ตอนที่ 77
บทที่ 333 ตระกูลจี
October 28, 2026
ยิ่งไปกว่านั้น อีกฝ่ายเลือกที่จะให้หยางยี่ไปที่เมืองลั่วสุ่ยในเวลาแบบนี้
เวลาแบบนี้มันหมายถึงอะไร ตวนมู่เจี๋ยไม่เชื่อหมอผีคนนี้สักเท่าไหร่
ดังนั้น ตวนมู่เจี๋ยจึงเดาว่าอีกฝ่ายอาจรู้เรื่องโบราณสถานด้วย
“ใช่ เขาเป็นผู้มีพระคุณที่เคยช่วยชีวิตฉันไว้ หมอผียมบาลคนนี้เคยช่วยฉันให้รอดพ้นจากความตายตอนที่บาดเจ็บสาหัสมาหลายต่อหลายครั้ง”
หยางยี่พยักหน้าอย่างไม่คิดอะไร “เรื่องของเถียนเถียน พวกเธอก็รู้ว่าหลังจากที่ถูกพวกเธอช่วยกลับมา ไม่รู้ว่าคนของพวกสืบทอดจิตวิญญาณเอาอะไรให้เธอกิน มันทำให้ความทรงจำเกี่ยวกับฉันหายไปหมด ดังนั้นฉันเลยถามหมอผีเกี่ยวกับอาการป่วยของเถียนเถียน ซึ่งจำเป็นต้องใช้สมุนไพรชนิดหนึ่งในการรักษา ฉะนั้นเขาเลยโทรมาบอกว่าให้ฉันไปที่เมืองลั่วสุ่ยตอนนี้ เพื่อตามหาคนชื่อจางเหวินที่เปิดร้านขายยาอยู่ที่นั่น”
หยางยี่เล่าต้นสายปลายเหตุของเรื่องราวให้พวกเขาฟัง
หลังจากได้ยินคำพูดของหยางยี่ ตวนมู่เจี๋ยเงียบไปสักพักก่อนจะถามต่อว่า “ถ้าอย่างนั้นพี่รู้ชื่อจริงของหมอผีคนนี้ไหม หรือว่าเขาแซ่อะไร”
สัญชาตญาณของตวนมู่เจี๋ยบอกเขาว่าหมอผีคนนี้ไม่ธรรมดา เกรงว่าจะเป็นคนมีสถานะตัวตน
หลังจากหยางยี่ได้ยินเขาก็ขมวดคิ้วพลางครุ่นคิดเล็กน้อย
ตอนที่เขารู้จักกับหมอผียมบาล ก็ได้ยินแล้วว่าทุกคนนับถือเขาในฐานะหมอผี ตอนนั้นหมอผีก็เป็นหมอฝีมือดีที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว ชุบชีวิตคนเป็นคนตาย ทักษะการแพทย์สุดยอดและหาตัวจับยาก
ในความทรงจำของเขา เขาเหมือนจะจำได้ว่าตอนหมอผียมบาลได้พบกับเขาครั้งแรก เขาเคยพูดถึงมันมาก่อนครั้งหนึ่ง
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง หยางยี่ก็พูดขึ้นว่า “ฉันจำได้ว่าเขาแซ่จี ส่วนชื่อฉันจำไม่ได้แล้วจริง ๆ”
เมื่อนึกถึงครั้งแรกที่ได้เจอกับหมอผียมบาล เขาเคยได้ยินหมอผียมบาลแนะนำตัวเองว่าให้เขาเรียกเขาว่าจีเหลา หรือจะเรียกว่าหมอผีก็ได้
ตอนนั้นทุกคนต่างนับถือเขาในฐานะหมอผี ยิ่งไปกว่านั้นเขายังเป็นผู้มีพระคุณของหยางยี่ ฉะนั้นหยางยี่จึงเรียกเขาว่าหมอผีเพื่อแสดงความเคารพ
พอตอนนี้มาคิดอย่างรอบคอบดูแล้ว เขารู้แค่ว่าอีกฝ่ายแซ่จี แต่กลับไม่รู้ชื่อของเขาเลย
