ตอนที่ 34
บทที่ 39
September 18, 2026
พอได้รับโทรศัพท์จากแม่บ้าน ชายหนุ่มยอมรับว่ามันทำให้หัวใจของเขาว้าวุ่นหนักขึ้น พยัคฆราชใช้เวลาคิดอยู่ว่าจะเอายังไงดี เขาจะยอมให้ผู้หญิงเข้ามาในชีวิตของเขาได้จริงเหรอ เธอไม่ได้เข้ามาแค่คนเดียว ยังมีอีกคนที่เรียกว่าลูก และนั่นคือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา ซึ่งข้อนี้พยัคฆราชก็รู้ดีอยู่แก่ใจ
ลองทำงานต่อไปอีกพักหนึ่ง เหมือนเก้าอี้มันร้อนขึ้น พร้อมกับหัวใจที่กระวนกระวายและสับสน จนทำงานต่อไม่รู้เรื่อง คนร่างสูงลุกขึ้นแล้วคว้ากุญแจรถพร้อมกับโทรศัพท์มือถือเดินออกมาจากห้องทำงาน
"ท่านรองครับ คดีที่เรากำลังสืบอยู่ในตอนนี้.." ฝ่ายกฎหมายและฝ่ายตรวจสอบพอได้ข้อมูลก็ขึ้นมาหาเขาที่ชั้นบน
"เอาไว้ก่อนเดี๋ยวผมกลับมา" ว่าแล้วพยัคฆราชก็รีบลงลิฟต์ไป
พอลงมาถึงชั้นล่างพนักงานก็เริ่มทยอยออกไปทานข้าวเที่ยง
"ท่านรองคะ" เสียงผู้หญิงคนหนึ่งได้เรียกขึ้นเมื่อตอนที่เขากำลังตั้งหน้าตั้งตาจะเดินออกจากบริษัท ..ชายหนุ่มหยุดแล้วหันกลับมามอง
"จะไปทานข้าวใช่ไหมคะ วีนัสไปด้วยคนสิ" วีนัสดักรอเขาอยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว
"เรามีธุระด่วน" คนตัวสูงพูดออกมาได้แค่นั้นแล้วก็รีบเดินไปที่รถ
"ธุระด่วนงั้นเหรอ คงจะธุระเรื่องของมันอีกล่ะสิ" วีนัสได้แต่ยืนมองตามท้ายรถคันหรูที่วิ่งออกไป รู้แล้วว่าตอนนี้ไม่สามารถที่จะดึงเขากลับมาได้ เพราะไม่ใช่แค่ครั้งนี้ที่เขาปฏิเสธ ช่วงหลังมานี้เขาปฏิเสธทุกครั้งที่วีนัสชวน เหมือนตอนนี้เธอไม่มีตัวตนเลย มือข้างที่ถนัดล้วงเอาโทรศัพท์ในกระเป๋าออกมาแล้วกดโทรออก
{"ฉันตกลง"} วีนัสพูดขึ้นทันทีที่ปลายสายกดรับ พอคุยกันรู้เรื่องก็วางสายไป
ตัดไปที่คู่สนทนา
"ผู้หญิงคนนั้นว่ายังไงบ้างคะเสี่ย" มันคือเสียงของซาร่า ที่ตอนนี้ยังอยู่ในอ้อมกอดของเสี่ยนเรศ เพราะทั้งสองเพิ่งจะเสร็จเรื่องบนเตียง
"เราจะทำให้มันฉิบหายกันไปให้หมด" นเรศพูดออกมาด้วยใบหน้าที่พึงพอใจ เพราะความสำเร็จอยู่แค่เอื้อม
ซาร่าได้ถูกประกันตัวออกมาโดยเสี่ยนเรศ แต่ก็ไม่กล้าเสนอหน้าไปให้พยัคฆราชเห็น เพราะรู้ดีว่าเขาเป็นคนยังไง ขนาดแสนสวยยังถูกเขาเอาออกจากงานเรื่องนี้ซาร่าก็รู้
วีนัสกลับเข้ามาในบริษัท แล้วเสียบแฟลชไดร์ฟเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ จากนั้นเธอก็ลงมือทำอะไรบางอย่างกับระบบของบริษัท
พยัคฆราชตรงกลับมาที่บ้าน ทั้งๆ ที่รู้ว่าเธอไม่อยู่แล้ว
"ออกไปตั้งแต่เมื่อไรครับป้า" เขาถามขึ้นทันทีที่เห็นแม่บ้านเดินออกมา
"ป้าให้ลุงเปิดกล้องวงจรปิดดูแล้ว ออกไปตั้งแต่เมื่อคืนนี้ค่ะ"
พอได้รับรายงาน ชายหนุ่มก็ขึ้นมาบนห้องนอนของเธอ แล้วตรงไปเปิดตู้เสื้อผ้า
"ไม่ได้ไล่ให้ออกจากบ้านสักหน่อย" เขาแค่ขอเวลาทำใจ และทบทวนเรื่องทุกอย่างดูว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองกันแน่ ทำไมถึงไม่ป้องกัน ทั้งๆ ที่ เขาก็ป้องกันกับผู้หญิงทุกคน
ชายหนุ่มรีบกลับมาที่บริษัท เพราะทางบริษัทโทรตาม
"อะไรนะ!! ข้อมูลของเรารั่วไหลไปได้ยังไง??" เรื่องเก่ายังไม่เคลียร์เรื่องใหม่ก็เกิดขึ้นมาอีก
"มีคนส่งข้อมูลออกจากระบบของบริษัทเรา และมันยังทิ้งไวรัสไว้ให้เราแก้ไขอีกครับ"
"เช็คดูว่าเป็นฝีมือของใคร" ชายหนุ่มกัดปากกัดฟันพูด
ตอนนี้ทุกคนอยู่ในห้องทำงานของเขารวมทั้งแทนไท
"มีอีกเรื่องที่ท่านรองควรจะรู้ไว้ครับ" และแทนไทก็ได้เอ่ยพูดขึ้นบ้าง
"ผมปวดหัวมากเลยคุณแทนไท..เรื่องอะไร ถ้าไม่เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้เก็บไว้ก่อน"
"ผมคิดว่าคงจะเกี่ยวข้องกันครับ เพราะมันเป็นเรื่องของคุณแสนสวย เงินที่เธอเอามาคืนผมวันนั้น เธอได้มาจาก.."
"จากไหน" เขาเริ่มให้ความสนใจกับสิ่งที่แทนไทพูด แทบจะรอฟังไม่ได้จนต้องได้พูดแทรกขึ้นมา
"จากรถคันที่เธอขับอยู่ครับ"
"รถคันที่ขับอยู่?"
"ใช่ครับ เธอเอารถไปเข้าไฟแนนซ์ พอได้เงินมาเธอก็เอามาคืนให้ผมทั้งหมด"