไร
“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น หม่ามี๊จะไม่มีวันทิ้งทั้งสองคนไปไหน หม่ามี๊สัญญา เรนอย่าไปเก็บคำพูดของลุงคนเมื่อกี้มาคิดมากเลยนะ”
ในเวลาเดียวกันนั้นเองวายุที่ได้รับโทรศัพท์จากกองทัพว่ามีผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาเหมือนจะจีบยี่หวา แถมยังทำให้เรนจิร้องไห้อีก เขาก็ทิ้งงานในมือแล้วเดินออกมาจากห้องทำงานเพื่อที่จะขับรถไปหาเธอ แต่ยังไม่ทันได้เดินไปไหนก็ได้รับข้อความจากยี่หวาเสียก่อน
[ห้ามมา]
นี่เธอรู้ว่าเขาแอบส่งคนติดตามไปอย่างนั้นเหรอ…
“พี่! เกิดอะไรขึ้น ทำไมดูรีบร้อนขนาดนี้” ธาราธรที่เดินออกมาจากห้องทำงานก็ถามขึ้น เมื่อเห็นว่าวายุยืนจ้องโทรศัพท์บนตัวมีเพียงเสื้อเชิ้ตไม่สวมเสื้อคลุมทับ
“เปล่า” วายุพูดจบก็เดินกลับเข้าห้องทำงานไป
เมื่อเห็นท่าทางของวายุ ธาราธรก็ได้แต่คิดในใจ ‘เปล่าอะไร ก็เห็นอยู่ว่ารีบร้อนออกมาจากห้องทำงานขนาดไหน โชคดีที่วันนี้วันหยุดจึงไม่มีพนักงาน ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงได้ตกใจจนไม่เป็นอันทำงานแน่นอน’
ทันทีที่เคลียร์งานเสร็จไปบางส่วน วายุก็ไม่รอช้าตรงกลับมาที่คอนโดยี่หวา เพื่อที่จะนั่งรอสองแม่ลูก จนเวลาผ่านไปเกือบสองทุ่ม ก็ยังไม่มีทีท่าว่าทั้งคู่จะกลับมา
.....
ยี่หวาก้มลงไปมองที่นาฬิกาข้อมือของตัวเองก็พบว่าตอนนี้เป็นเวลาเกือบสี่ทุ่มแล้ว จากนั้นก็สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ และตัดสินใจเอื้อมมือไปเปิดประตูเบาๆ พอเห็นว่าภายในห้องมืดสนิทก็ค่อยๆ ย่องเข้าไปช้าๆ แต่ทันใดนั้นไฟก็สว่างขึ้นมาทันที
“คุณภรรยา คุณชายน้อย ในที่สุดก็กลับบ้านสักที” วายุที่ยืนเกาะอกอยู่ตรงสวิตช์ไฟพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา ทำเอายี่หวาและเรนจิถึงกับไม่กล้าส่งเสียงใดๆ ออกมา “คุณภรรยาเกิดเป็นใบ้ขึ้นมางั้นเหรอ? ส่วนคุณชายน้อยลืมวิธีพูดแล้วหรือไง?”
ยี่หวาและเรนจิหันมามองหน้ากันก่อนจะรีบเดินไปเกาะแขนวายุกันคนละข้าง “คุณสามีอย่าเพิ่งโมโหเลยนะ”
“ใช่ครับ พ่อห้ามโมโหหม่ามี๊”
“อธิบาย”
“คือว่า…แถวนั้นมีถนนคนเดินพอดีก็เลย…”
“ก็เลยปล่อยให้ผมรอจนไม่ได้กินข้าว” วายุกดเสียงต่ำ พูดออกมาอย่างน้อยใจ จนยี่หวารู้สึกผิด
“ฉันขอโทษค่ะ คราวหน้าจะไม่ปล่อยให้คุณรอแล้ว”
“ไม่มีคราวหน้า”
“ค่ะๆ ครั้งหน้าถ้าไปเที่ยวก็ไปกันทั้งสามคนเลยเนอะ” ยี่หวาเอาหน้าไปถูแขนวายุอย่างออดอ้อน “คุณยังไม่ได้กินอะไรเลยใช่ไหม งั้นเดี๋ยวฉันทำอะไรให้คุณนะ”
“อืม” สุดท้ายวายุก็แพ้ให้กับลูกอ้อนของยี่หวา ภรรยาเขาร้ายกาจจริงๆ
“งั้นเรนไปอาบน้ำก่อนนะ”
“อาบเสร็จรีบเข้านอน” วายุหันไปสั่งเรนจิ เพราะเขาอยากจะใช้เวลากับยี่หวาบ้าง วันนี้ถูกลูกชายแย่งไปหมดเลย
หลังจากที่ยี่หวาทำอาหารให้วายุเสร็จ เธอก็ขอตัวไปอาบน้ำ และในขณะที่ยี่หวากำลังอาบน้ำอยู่เรนจิก็ลุกขึ้นจากเตียงเดินมาหาวายุที่โต๊ะกินข้าว
“ทำไมยังไม่นอน”
“วันนี้มีคุณลุงคนหนึ่งฝากให้ผมมาบอกพ่อว่า ถ้าเผลอเมื่อไหร่ลุงจะไปแย่งเธอกลับมา”
คำพูดนี้สินะที่ทำให้ลูกชายเขาร้องไห้ “ลูกไม่เชื่อใจหม่ามี๊ของลูกหรือไง”