ตอนที่ 928
บทที่ 928 สวี่ชิงและเอ้อร์หนิวหวนกลับคืน
October 22, 2026
บทที่ 928 สวี่ชิงและเอ้อร์หนิวหวนกลับคืน
ดินแดนเมืองหลวงจักพรรดิ วงแหวนภายใน
ค่ายกลส่งข้ามที่นี่ไม่ได้ส่งไปถึงในเมืองหลวงทันที แต่ส่งข้ามไปยังนอกเมืองหลวงเหมือนกับตอนนั้นที่พวกสวี่ชิงเดินทางมาดินแดนเมืองหลวงจักรพรรดิครั้งแรกภายใต้การร่วมเดินทางจากองค์หญิงสาม
ทันทีที่ปรากฏตัวขึ้น สมาชิกที่เฝ้าคุ้มกันค่ายกลแห่งนี้ ยังไม่ทันที่จะได้เห็นเงาร่างของพวกสวี่ชิงทั้งสองคน พวกเขาก็จากไปไกลมาถึงบนท้องฟ้าแล้ว
ยืนอยู่ตรงนั้น มองเมืองหลวงที่อยู่ที่ไกล สิ่งที่สะท้อนปรากฏในดวงตาก็คือรูปสลักมากมายที่รายล้อมเมืองหลวงอยู่เหล่านั้น
ตอนนี้มองไปอีกครั้ง ความรู้สึกในใจของสวี่ชิงต่างไปจากในตอนนั้น
ในขณะที่ในใจเกิดอารมณ์ความรู้สึกสะท้อนใจ ก็มองเห็นสะพานเจ็ดสีที่ทอดตัวไปยังวังหลวงเส้นนั้นรางๆ และดาวจักรพรรดิโบราณที่อยู่ในความสลัวรางเลือนที่อยู่ไกลลิบดวงนั้น
“ในที่สุดก็กลับมาแล้ว”
สวี่ชิงพึมพำ ในสมองมีเงาร่างมากมายผุดขึ้นมา ใบหน้าก็มีรอยยิ้มปรากฏออกมา
สังเกตเห็นสีหน้าของสวี่ชิง เอ้อร์หนิวที่กำลังฮึกเหิมมีชีวิตชีวาก็พลันนึกอะไรขึ้นมาได้ เอ่ยปากพูดขึ้น
“ใช่แล้วศิษย์น้องเล็ก ตอนนั้นในโพรงแห่งนั้น แม่คนที่ชื่อเยวี่ยตงอะไรนั่น คำพูดคำจาของนางเต็มไปด้วยความจริงใจ ความลึกซึ้งในสายสัมพันธ์สายเลือดของพี่สาวน้องสาวมันช่างตื้นตันประทับจิตประทับใจเหลือเกิน”
“ส่วนพวกเรากลับปล่อยเจ้าคนแซ่เฟิงนั่นไป ในใจข้าตลอดทางมานี้รู้สึกผิดติดค้างมาตลอดเลย”
เอ้อร์หนิวกะพริบตาปริบๆ เหล่ตามองสวี่ชิง
สวี่ชิงได้ยินก็มองๆ ศิษย์พี่ของตัวเอง
“มองไม่ออกเลยว่าท่านติดค้างรู้สึกผิดในใจ”
เอ้อร์หนิวหัวเราะฮี่ๆ
“แม่ผู้หญิงพวกนั้นแม้คำพูดจะจริงใจ ท่าทางเหมือนจะแก้แค้นให้น้องสาว หลานเหยานั่นก็เคืองแค้นต่อความไม่เป็นธรรม ทั้งโพรงเต็มไปด้วยความต้องการจะแก้แค้นและความยึดมั่น ช่างซาบซึ้งใจจริงๆ
แต่ว่า ด้วยสายตาอันคมกริบของข้า มองเพียงผาดเดียวก็รู้ว่า เยวี่ยตงแม่พวกนั้นไม่ใช่คนดี แต่ข้าสัมผัสได้ว่ามันมีเหตุผล”
เอ้อร์หนิวเชิดหน้า สีหน้าฉายแววหยิ่งทะนง
“ข้าเป็นเพราะคุณสมบัติกายพิเศษ ข้าจะบอกเจ้าในนะอาชิงน้อย ตั้งแต่เด็กจนโต นับแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน มีแต่ข้าไปหลอกคนอื่น จะผู้บำเพ็ญ็ดี เทพเจ้าก็ดี ถูกข้าหลอกมาไม่น้อยเลย!”
