ตอนที่ 926
บทที่ 926 เบื้องหลังที่แท้จริง
October 22, 2026
บทที่ 926 เบื้องหลังที่แท้จริง
ร่างของหมิงเฟยน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง ม้วนหมอกดำ พิษกระจายทั่วทิศ
เสียงควบคุมออกจากปากสวี่ชิง ทั้งส่งออกจากปากหมิงเฟย
สิ่งแปดเปื้อนที่หนึ่งเพลิงเทวะเกิดควันผสม
ในปากทางผ่าน ชายหนุ่มแซ่เฟิงที่ทำลายสิ่งกีดขวางและกำลังจะห้อตะบึง ร่างกายพลันสั่น สีหน้าเปลี่ยนในพริบตา เห็นได้ว่ามีจุดดำแฝงสิ่งแปดเปื้อนนับไม่ถ้วนขยายทั่วตัวทั่วหน้าเขา
สิ่งแปดเปื้อนที่สองจิตเทพเกิดความอยากปะปน
ครู่ต่อมา การรับรู้ทั้งหมดบนกายชายหนุ่มแซ่เฟิงล้วนถูกช่วงชิง
สิ่งแปดเปื้อนที่สามกายเทพเกิดความเสื่อมถอย
จุดดำทั้งหมดบนตัวชายหนุ่มแซ่เฟิงเน่าเปื่อยทุกจุด เลือดเนื้อหลุดร่วง กระดูกผุกร่อน
สิ่งแปดเปื้อนที่สี่ศาลเจ้าเกิดธุลีสิ้นความรุ่งเรือง
ชายหนุ่มแซ่เฟิงส่งเสียงโอดครวญน่าสังเวช เขาสัมผัสได้ว่าฐานวิถีที่เคยสั่นสะเทือนเพราะตนระเบิดตัวเองยามนี้ถึงกับพังทลาย
แต่คำสาปยังไม่สิ้นสุด
สิ่งแปดเปื้อนที่ห้าความเป็นเทพแปดเปื้อนไร้สติปัญญา
สิ่งแปดเปื้อนที่หกดวงชีพเทพเกิดคำสาปชะตาขาด
พลังดับสลายจิตวิญญาณเริ่มทำลายล้าง ชายหนุ่มแซ่เฟิงเหมือนผีร้าย เลือดเนื้อเน่าเปื่อยจนดูไม่ออก พร้อมกันนั้นร่างกายยังส่งกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรง
แต่ในตอนนี้เอง เขาพลันยกมือตบทรวงอก ทันใดนั้นเลือดปนเปื้อนจำนวนมากรวมถึงวิญญาณโอดครวญนับไม่ถ้วนพากันแย่งทะลุออกมาจากกายเขา
นั่นคือโลหิตและวิญญาณสายเลือดร่วมเผ่านับยี่สิบล้านของเขา ก่อนหน้านี้ถูกเขาผสานในกาย ทำให้ตัวเขามีสายเลือดพิสดารบันลือโดยสมบูรณ์ บัดนี้ไม่มีทางเลือก เขาได้เพียงสละเหล่านี้
และหลังจากทะเลโลหิตกับเหล่าวิญญาณกระจายออกมา สายเลือดของเขาลดลง ด้านหลังปรากฏปีกอีกครั้ง หว่างคิ้วยังเกิดเป็นดวงตาที่สาม
ส่วนคำสาปที่ตกถึงตัวเขาย่อมกระจายออกเช่นกัน ถึงกับถูกเขาใช้สิ่งนี้ฝืนต้านไว้ทั้งอย่างนั้น ปีกด้านหลังพลันกระพือ ระเบิดความเร็วพุ่งออกไปนอกทางผ่าน
คำสาปของสวี่ชิงแม้ถูกเขาข่มไว้ด้วยวิชาทำลายล้างเช่นนี้ แต่ขั้นตอนก่อนหน้าส่งผลต่อความเร็วของเขาไม่น้อย ดังนั้นแทบในชั่วพริบตาที่เขาพุ่งไป เยวี่ยตงที่อยู่ใกล้เขาที่สุดกระพือปีกด้านหลังเช่นกัน ไล่ตามไปในพริบตานั้น
ขณะเดียวกันสองมือทำมุทรา ทางผ่านเส้นนี้ถึงกับปรากฏผนึกต้องห้ามหลายสิบสายในยามนี้
ผนึกต้องห้ามเหล่านี้ชัดว่านางเป็นคนวางไว้ตามทางตอนย่องเข้ามาเป็นคนสุดท้าย บัดนี้พากันระเบิดขัดขวางชายหนุ่มแซ่เฟิง
ดังนั้นด้วยการขัดขวางของผนึกต้องห้ามหลายสิบสายนี้ ถึงชายหนุ่มแซ่เฟิงฉวยโอกาสได้ก่อน ทั้งความเร็วยังลดลงต่อเนื่อง และแม้สุดท้ายพุ่งออกจากทางผ่านที่บรรพบุรุษของเขาทิ้งไว้ แต่ว่า…
พริบตาที่เขาพุ่งออกไป เงาร่างเยวี่ยตงบินออกมาก่อนด้วยความเร็วเหนือกว่า ทั้งยังเคลื่อนลงก่อนหนูทองปรากฏ ทำให้แผนของชายหนุ่มแซ่เฟิงไม่อาจดำเนิน
เขากำลังจะหนีโดยไม่คิด แต่เงาร่างของหลานเหยาก็ไล่ตามมาขวางอยู่ด้านบนเช่นกัน
พริบตาต่อมา สวี่ชิงกับนายกองก็โผล่มาอยู่ข้างนอก แต่พวกเขาไม่ได้มุ่งสังหารชายหนุ่มแซ่เฟิง กลับพุ่งไปทางออกถ้ำใต้ดินด้านบนโดยไม่ได้นัดหมาย!
