ตอนที่ 950
บทที่ 950 ขอเชิญมารับเครื่องเซ่น
October 22, 2026
บทที่ 950 ขอเชิญมารับเครื่องเซ่น
ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน การเซ่นไหว้ของเผ่ามนุษย์แบ่งเป็นสองส่วน
หนึ่งคือบูชาบรรพชน สองคือบูชาสวรรค์
บูชาบรรพชน ความหมายตามชื่อ ย่อมหมายถึงเสวียนโยว
แม้จักรพรรดิมนุษย์มิได้เซ่นไหว้เสวียนโยว หากเป็นบรรพชนของมนุษย์ แต่ก็เข้าใจเช่นนั้นได้ แม้ก่อนหน้านี้ทำให้ผู้คนเกิดคลื่นในใจ แต่สุดท้ายยังถือว่าอยู่ในขอบเขต
ไปเซ่นไหว้บรรพชนของมนุษย์ในฐานะจักรพรรดิมนุษย์ ก็ยังพอถือว่าอยู่ในขอบเขตพิธีกรรม
แต่คำว่าสวรรค์ในการบูชาสวรรค์ ตัวจักรพรรดิมนุษย์เองก็ไปแก้ไขไม่ได้
ก่อนจักรพรรดิโบราณเสวียนโยวจากไป สวรรค์นี้หมายถึงวิถีสวรรค์โบราณทั้งหมดบนแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์
หลังเขาไปจากแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ นอกพิภพออกคำสั่ง ตั้งแต่จักรพรรดิมนุษย์ตงเซิ่งเป็นต้นไป สวรรค์นั้นหมายถึงแดนศักดิ์สิทธิ์
ไม่ใช่แค่เผ่ามนุษย์ ทุกเผ่าบนแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ที่ไม่มีเทพเจ้าล้วนอยู่ในคำสั่งนอกพิภพ
การบูชาสวรรค์ของพวกเขาเท่ากับได้ไปคารวะแดนศักดิ์สิทธิ์ที่สายเลือดพวกเขามีความใกล้ชิด
หากไม่คารวะกลับเป็นการเนรคุณ เผ่าพวกนี้มักล่มจมด้วยเหตุการณ์เหนือคาดต่างๆ ในเวลาหลังจากนั้น
แดนศักดิ์สิทธิ์แม้ปรากฏบนแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์น้อยนัก แต่พวกเขาอยู่นอกพิภพ สูงส่งอยู่เบื้องบน อาศัยอุบายจำเพาะบางอย่าง สุดท้ายยังคงส่งผลครอบงำจิตใจแต่ละเผ่าบนแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์
พิธีบูชาสวรรค์ของจักรพรรดิมนุษย์ทุกยุคจึงเซ่นไหว้แก่แดนศักดิ์สิทธิ์มาตลอด
วันนี้ จักรพรรดินีก็ดูจะทำเช่นเดียวกัน
นางยืนอยู่บนแท่นบูชาสวรรค์ ท่วงทีผึ่งผายดุจภูเขาสูง ราวกับสามารถเป็นฟ้าดินอีกด้านคุ้มครองสรรพชีวิต
โชคชะตาหมุนรอบซ้ายขวา เป็นชุดจักรพรรดิสวมให้นาง ยังมีกวานจักรพรรดิที่รวมตัวออกมาเปล่งแสงเจิดจรัส
นางสีหน้าสุขุมมั่นใจ พร้อมกันยังมีนัยน์ตาเฉียบคม คล้ายสามารถมองทะลุฟ้าทอดไปยังแดนศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่เหนือท้องนภา
ใบหน้าโครงชัดยามนี้เผยความแน่วแน่ไร้ใดเทียม
ฉากนี้ตกอยู่ในสายตาเหล่าขุนนาง ต่างคนจิตใจไม่สงบ สำหรับพวกเขาเรื่องวันนี้เหมือนเดินมาครึ่งชีวิตโดยแท้
เรื่องที่เกิดพลิกผันเกินไป
และไม่ว่าคนใดล้วนแอบมีความรู้สึกบางอย่าง…การเซ่นไหว้ครั้งนี้ จนถึงตอนนี้เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น
ทุกฉากต่อจากนี้น่ากลัวจะมีพายุที่ใหญ่กว่ามาเยือน
