ตอนที่ 26
บทที่ 282 ไปรับที่สนามบิน
October 28, 2026
แม้ว่าจะเป็นผู้หญิง แต่ความสามารถของเธอ กลับไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร เพราะเธอชำนาญการใช้อาวุธลับทุกชนิด และยังโจมตีระยะประชิดเก่งอีกด้วย
ดวงตาของหยางยี่วาวโรจน์
คิดไม่ถึงเลยว่าครั้งนี้ ยอดฝีมือจะปรากฏตัวออกมาพร้อมกันสามคน
ดูท่าแล้ว ทางองค์กรสืบทอดจิตวิญญาณ คงจะให้ความสำคัญกับหล่อแกเฉียนคุนเป็นอย่างมาก
การที่อีกฝ่ายสามารถส่งยอดฝีมือขององค์มาที่นี่ นั่นก็หมายความว่าพวกเขามีช่องทาง อีกอย่าง จุดหมายปลายทางหลังจากออกจากที่นี่ของพวกเขา ก็เป็นอะไรที่ชวนให้ขบคิดมากๆ
แต่ว่า ในเมื่อมาแล้ว ยังไงก็ต้องทิ้งอะไรไว้บ้างล่ะ
อย่าให้หยางอี้ต้องออกโรง เพราะถ้าเมื่อใดที่เขาออกโรง สิ่งที่คนพวกนั้นต้องทิ้งไว้ ก็มีแค่ชีวิตเท่านั้น
ไหนๆเขากับองค์กรสืบทอดจิตวิญญาณก็มีความแค้นนองเลือดที่ไม่อาจผ่อนปรนได้ อย่างนั้นแล้วก็ใช้เลือดของพวกเขาสามคนมาเปิดฉากการแก้แค้นแล้วกัน
หยางยี่หยิบโทรศัพท์ออกมา กดโทรหาเฉาสงเป็นอันดับแรก
“ครับราชาเทพ”
เสียงของเฉาสงดูหอบเหนื่อย เพราะกำลังฝึกซ้อมอยู่ หยางยี่จึงไม่พูดอะไรมาก เอ่ยพูดตรงประเด็นว่า “เฉาสง ไปเรียกตัวจินหรันมา อีกเดี๋ยวฉันจะส่งพิกัดตำแหน่งไปให้ รีบตามมา ฉันจะพาพวกนายไปฆ่าคน!”
“รับทราบ!”
หลังจากวางสาย หยางยี่ก็ครุ่นคิดอะไรอยู่สักพัก จากนั้นจึงตัดสินใจโทรหาหยิ่งหาน
ความสามารถของหยิ่งหาน เทียบเท่าเงาหนึ่ง ดังนั้นเธอและเงาหนึ่งจึงรับผิดชอบดูแลทีมร่วมกัน การเคลื่อนไหวของเธอค่อนข้างมีไหวพริบ เอาไปรับมือกับเจี๋ยลี่ซือที่เก่งเรื่องอาวุธลับ ค่อยสูสีกัน
“ราชาเทพ!”
หยิ่งหานเอ่ยพูดอย่างนอบน้อม
“ฉันจะส่งพอกัดตำแหน่งให้เธอ แล้วเธอก็รีบตามมา! ให้ไว!”
“รับทราบ!”
หยางยี่ปิดโทรศัพท์ลง แล้วเงยหน้ามองท้องฟ้า
บางทีนี่อาจจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด
ณ สนามเขตตะวันออกในเมืองหลวง
เขตตะวันออกค่อนข้างตั้งอยู่ในที่ห่างไกล แทบไม่ต่างจากแถบชานเมือง คนมาที่นี่ไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่นัก
รถคันสีเขียวคันหนึ่งขับมาจอดอยู่อีกด้าน
จากนั้นหยางยี่ เฉาสง จินหรันและหยิ่งหานก็เดินลงมา
หยิ่งหานเดินประกบหน้าหยางยี่ ส่วนเฉาสงและจินหรันเดินประกบอยู่ข้างหลัง ท่าทางเคร่งขรึมเป็นอย่างมาก
หยางยี่มองเวลา อีกไม่กี่นาที เครื่องก็จะลงจอดแล้ว
“ไปกันเถอะ”
ทั้งสี่คนเดินเข้าไปในสนามบิน
ในสนามบินไร้ผู้คน ด้วยเหตุนี้หยางยี่จึงเดินมาถึงห้องรักษาความปลอดภัยได้อย่างราบรื่น
พนักงานที่ตอนแรกอยู่ที่นี่ถูกหยางยี่ไล่ออกไปหมดแล้ว ดังนั้นพวกเขาถึงมาที่นี่ได้อย่างสบายๆ
ตอนนี้ รอแค่สามคนนั้นลงมาจากเครื่อง
“ราชาเทพ สามคนนั้นเก่งขนาดนั้นเลยเหรอครับ?”
จินหรันไม่อยากจะเชื่อ จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามขึ้นมา
ระหว่างทาง หยางยี่ได้ทำการเล่าถึงเป้าหมาย กลยุทธ์ รวมไปถึงความสามารถของสามคนนั้นในการโจมตีครั้งนี้ให้พวกเขาฟังอย่างละเอียดแล้ว
เริ่มแรก เฉาสงกับจินหรันแทบไม่อยากจะเชื่อ
ความสามารถของสามคนนั้นที่มาไม่ได้ต่ำเตี้ยเลี่ยดิน โดยเฉพาะออสการ์อะไรนั่น พูดได้เลยว่าร้ายกาจเหมือนมะเร็งก้อนหนึ่ง
สามารถพูดได้ว่าอีกฝ่ายอยู่ในระดับราชา แถมความสามารถยังโดดเด่นเกินใครเพื่อน ใช่ว่าคนทั่วไปจะสามารถเอาชนะได้
ถ้ามีแค่เขากับเฉาสง เผชิญหน้ากับยอดฝีมือระดับนี้ ก็แทบจะไม่มีเปอร์เซ็นชนะ ทำได้ก็แค่ถ่วงเวลาเท่านั้น แถมยังรับประกันไม่ได้ว่าจะได้รับบาดเจ็บหรือเปล่า
มีแค่ราชาเทพเท่านั้น ที่พอสู้รบกับความเก่งกาจระดับนั้นได้
อีกอย่างจะสามารถโจมตีพวกเขาได้หรือไม่ ก็ต้องรอดูว่าฝ่ายใดมีทักษะสูงกว่ากัน
แต่ว่าในใจของพวกเขา ก็ยังเชื่อในตัวหยางยี่ เพราะหยางยี่เองก็ไม่ใช่ว่าจะรับมือได้ง่ายๆเหมือนกัน เหมือนอย่างปีนั้นที่ต่างชาติสามประเทศรวมตัวกันเข้ามารุกราน หยางยี่ยังสามารถต้านกองทัพหลายพันคนได้เพียงคนเดียว ไม่เพียงเท่านั้น ขณะเดียวกันเขายังสามารถล้มแม่ทัพได้ตั้งสามคน สุดท้ายก็ได้ชัยชนะกลับมา
ดังนั้น เป้าหมายของทั้งสองคนในครั้งนี้ ก็คือคนที่ชื่อว่าแจ็คอะไรนั่น
ขอแค่ถ่วงเวลาคนคนนั้น หรือรบกวนสมาธิของเขาไว้ก็พอแล้ว