ตอนที่ 98
บทที่ 103 ตอนจบ
September 18, 2026
พอหันมาเห็นว่าเป็นใคร น้ำตาของเธอไหลรินลงมาจนห้ามไม่อยู่
"แม่คะ" มือเรียวทั้งสองข้างยื่นลงไปยกชายกระโปรงชุดวิวาห์ที่ลากยาวลงไปถึงพื้นขึ้นมา เพื่อจะไม่ให้ขวางเท้าที่กำลังจะก้าวเดิน
"ค่อยๆ เดินสิลูก เดี๋ยวก็ล้ม" อัจฉราภรณ์รีบเดินเข้าไปหาลูกสาว พอเข้ามาใกล้ทั้งสองก็กอดรัดกันกลม
"ร้องไห้ทำไม" สิงหราชพูดกับภรรยาที่ยืนอยู่ข้างกาย พร้อมกับยื่นมือไปโอบไหล่นางไว้เบาๆ
"ฉันดีใจค่ะที่เห็นภาพนี้" อัปสรสุดาดีใจมากจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้
"ก็เขาเป็นแม่กับลูกกัน มันต้องมีความผูกพันกันบ้าง"
อัจฉราภรณ์เช็ดน้ำตาให้ลูกแบบอ่อนโยน สายตานางมองชุดที่ลูกสวมใส่อยู่ "เห็นไหมแม่บอกแล้วถ้าหนูใส่ชุดแต่งงาน หนูต้องเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในโลก"
"อักษรรักแม่นะคะ" หญิงสาวดีใจมากที่แม่ยังจำคำพูดนี้ได้
"แม่ก็รักหนู" สายตาของผู้เป็นแม่มองผ่านไปดูอีกคนที่ยืนอยู่ไม่ไกล นางก็เลยจูงแขนของลูกสาวให้เดินตามมา
"ถ้านายทำให้ลูกสาวฉันร้องไห้ ฉันจะกลับมาเอาลูกของฉันคืน" มันเป็นคำอวยพรในแบบฉบับของนาง
"นอกจากน้ำตาแห่งความดีใจ ผมจะไม่ให้เธอเสียน้ำตาเพราะสาเหตุอื่น" และมันก็คือคำสัญญาของแทนไท เขารักเธอขนาดนี้จะทำให้เธอเสียใจได้ยังไง
แล้วพิธีแต่งงานก็ได้เริ่มขึ้น เจ้าบ่าวควงเจ้าสาวคนสวยเดินขึ้นเวทีเพื่อที่จะกล่าวขอบคุณแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงาน
ในขณะที่อยู่บนเวที สายตางามที่เจือปนไปด้วยคราบน้ำตาแห่งความปิติ ได้มองลงมาดูผู้เป็นแม่ทั้งสอง ซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลกันนัก ..จากที่เคยคิดน้อยใจว่าแม่ไม่รัก แม่ส่งให้ไปอยู่กับคนอื่น แต่มาวันนี้ อักษรสุดารู้แล้ว ว่ามันคือความโชคดี เธอมีแม่ที่รักเธอมากถึงสองคนพร้อมกัน
หลังพิธีแต่งงานเสร็จสิ้น.. และตอนนี้ทุกคนก็อยู่ที่บ้านของแทนไท
"บ้านก็หลังเล็กแค่นี้ อยู่เข้าไปได้ยังไงตั้งหลายคน" เดาไม่ยากว่ามันเป็นคำพูดของใคร แต่ไม่มีใครถือสาคำพูดของนาง เพราะรู้ดีว่านางเป็นคนนิสัยยังไง
"อักษรอยู่ได้ค่ะแม่"
"แม่ว่าย้ายไปอยู่บ้านเราดีกว่าลูก"
"แม่คะ" เธอรีบปรามคำพูดของแม่ไว้ เพราะรู้ดีว่าคำพูดของแม่แต่ละคำ คนอื่นฟังแล้วอาจจะไม่เข้าหู
"แม่ไม่ได้บอกให้หนูย้ายไปคนเดียวสักหน่อย ย้ายไปหมดบ้านนี้เลย" นางหมายถึงแม่และน้องของแทนไทด้วย