แต่พายุนั้นคืออะไร พวกเขาไม่อาจคาดเดา เพราะจักรพรรดินีผู้นี้ หลายปีที่ผ่านมาไม่มีใครเข้าใจความคิดของนางได้เลย
นางกับเสวียนจั้นมีความรักความแค้นอย่างไร แล้วขึ้นตำแหน่งจักรพรรดิได้อย่างไร ระหว่างนั้นผ่านความยากลำบากมาเท่าไรคงมีแค่นางที่รู้
แต่ที่ทุกคนเห็นได้คือชัดว่านางไม่เคยก้มหัวให้โชคชะตา
หลายปีนี้ นางใช้สติปัญญาและความกล้าหาญเขียนตำนานที่เป็นของตัวเองในเผ่ามนุษย์
แม้เป็นสตรี แม้ไม่มีสายเลือดราชวงศ์ แต่ว่า…เหล่าขุนนางใหญ่ผู้มียศถาบรรดาศักดิ์ทั้งในและนอกดาวจักรพรรดิโบราณต่างรู้สึกชื่นชมอยู่ลึกๆ
ยามนี้ในและนอกดาวจักรพรรดิโบราณจึงเงียบสงัด
ในใจสวี่ชิงก็มีความคิดมากมาย ย้อนนึกถึงทุกสิ่งก่อนหน้านี้ ดูเหมือนการออกมือของเขาก็อยู่ในขอบเขตของจักรพรรดินีผู้นี้ด้วย
‘นางอาจรู้เป้าหมายของข้าตั้งแต่วันแรกที่ข้ามาถึงเมืองหลวงจักรพรรดิ’
สวี่ชิงพึมพำในใจ
เวลาผ่านไปทีละลมปราณเช่นนี้ กระทั่งตอนลมปราณที่สี่สิบเก้ามาถึง ขันทีอาวุโสข้างกายจักรพรรดิมนุษย์พลันเงยหน้า นัยน์ตาฉายประกายแหลมคม สีหน้ายิ่งสำรวม กล่าวคำสวดสรรเสริญตอนบูชาบรรพชนก่อนหน้านี้
“พิธีบูชาสวรรค์ ความรุ่งเรืองของเผ่ามนุษย์ ผู้บูชาสวรรค์อายุขัยสั้นลงหนึ่งปี ด้วยเหตุนี้สี่สิบเก้าถือเป็นสูงสุด!”
“พิธีแรก…เชิญธงรบเผ่ามนุษย์!”
คำนี้ออกมา ฟ้าดินพลิกม้วน ไอหมอกโชคชะตาบนท้องฟ้าขยายราวดอกไม้ผลิบาน ม้วนครืนครั่นกลับไปทั่วทิศ ขณะเดียวกันแสงโลหิตพุ่งจากดาวจักรพรรดิโบราณขึ้นฟ้า
สายแล้วสายเล่า
แสงโลหิตทั้งสี่สิบเก้าสายรวมจุดเดียวบนม่านฟ้าอย่างพร้อมเพรียง ฉีกความว่างเปล่าแหวกโชคชะตาราวกับเบิกฟ้าเปิดดิน ชักธงผืนใหญ่ที่ทำนุอยู่ในกาลเวลาออกมา
พริบตาต่อมา ธงนี้ปรากฏ
ธงสยายบดบังท้องฟ้ากลายเป็นนภาเสียเอง พลิ้วไสวดุจคลื่น อานุภาพเลิศล้ำหาใดเทียม!
มันทำให้ผืนดินพลันมืด แต่กลับมีไฟแห่งชีวิตเกิดขึ้นในดาวจักรพรรดิโบราณ นอกดาวจักรพรรดิโบราณและในเมืองหลวงจักรพรรดิเป็นกลุ่ม
มาจากเผ่ามนุษย์ทุกคน!
ด้วยธงผืนนี้คือธงรบเผ่ามนุษย์!
สื่อถึงเจตจำนงของเผ่ามนุษย์ สื่อถึงความพร้อมรบของเผ่า สื่อถึงเกียรติยศของมนุษย์ทุกคน
แม้ธงนี้ไม่ใช่ผืนที่เก่าแก่ที่สุด แต่ความหมายของมันยังคงเลิศล้ำเหนือสิ่งอื่นใด
ส่วนธงรบเผ่ามนุษย์ที่เก่าแก่ที่สุด จักรพรรดิโบราณเสวียนโยวเป็นผู้สร้าง ทั้งชุดมีธงหลักหนึ่งผืนธงรองสามร้อยหกสิบผืน เคยรวบรวมแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ไปกับเขา
จนกระทั่งจักรพรรดิโบราณเสวียนโยวจากไป ธงรบก็ถูกเขาเอาไปด้วย
เผ่ามนุษย์ในตอนนั้นจึงตัดสินใจเอาของวิเศษควรฟ้าดินนับไม่ถ้วนมาสร้างธงรบเผ่ามนุษย์ใหม่ทั้งชุด