“และหลังจากที่หลอกมาหลายครั้งเข้า ข้าก็เหมือนบรรลุมหาวิถีได้ ดังนั้นร่างกายเลยมีภูมิต้านทานโดยไม่รู้ตัว คนอื่นคิดจะหลอกข้า ข้าจะรู้ได้ในทันที”
“เจ้าล่ะ เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าไม่ชอบมาพากล”
เอ้อร์หนิวสงสัย คำถามนี้เขาเก็บไว้ในใจนานแล้ว หากไม่ใช่ว่าระหว่างทางเวลารีบเร่ง เขาพูดได้ยาก เกรงว่าคงถามคำถามนี้ไปนานแล้ว
“ข้าอยู่กับศิษย์พี่ใหญ่นานเข้าก็มีภูมิต้านทานเช่นกัน”
ฟังคำกล่าวที่ว่ามีภูมิต้านทานเพ้อเจ้อของอีกฝ่าย พลางมองดวงตาของศิษย์พี่ใหญ่ สวี่ชิงเอ่ยเนิบนาบ
“ข้าไม่ได้หลอกเจ้านะ”
เอ้อร์หนิวได้ยินก็กระแอม เลี่ยงหัวข้อสนทนานี้ จากนั้นก็ยกมือตบหน้าผาก ทันใดนั้นก็มีเถาวัลย์สีเขียวอ่อนงอกออกมาจากศีรษะเส้นหนึ่ง ยาวประมาณครึ่งจั้ง ห้อยย้อยลงมา
เขาพลันอ้าปากแล้วกัดกร๊อบ ท่ามกลางการสั่นสะท้านของเถาวัลย์เส้นนั้น ก็กัดมันขาดทันที ก่อนจะโยนไปให้สวี่ชิง
“เอาไป ศิษย์พี่ใหญ่ให้ของกำนัลเจ้า พวกเราพี่น้อง ของวิเศษล้ำค่าอะไรต้องแบ่งให้เท่ากัน!”
เอ้อร์หนิวเอ่ยอย่างโอ้อวดภูมิใจ หลังจากพูดจบก็มองสวี่ชิงตาละห้อย ท่าทางเหมือนว่าเจ้าก็ควรทำกับข้าแบบนี้เช่นกัน
สวี่ชิงหัวเราะ สำหรับเรื่องที่ว่าศิษย์พี่ใหญ่จะแบ่งเถาวัลย์ให้หรือไม่ เขาไม่สนใจ ระหว่างทางคือไม่มีเวลา หลังจากกลับมายังเผ่ามนุษย์ ต่อให้อีกฝ่ายไม่พูดอะไร เขาก็ยังคงจะแบ่งผลเก็บเเกี่ยวให้อยู่ดี
ระหว่างทั้งสองคน โดยพื้นฐานแล้วไม่มีของวิเศษอะไรที่แบ่งไม่ได้
ดังนั้นจึงยกมือสะบัด ทันใดนั้นมิติข้างหน้าก็บิดม้วน เจ้าเงาปรากฏออกมา คายออกมาอย่างว่าง่าย ทันใดนั้นวารีศักดิ์สิทธิ์พิศดารบันลือจำนวนมหาศาลก็เทออกมา
ปริมาณของมัน หากเป็นบ่อขนาดจั้งกว่าๆ ก็มากพอที่จะเติมจนได้ไปกว่าครึ่ง
เอ้อร์หนิวเมื่อได้เห็น ดวงตาวาวโรจน์ทันที
“อาชิงน้อย แม้ข้าจะเดาได้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเจ้าจะต้องแอบเอาไปแน่แล้ว แต่คิดไม่ถึงว่า…จะมากขนาดนี้!!!”
