ตอนที่ 36
บทที่ 292 ชายสวมหน้ากากที่ลึกลับ
October 28, 2026
กำลังพลของฝ่ายตรงข้าม แข็งแกร่งจนยากจะสั่นคลอน ฐานทัพที่นั่นมีคนระดับจักรพรรดิสามคน แล้วก็ยังมีอีกคนที่ระดับเดียวกันกับตัวเขาเอง
ถ้าให้หยางยี่สี่คนไปพร้อมกัน เบาหน่อยก็คงเจ็บหนัก หนักหน่อยอาจจะรักษาชีวิตไว้ไม่ได้
ระดับจักรพรรดิทั่วไปถ้าเข้าไปแล้ว มีเพียงจุดจบเดียว นั่นก็คือตาย
แต่ทว่า คิดไม่ถึงว่าที่นั่นจะถูกคนโจมตีไปแล้ว ไม่เพียงเท่านี้ แถมฝ่ายตรงข้ามยังฆ่ากันเกือบหมดอีกด้วย
นี่......นี่มันเป็นไปได้ยังไง?
ถ้าเป็นคนปกติทั่วไป ลองคิดดูก็รู้ว่าถ้าจะทำถึงขั้นนี้ มันไม่มีทางทำได้เลยสักนิด
มองแผ่นดินเสินโจวโดยรวม จะมีสักกี่คนที่มีพลังแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ ทำได้ถึงขั้นนี้?
แต่ตอนนี้ ความจริงมันเป็นที่ประจักษ์อยู่ตรงหน้าตนเองแล้ว จะไม่เชื่อก็คงไม่ได้
“พวกเราหาตำแหน่งที่ชัดเจนของสามคนนั่นไม่เจอ”
ปิงอวี่พูด:“หาเจอก็แค่ชายสวมหน้ากากสามคน พลังแข็งแกร่งอย่างมาก ลงมือได้ว่องไว เคลื่อนไหวรวดเร็วมาก”
“อีกอย่าง เป้าหมายของพวกเขาคือคนขององค์กร ขอแค่เป็นคนขององค์กรนั้น ไม่ว่าเป็นใคร พอโจมตีได้ก็ฆ่าทิ้งทันที!ไม่เหลือทิ้งไว้สักชีวิต ถ้าคนของพวกเราไม่ได้มีปฏิกิริยาเร็ว ก็คงถูกฆ่าเช่นกัน”
ปิงอวี่พูดตามหลักความจริง ที่จริงแล้วในใจเธอก็แอบตกใจเหมือนกัน
ในตอนที่พึ่งได้รับข่าวสารนี้ เธอก็ตกใจไม่น้อย
สถานที่นั้นเต็มไปด้วยศพเป็นร้อยเป็นพัน เลือดไหลนองเป็นแม่น้ำ มันคือศูนย์รวมนรกจริงๆ ทำให้ผู้คนหวาดกลัวอย่างมาก
ขนาดคนอื่นๆระดับจักรพรรดิ ก็ถูกแทงทะลุหน้าอกเป็นวงกว้าง ล้มลงในทะเลเลือด ตายตาไม่หลับ
เธอก็คิดไม่ถึง ว่าแท้จริงแล้วเป็นผู้มีฝีมือแบบไหนกัน ที่อาศัยแค่สามคนนั่นก็สามารถไปถึงรังที่อยู่ของศัตรูได้ จิตวิญญาณเลือดนอง ฆ่าทิ้งจนสิ้นซาก แล้วจากไปอย่างสบายๆ
“ดูแล้ว มีคนแย่งตัดหน้าไปก่อนแล้วจริงๆ”
เซี่ยอู๋จุนพูดไปด้วย ส่ายหน้าไปด้วย
เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ในเมื่อถูกชิงตัดหน้าไปแล้ว เช่นนั้นก็ต้องคิดวางแผนระยะยาว
“ฝ่าบาท ใต้เท้าปิง สรุปเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?”
หยางยี่ฟังจนถึงตอนนี้ ก็ยังคงไม่เข้าใจ ไม่รู้ว่าเลยสักนิดว่าเกิดอะไรขึ้น
ไม่ใช่แค่ว่าถูกลักพาตัวไปที่รังที่อยู่ของศัตรูแค่นั้นเหรอ? พวกเขาจะได้ประหยัดแรงไปด้วย แต่ทำไมสีหน้าของทั้งสองเคร่งขรึมขนาดว่าจะฆ่าคนให้ได้อย่างนั้นเลย?
เซี่ยอู๋จุนปัดป่ายมือ “ปิงอวี่ เธอออกไปก่อน”
“ค่ะ”
ขณะที่เดินผ่านหยางยี่ ปิงอวี่เหลือบไปมองหยางยี่ หลังจากนั้นก็หมุนตัวแล้วเดินออกไป
พอปิงอวี่ออกไปแล้ว เซี่ยอู๋จุนก็ถอนหายใจ พูดกับหยางยี่:“นั่งสิ ดูแล้วนายคงไปไหนไม่ได้อีกสักพัก”
“ในเมื่อได้ยินแล้ว ฉันก็จะไม่ปิดบังอะไรนายต่อก็แล้วกัน”
หยางยี่กลับไปนั่งที่เดิม ไม่รู้ว่าทำไม ฟังจากน้ำเสียงของฝ่าบาทแล้ว เขารู้สึกได้ว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเขา และไม่ใช่เรื่องดีอะไรอีกด้วย
จู่ๆก็มีลางสังหรณ์ไม่ดี
“ที่จริงแล้ว เมื่อคืนพวกเราล็อคตำแหน่งขององค์กรสืบทอดจิตวิญญาณไว้ได้แล้ว และยังรู้อีกว่าลูกสาวของนายอยู่ที่นั่น”
ฟึบ!
ทันใดนั้น เซี่ยอู๋จุนก็รับรู้ได้ถึงไอพิฆาตที่ทำให้ผู้หวาดกลัวจากด้านข้าง มันรุนแรงมาก
หยางยี่ลุกขึ้นยืน ตาทั้งสองแดงก่ำ สีหน้าน่ากลัวอย่างมาก แล้วมองไปทางเซี่ยอู๋จุน!
เซี่ยอู๋จุนไม่ผิดคาด เขาคาดเดาไว้อยู่แล้วว่าหลังจากที่พูดเรื่องนี้กับหยางยี่ จะได้ปฏิกิริยาเช่นนี้ เลยยกมือขึ้น กดไว้อย่างไม่ใส่ใจ