สำหรับพวกสวี่ชิง นี่คือโอกาสออกไปจากที่นี่
พวกหลานเหยากำลังโรมรันพันตู ได้โอกาสพอดี
แต่ความจริงโอกาสนี้เขากับนายกองก็แอบสร้างไว้ในทางผ่าน
ไม่อย่างนั้นสวี่ชิงคงไม่ใช้สิ่งแปดเปื้อนทั้งหกของเทพเจ้าก่อนหน้านี้
เป้าหมายของเขาย่อมไม่ใช่สังหารชายหนุ่มแซ่เฟิง อีกฝ่ายมีชีวิตอยู่จึงจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ดังนั้นเขาแค่ถ่วงเวลา ใช้สิ่งนี้หยุดความเป็นไปได้ที่อีกฝ่ายจะปลดปล่อยหนูทอง
ส่วนต่อไปสามคนนี้จะสู้กันอย่างไรก็ไม่เกี่ยวกับพวกเขาแล้ว
สวี่ชิงกับนายกองรู้ว่าสิ่งที่ได้มานั้นเต็มเปี่ยม ตอนนี้ต้องออกไป ชักช้าจะเกิดความเปลี่ยนแปลง
แต่ในตอนที่เงาร่างสวี่ชิงกับนายกองมาอยู่กลางอากาศและใกล้ถึงทางออก สิ่งกีดขวางสายหนึ่งพลันปรากฏกลางอากาศโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย
นั่นเป็นตาข่ายยักษ์สีเงิน เกิดจากไหมขาวแวววาว แผ่คลุมทั่วโลกเบื้องล่าง
ในนั้นมีพลังกดดันน่าหวาดกลัว แฝงไว้ด้วยผนึกชวนตื่นตะลึง ดูท่าทางแข็งแกร่งกว่าพลังโลกาที่ชายหนุ่มแซ่เฟิงระเบิดก่อนหน้านี้
หากมีแค่นี้ก็ช่างเถิด สวี่ชิงกับนายกองผสานกายเข้าศพจักรพรรดิ ตอนควบคุมก็ใช่ว่าระเบิดพลังด้วยราคาที่ต้องจ่ายไม่ได้ เพียงแต่…บนผนึกถึงกับมีกระดาษยันต์แผ่นหนึ่ง
กระดาษนี้สีเงิน แม้รอยตัวอักษรบนนั้นชัดเจน กลับยากวิเคราะห์ความหมาย แต่ความศักดิ์สิทธิ์ที่แผ่จากในนั้นเข้มข้นยิ่ง
ไม่เหมือนกลิ่นอายเทพเจ้า นั่นคือ…กลิ่นอายของมหาจักรพรรดิ!