สวี่ชิงในใจก็พอใจกับผลเก็บเกี่ยวครั้งนี้เช่นกัน เอาขวดออกมาสองใบ หลังจากกรอกวารีศักดิ์สิทธิ์พิศดารบันลือที่อยู่ข้างหน้าลงไป ก็โยนให้นายกองขวดหนึ่ง จากนั้นก็กวาดตามองเจ้าเงาที่แผ่อารมณ์ว่าง่ายเชื่อฟังมาหาตน
“ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านั้นมีเนื้อชุ่มเลือดชื่อหมู่หรือไม่”
สวี่ชิงถามขึ้นมา ตอนนี้เขาไม่เหลือเลยสักชิ้นแล้ว ไม่เช่นนั้นก็ไม่มีทางติดหนี้เจ้าเงา
เอ้อร์หนิวอึ้งตะลึง มองเงาของสวี่ชิง หลังจากยิ้มๆ ก็โยนไปให้สวี่ชิงสามชิ้น
สวี่ชิงสะบัดมือ ท่ามกลางความตื่นเต้นของเจ้าเงา เนื้อชุ่มเลือดของชื่อหมู่ทั้งสามชิ้นก็ถูกมันอ้าปากกว้างแล้วกลืนลงไป จากนั้นก็วนล้อมรอบสวี่ชิง ดีใจสุดขีด จากนั้นก็อ้าปากอีกครั้ง แล้วคายไข่ออกมา
ไข่นี้เป็นสีทอง ในนั้นเต็มไปด้วยท่วงทำนองแห่งเทพเจ้า ไม่ธรรมดาเอาเสียเลย
“ยังมีอีกหรือนี่ นี่เป็นของดี หนูสีทองตัวนั้นแม้ข้าจะไม่เคยเห็นมาก่อน แต่สัมผัสได้ถึงความไม่ธรรมดาของมัน…โดยเฉพาะสัมผัสรับรู้ภายหลังของพวกเราก็พิสูจน์ได้ถึงจุดนี้”
มองไข่ใบนั้น เอ้อร์หนิวก็ยกมือคว้ามันมาใบหนึ่ง
“น่าเสียดายพวกเราไม่เชี่ยวชาญด้านการกกไข่…”
เอ้อร์หนิวถอนหายใจ ในขณะที่ขบคิดอย่างไม่ยอมแพ้นิดๆ ในหัวสวี่ชิงก็มีคนคนหนึ่งและภาพฉากที่ลอบดัดแปลงสายพันธุ์และกกไข่อสูรกลายพันธุ์ผุดขึ้นมา แล้วพลันเอ่ยขึ้นว่า
“อู๋เจี้ยนอูถนัด”
เอ้อร์หนิวตาลุกวาบ
“ใช่แล้ว เขาถนัด ไข่สองใบนี้พวกเราให้อู๋เจี้ยนอูยืม ให้เขากกไข่ให้พวกเรา”
พูดจบนายกองก็ยกมือเอาไข่สองใบนี้ไป กำลังจะพูดอะไร แต่ในตอนนี้ จู่ๆ ทางเมืองหลวงเผ่ามนุษย์ที่อยู่ไกลๆ ก็พลันมีประกายแสงฉายวูบวาบขึ้นมา
แสงเจิดจ้าเป็นระลอกๆ พวยพุ่งขึ้นฟ้า แปรเปลี่ยนเป็นเมฆมงคลเป็นระลอกๆ แผ่ปกคลุมไปกว่าครึ่งของม่านฟ้า