"ผมจะพาเธอไปค้างที่นั่นทุกวันหยุดครับ" แทนไทเป็นคนเอ่ยพูด เพราะเขาก็คิดไว้บ้างแล้ว รวมทั้งคุณแม่ของเธอก็อยู่คนเดียว และวันนั้นเขาเห็นกับตาว่าท่านคงจะเหงาและคิดถึงลูกสาวมาก
"รับปากผู้ใหญ่แล้วอย่าลืมทำตามด้วยล่ะ" อัจฉราภรณ์พูดออกไปเหมือนมะนาวไม่มีน้ำ แต่ทุกคนก็เข้าใจว่านี่มันคือนิสัยของนาง
"ขอให้ลูกทั้งสองอยู่เย็นเป็นสุข มีลูกเต็มบ้าน มีหลานเต็มเมือง แม่ฝากดูแลอักษรด้วยนะลูก" อัปสรสุดาให้พรกับลูกบ้าง
ส่วนสิงหราชไม่ได้ฝากแค่ลูกสาวยังฝากดูแลบริษัทด้วย
ส่งตัวเข้าหอเสร็จทุกคนก็ออกมา นั่งเล่นอยู่ที่ศาลาด้านบน ทิ้งให้คู่บ่าวสาวอยู่ในห้องหอกันตามลำพัง
"รู้แบบนี้เราน่าจะเลือกเข้าหอที่โรงแรมเหมือนคู่นั้น"
"ทำไมคะ" ทั้งสองคุยกันในระหว่างที่ช่วยกันถอดชุดออก
"ก็มันทำแรงไม่ได้นี่ เดี๋ยวคุณก็บ่นอีก"
"คนบ้า!" เขาพูดยังไม่จบประโยคเลยด้วยซ้ำหญิงสาวก็ตำหนิออกไป
"ถ้าคิดเรื่องนี้แล้วบ้า..คนก็บ้ากันทั้งโลกแล้ว"
"คนอื่นเขาไม่คิดเหมือนคุณหรอกค่ะ"
"ผมคิดคนเดียวก็ได้ครับ ว่าแต่จะอาบน้ำก่อนหรือจะเริ่มก่อนดี"
"คุณจะมาเริ่มอะไรตอนนี้ ไม่ได้ยินเสียงคุณพ่อกับคุณแม่คุยกันอยู่ข้างนอกเหรอคะ!"
"ก็ปล่อยให้พวกท่านคุยกันไปสิ" ว่าแล้วมือหนาก็อยู่ไม่นิ่ง เริ่มลูบคลำส่วนที่พ้นออกจากชุดวิวาห์
"คุณแทนคะ" หญิงสาวอยากจะขอให้เขาห้ามใจไว้ก่อน
"ถ้างั้นไปเชิญพวกท่านกลับบ้านดีกว่าไหม" ชายหนุ่มไม่ได้พูดเปล่าเขายังเดินมาที่ประตู จนภรรยาได้รีบคว้าตัวไว้
"ไม่นะคะคุณแทน อืมมม" แทนไทไม่รออะไรอีกแล้ว ร่างหนาม้วนตัวกลับมาแล้วบดขยี้จูบที่ริมฝีปากบาง
จูบอยู่แบบนั้นจนพอใจชายหนุ่มถึงได้ปล่อยจูบออก ..ทั้งสองมองสบตา เพราะต่างคนก็ไม่คิดว่าตัวเองจะได้มาลงเอยกับอีกฝ่าย
"ผมคงต้องขาดใจแน่ถ้าคืนแต่งงานไม่ได้"
"ใครบอกจะไม่ได้ล่ะคะ ตรงนี้ไม่ได้แต่ห้องน้ำก็ยังได้นี่คะ" หญิงสาวเอ่ยพูดออกมาแบบเอียงอาย แต่มันก็ทำให้เขายกยิ้มขึ้นมาได้ในทันใด
"ถ้าคุณพูดแซวฉัน รับรองได้เลยว่า!!" แค่มองตาเธอก็รู้แล้วว่าเขาจะพูดอะไร
"ใครจะไปกล้าแซวล่ะครับ ดีซะอีกมีคนช่วยออกไอเดียให้" ว่าแล้วมือหนาก็คว้าคนตัวเล็กให้เดินตามเข้ามาในห้องน้ำ
เข้ามาถึงใบหน้าหล่อคมก็เริ่มซุกไซร้ที่ซอกคอระหงเพื่อสูดดมกลิ่นกายของหญิงคนรัก
"ชื่นใจจัง" เสียงกระซิบพูดเบาๆ มันทำให้คนฟังรู้สึกสยิวไปทั่วร่าง
"น้ำก็ยังไม่อาบ จะเอาอะไรมาชื่นใจคะ"
"รู้ไหมว่าชอบแบบนี้"
"ชอบไม่อาบน้ำเนี่ยนะคะ?"
"ชอบที่คุณเป็นคุณ"
เช้าวันต่อมา..