สวี่ชิงกับนายกองสีหน้าพลันเปลี่ยน
ผนึกนี้ไม่จำเป็นต้องไปคิดวิเคราะห์ พวกเขารู้ได้ทันทีว่าต้องเป็นสิ่งที่เยวี่ยตงแอบซุ่มวางไว้ตลอดทางแล้วค่อยเข้าทางผ่าน
สตรีผู้นี้กับหลานเหยาคนหนึ่งอยู่นอกคนหนึ่งอยู่ใน ต่างฝ่ายร่วมมือกันเรียกได้ว่าไร้ที่ติ
เพียงแต่การวางระดับนี้ ถึงขั้นใช้ของเช่นนี้ เหตุผลของพวกนางคงไม่ได้เกิดจากการล่าของวิเศษแค่นั้นเป็นแน่
อย่างไรยันต์แผ่นนี้ก็มีค่าสูงยิ่ง
“สหายทั้งสองไม่ต้องกังวล ผนึกนี้ไม่ได้เอาไว้จัดการพวกเจ้า แต่เอาไว้ขัดขวางไม่ให้เฟิงหลินเทาหนีไป พอเราสองคนสังหารเฟิงหลินเทาแล้วย่อมเปิดผนึกปล่อยพวกเจ้าไป”
“อีกอย่าง หากทั้งสองยอมช่วยออกมือลดเวลาสังหารย่อมดีที่สุด อย่างไรหนูทองนั่น…ก็ใกล้จะหลุดออกมาแล้ว”
เยวี่ยตงกล่าวราบเรียบ หนูทองข้างหลังนางยามนี้ชัดว่าเริ่มดิ้นแรง แม้การที่หลานเหยาบอกว่าขังไว้ได้หนึ่งก้านธูปเหมือนจะมีความเท็จ แต่กระจกนั่นก็ไม่อาจอยู่ได้นานนักอย่างแท้จริง
ใจสวี่ชิงกับนายกองจึงหม่นลง
พวกเขาก็ต้องยอมรับว่าผู้บำเพ็ญทั้งสามที่มาจากแดนศักดิ์สิทธิ์ตรงหน้า นอกจากพลังบำเพ็ญแข็งกล้า ของวิเศษเวทมากมาย ความคิดสติปัญญาก็ไม่ธรรมดา ครั้งนี้แทบทุกคนล้วนมีแผนสกปรก ต่างฝ่ายมีทางหนีทีไล่
เพียงไม่ระวังตัวระหว่างนั้น เกรงว่าจะต้องตายอยู่ที่นี่
ด้านชายหนุ่มแซ่เฟิงก็กวาดสายตา สีหน้าพลันซีดเผือดกว่าเดิม นัยน์ตาถึงกับเผยความสิ้นหวัง หัวเราะน่าเวทนา
“ยันต์ผนึกบรรพจารย์ศักดิ์สิทธิ์ ในเผ่ายันต์นี้ต้องใช้กำลังรบมหาศาลถึงจะแลกได้แผ่นหนึ่ง…ไม่นึกว่าสหายเยวี่ยตงถึงกับใช้วิธีเช่นนี้เพื่อผู้แซ่เฟิง”
“เจ้ากับข้ามีความขัดแย้งชั่วคราวเพราะผลประโยชน์ ของพวกเจ้าก็เอาไปแล้ว แต่วางผนึกนี้ไว้ล่วงหน้า ทำท่าจะสังหารผู้แซ่เฟิงให้ได้ เรื่องนี้ผู้แซ่เฟิงนึกไม่ถึงโดยแท้”
“ระหว่างเรามีความแค้นฝังลึกอันใดหรืออย่างไร!!”
ชายหนุ่มแซ่เฟิงตาแดงฉาน หลังความสิ้นหวังเป็นท่าทางเสียสติ เสียงมาถึงตอนท้ายแทบจะคำราม
“ความแค้นฝังลึก? เจ้าคิดว่าไงล่ะ!” จิตสังหารในตาเยวี่ยตงเด่นชัด ความอ่อนหวานบนหน้านางหายไปหมดสิ้น แทนที่ด้วยความเคียดแค้นรุนแรง คล้ายอยากจะกลืนเนื้ออีกฝ่ายทั้งเป็น
“สหายเฟิง สายเลือดปีกมารของเจ้าแท้จริงได้มาอย่างไร เราสองคนพี่น้องตามสืบมาหลายปี!”
“เจ้าคิดว่าคนไม่รู้ผีไม่รู้ ไม่มีใครรู้ แต่นาง…มีพี่สาวคนหนึ่ง นางแค่ไม่ได้บอกเจ้าเท่านั้น และการลงมือของพวกเราครั้งนี้ ของวิเศษอะไรนั่นล้วนเป็นเรื่องรอง เป้าหมายที่แท้จริงก็คือเจ้า”
หลังหลานเหยากัดฟันกล่าวอยู่ด้านข้าง กายนางพลันมุ่งตรงไปหาชายหนุ่มแซ่เฟิง ด้านเยวี่ยตงก็พุ่งเข้าไปด้วยความแค้น
เสียงอึกทึกกึกก้อง ทั้งสามโรมรันอยู่ด้วยกัน