ธงรบหลังยุคเสวียนโยวพิชิตสนามรบไปพร้อมจักรพรรดิมนุษย์ตงเซิ่ง ดูดซับเลือดต่างเผ่านับไม่ถ้วน
สุดท้ายจักรพรรดิมนุษย์ตงเซิ่งแพ้ยับเยิน ธงหลักผืนนี้แม้ตั้งตระหง่านไม่ล้มลง แต่ธงรองแหลกสลายขาดเป็นชิ้นมากเหลือเกิน ลอยปลิวไปทั่วแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์
แม้ทุกผืนล้วนขาดวิ่น แต่ยังมีอานุภาพไม่น้อย
ดังนั้นธงขาดชำรุดเหล่านี้ บ้างก็สลายไปในฟ้าดิน บ้างก็ถูกเผ่าอื่นเก็บไว้ บ้างก็ถูกผู้บำเพ็ญเผ่ามนุษย์ได้ไป คิดจะเก็บกลับมาทั้งหมดนั้นยากเกิน
สำหรับเผ่ามนุษย์ แทนที่จะเสียแรงรวบรวม มิสู้สร้างใหม่ดีกว่า
เมื่อลองรวบรวมแล้วไม่ราบรื่น เผ่ามนุษย์จึงล้มเลิก
หลายปีนับไม่ถ้วน ธงนี้กลายเป็นเครื่องหมายของเผ่ามนุษย์ กลายเป็นสัญลักษณ์ของเผ่ามนุษย์
บนนั้นเต็มไปด้วยเลือดต่างเผ่า ชั่วขณะที่ปรากฏ กลิ่นเลือดลอยขึ้นในพิภพผืนนี้ พร้อมกันนั้นเจตจำนงแห่งเผ่าของเผ่ามนุษย์ก็ปะทุขึ้นในพริบตา
กระตุ้นพลังสายโลหิตของเผ่ามนุษย์ทั้งหลายเป็นการขานรับ
สวี่ชิงก็เป็นเช่นนั้น เขามองธงรบเผ่ามนุษย์บนท้องฟ้า ในหัวปรากฏธงในเจ็ดเนตรโลหิตตอนนั้น
แม้ไม่เข้าใจเรื่องธงหลักธงรอง แต่สวี่ชิงยังดูออกว่าวัสดุของธงสองผืนนี้คล้ายกัน คิดว่ามาจากแหล่งเดียวกัน ส่วนอานุภาพย่อมเหมือนดวงจันทร์สุกสว่างกับแสงหิ่งห้อย
ขณะสวี่ชิงสังเกตธงรบเผ่ามนุษย์อยู่นี้ เสียงคำสวดสรรเสริญของขันทีอาวุโสก้องสะท้อนอีกครั้ง
“ธงรบปรากฏ เริ่มบูชาธง!”
“ทุกแห่งหนเปิดคุกสวรรค์!”
“บูชาธงรบเผ่ามนุษย์ข้า!”
ขันทีอาวุโสเอ่ยคำ ฟ้าดินสะเทือนเลื่อนลั่น อัสนีแหวกว่ายทั้งในและนอกธงรบเผ่ามนุษย์ เสียงดังสนั่นฟ้าดิน พริบตาต่อมา ห้ากรมทมิฬบนเมืองหลวงจักรพรรดิต่างเปิดคุกสวรรค์
ผู้บำเพ็ญเผ่ามนุษย์เป็นกลุ่มคุมตัวเชลยต่างเผ่านับไม่ถ้วนมุ่งไปยังธงรบเผ่ามนุษย์บนฟ้า
จำนวนไม่ต่ำกว่าสิบล้าน
ยามนี้ผู้บำเพ็ญทั้งหมดในเมืองหลวงจักรพรรดิต่างเงยหน้าจับตา ในดาวจักรพรรดิโบราณก็เช่นเดียวกัน
สวี่ชิงกวาดสายตาจดจ่ออยู่ตรงนั้น
ขณะเดียวกัน ค่ายกลส่งข้ามในเมืองหลวงจักรพรรดิกำลังระเบิดพลัง และอีกด้านหนึ่งของค่ายกลส่งข้าม กองทัพเผ่ามนุษย์ฝ่ายต่างๆ ที่อยู่ในแผ่นดินใหญ่ก็ได้รับโองการในยามนี้
พวกเขาเปิดคุกสวรรค์ในฐานที่ตั้ง คุมตัวเชลยที่จับกุมไว้ออกมา
หากมีดวงตาคู่หนึ่งที่สามารถมองทั่วทั้งดินแดนเมืองหลวงจักรพรรดิ เช่นนั้นคงมองภาพรวมออกว่าเชลยที่ถูกคุมตัวในตอนนี้มีจำนวนมากถึงห้าสิบหกสิบล้านเลยทีเดียว
นี่คือผู้บำเพ็ญต่างเผ่าทั้งหมดที่ถูกจับเป็นเชลยตั้งแต่จักรพรรดิมนุษย์ยุคนี้ขึ้นครองตำแหน่ง ส่วนใหญ่ในนั้นล้วนเป็นผลจากสงครามที่ดวงตะวันแห่งแสงอรุณปรากฏ
บัดนี้ ตามด้วยคำที่จักรพรรดิมนุษย์กล่าวอย่างสงบ
“สังหาร!”