ตอนที่ 87
บทที่ 92
September 18, 2026
อักษรสุดาพยายามมองเข้ามาด้านในขณะที่กำลังเดินตามแม่และแสนสวยออกไป เผื่อว่าพวกเขาเลิกประชุมก่อนจะได้มีคนช่วยพูดอีกแรง แต่นี่เงียบมากจนเดินมาถึงรถ ก็ยังไม่มีวี่แววว่าการประชุมนั้นจะเสร็จสิ้น
"ขึ้นรถสิลูก"
"ค่ะ" ตอบผู้เป็นแม่ออกไปด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา ..ก็เราไม่ได้ท้องจะไปฝากท้องได้ยังไง
รถคันหรูซึ่งมีคนขับประจำตำแหน่ง ได้เคลื่อนตัวออกจากบริษัทไป
ห้องประชุมใหญ่..
"หลังการประชุมผมขอเชิญทุกท่านร่วมรับประทานอาหารที่โรงแรมเดิมนะครับ" พยัคฆราชเอ่ยขึ้นเมื่อสิ้นสุดการประชุม
ทุกคนก็เริ่มทยอยกันออกมาจากห้อง
"ฉันไม่ทราบเลยนะคะว่าคุณอักษรเป็นภรรยาของคุณ" จากที่นั่งเงียบมาตลอดการประชุม ตั้งแต่อักษรสุดาออกจากห้องไป น้ำฝนก็เพิ่งจะเอ่ยพูดกับแทนไท จะเรียกว่าเธอกำลังช็อกกับเรื่องนี้ก็ว่าได้
"ผมไม่มีโอกาสที่จะแนะนำให้คุณน้ำฝนได้รู้จักสักที ต้องขออภัยด้วยนะครับ" ที่จริงที่แทนไทยังไม่เปิดตัวก็เพราะฐานะของเขา รวมทั้งผู้ใหญ่ไม่เห็นชอบกับเรื่องที่ทั้งสองคบหากัน เขาก็เลยยังไม่กล้าที่จะแนะนำแบบเป็นทางการ แต่ที่ชายหนุ่มกล้าเอ่ยปากพูดในที่ประชุม เพราะห่วงความรู้สึกของเธอ แค่เห็นเธอเอาเอกสารมาให้เซ็นต์ก็รู้แล้วว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่
"ทำไมต้องขอโทษด้วยล่ะคะ เป็นเรื่องน่ายินดีมากกว่า" จะไม่ให้พูดเรื่องนี้ก็ไม่ได้ เพราะถ้าไม่งั้นเธอก็จะเป็นคนที่เสียหน้า
"เชิญดีกว่าครับ" แทนไทกล่าวเชิญน้ำฝนให้ออกจากห้องประชุม เพื่อที่จะตามทุกคนไปที่โรงแรม
"ขอบคุณค่ะ"
ทั้งสองเดินเข้ามาในลิฟต์พร้อมกัน มือหนายื่นไปกดที่ชั้นหนึ่งและชั้นห้า
"คุณไม่ออกไปทานข้าวด้วยกันเหรอคะ"
"เดี๋ยวผมตามไปที่โรงแรมเลยครับ ขอแวะหาภรรยาก่อน ไม่รู้ว่ายังรออยู่ในห้องทำงานหรือเปล่า"
"ฉันมีตาหามีแววไม่นะคะ แค่นี้ก็ดูไม่ออกว่าพวกคุณเป็นอะไรกัน" จังหวะที่น้ำฝนพูดลิฟต์ก็ได้เปิดออกที่ชั้นห้าพอดี
"เจอกันที่โรงแรมนะครับ" ว่าแล้วชายหนุ่มก็ออกมาจากลิฟต์แล้วตรงไปที่แผนก
"ผู้จัดการมามีอะไรคะ"
"ไม่มีอะไรครับ ผมมาดูว่าคุณอักษรลงไปทานข้าวหรือยัง"
"เห็นออกไปตั้งแต่ตอนเที่ยงยังไม่กลับขึ้นมาอีกเลยค่ะ" เพราะตอนนี้ก็ถึงเวลาเข้างานแล้ว แต่อักษรสุดาก็ยังไม่กลับเข้ามา
"หรือว่าจะนั่งรออยู่ข้างล่าง ตั้งชั่วโมงกว่าแล้วเนี่ยนะ" ชายหนุ่มพูดพึมพำพร้อมกับเดินออกมาที่ลิฟต์
พอลงมาถึงชั้นล่างก็ไม่เห็นว่าเธอนั่งรออยู่แถวนั้น แล้วตอนนี้เธอไปไหน
แทนไทรีบออกมาดูที่รถ แต่รถของเขาก็ยังจอดอยู่ที่เดิม เพราะทั้งสองมารถคันเดียวกัน
มือหนารีบควักโทรศัพท์ออกมา ก็ไม่เห็นว่ามีเบอร์โทรของเธอโชว์ที่หน้าจอ ชายหนุ่มกดโทรออกเพื่อที่จะถามว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหน
"ขอโทษนะคะที่ให้รอผลตรวจนาน" พอรู้ผลตรวจเลือดของอักษรสุดา แพทย์หญิงคนที่แสนสวยฝากครรภ์ด้วยก็ได้ถือผลตรวจนั้นเข้ามาหาทั้งสามที่นั่งรออยู่ในห้อง
จังหวะนี้อักษรสุดาแทบจะหายใจเข้าไม่ทั่วปอด เพราะเธอยังไม่เตรียมคำแก้ตัวกับเรื่องนี้เลย
"ผลเป็นยังไงบ้างคะคุณหมอ" ผู้ที่เอ่ยถามก็คืออัปสรสุดา นางดีใจมากที่จะได้อุ้มหลานพร้อมกันถึงสองคน
สองชั่วโมงผ่านไป.. และตอนนี้ก็ใกล้ถึงเวลาเลิกงาน
"หัวหน้าคะ"
"คะ?" หญิงสาวที่กำลังครุ่นคิดอยู่ต้องสะดุ้งตื่นจากภวังค์เมื่อได้ยินเสียงลูกน้อง
"คือว่าฉันไม่เข้าใจ งานตัวนี้เราต้องได้ทำส่งผู้จัดการด้วยเหรอคะ"
"งะ..งานตัวไหนคะ?"
"ฉันเห็นลายเซ็นต์ของผู้จัดการ ในเอกสารที่หัวหน้าเอาลงมาด้วยเมื่อเช้านี้ค่ะ" พนักงานยื่นเอกสารที่ไม่ใช่เอกสารสำคัญอะไร ให้กับหัวหน้าได้ดู
"??" นี่เราจะเปิ่นไปถึงไหนเนี่ย เขาก็บ้าเล่นตามเราไปอีก
เอกสารงานที่เธอเอาขึ้นไปให้แทนไทเซ็นต์ในห้องประชุม และเขาก็เซ็นต์ลายเซ็นต์ของตัวเองลงไป ที่แทนไททำแบบนั้น ทั้งๆ ที่รู้อยู่ว่าเอกสารมันไม่ได้สำคัญอะไร อาจจะทิ้งไปเลยก็ได้ แต่เขาก็เซ็นต์ชื่อตัวเองเพื่อไม่ให้ในที่ประชุมผิดสังเกต
"งานตัวนี้ไม่มีอะไรแล้วค่ะ พี่ไปทำงานที่ค้างไว้เถอะ"