“ตระกูลจีเหรอ”
“ตระกูลจีตระกูลที่มีวิชายาครบครัน ตระกูลที่ทุกคนในตระกูลมีพรสวรรค์มีความสามารถเฉพาะตัวอย่างนั้นเหรอ”
ทันทีที่ตวนมู่เจี๋ยได้ยินนามสกุลที่หยางยี่บอก จู่ ๆ เขาก็เบิกตากว้างพร้อมพูดด้วยความตกใจ
การที่จู่ ๆ เขาก็โพล่งประโยคแบบนี้ออกมา ทำเอาหยางยี่และคนอื่น ๆ ต่างตกใจไปตาม ๆ กัน ก่อนจะมองตวนมู่เจี๋ยอย่างไม่เข้าใจ
“วิชายาครบครัน มีพรสวรรค์มีความสามารถเฉพาะตัวเหรอ”
ครั้งนี้ไม่ใช่แค่หยางยี่ที่งุนงง แม้กระทั่งเอ้อร์สุ่ยกับหวงเย่วก็งงด้วยเหมือนกัน ไม่เข้าใจว่าตระกูลจีที่ตวนมู่เจี๋ยพูดถึงเป็นเทพศักดิ์สิทธิ์มาจากไหน
แม้ว่าเอ้อร์สุ่ยกับหวงเย่วก็เป็นคนของตระกูลฤาษีเหมือนกัน แต่ประสบการณ์ของพวกเขาไม่ได้ลึกซึ้งเท่ากับตวนมู่เจี๋ย ฉะนั้นหลายครั้งพวกเขาจึงมักจะขอความคิดเห็นจากตวนมู่เจี๋ยก่อนถึงจะลงมือทำอะไร
ตวนมู่เจี๋ยเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าตัวเองเหมือนจะตื่นเต้นจนเกินไป จึงกระแอมออกมาเบา ๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “หมอผียมบาล มีแค่คนของตระกูลจีเท่านั้นที่จะคู่ควรกับฉายานี้ วิชาการแพทย์ของพวกเขาพูดได้เลยว่าไม่มีใครเทียบได้ พวกเขาไม่ใช่แค่ทำตัวลึกลับเท่านั้น แต่ตระกูลจียังเป็นตระกูลที่ลึกลับที่สุดในบรรดาตระกูลฤาษี พวกเขาอาศัยเพียงวิชาการแพทย์ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของเสินโจว และอยู่เหนือกว่าตระกูลฤาษีอื่น ๆ”
“ฉะนั้นในบรรดาตระกูลฤาษีทั้งหมด ตระกูลที่ไม่ควรไปมีเรื่องด้วยมากที่สุดก็คือ ตระกูลจี”
“ชุบชีวิตคนจากความตาย อยู่นอกเหนือจากสามโลก ลอยอยู่ในปัญจธาตุทั้ง 5 คนแบบนี้เทพมังกรเห็นหัวไม่เห็นหาง ลึกลับซับซ้อน เข้าใจยาก”
“ยอมตกนรกดีกว่ามีปัญหากับตระกูลจี ประโยคนี้เป็นประโยคที่บอกต่อกันมาจากตระกูลฤาษี มันเป็นคำประเมินตระกูลจีที่บอกต่อกันมา”
ตวนมู่เจี๋ยยิ้มแล้วพูดว่า “แค่คำพูดไม่กี่ประโยคนี้ก็เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นแล้วว่าตระกูลจีแข็งแกร่งมากแค่ไหน ตอนนี้พวกเธอรู้แล้วใช่ไหมว่าตระกูลจีแข็งแกร่งขนาดไหน”
หลังจากพูดจบตวนมู่เจี๋ยก็หันไปตั้งใจขับรถและไม่ได้พูดอะไรต่อ