ตอนที่ 102
บทที่ 358 เหตุฉุกเฉินที่ชายแดน
October 28, 2026
“ฉันว่าพวกมันคงจะเบื่อชีวิตสงบสุขแล้วสินะ!”
ไอความโกรธแผ่กระจายอยู่รอบตัวหยางยี่ บรรยากาศกดดันจนเงาหนึ่งหายใจแทบไม่ออก น้ำเสียงของเขาเยือกเย็นราวกับก้อนน้ำแข็งที่จับตัวแข็งมานับหมื่นปี ทำเอาคนฟังใจหายตามไปด้วย
นับตั้งแต่เขาเป็นผู้นำกองพิทักษ์เสินอู่ เขาไม่เคยพ่ายแพ้ในการทำสงครามเลย ไม่เคยพ่ายแพ้ และต่อให้มีการสูญเสียก็ไม่เคยสูญเสียจำนวนมากภายในคราเดียวเหมือนอย่างครั้งนี้มาก่อน
หลังจากที่เขาอยู่ในสนามรบมานานหลายปี ไม่เคยมีหารเสียสละในครั้งไหนน่าเศร้าเหมือนอย่างครั้งนี้มาก่อน นี่เป็นครั้งแรกที่เป็นแบบนี้!
หยางยี่จะไม่โกรธได้อย่างไร
“จี้โจวส่งกระบวนทัพแบบไหนมากันแน่ ทำไมสงครามของดินแดนทางเหนือถึงได้พ่ายแพ้ย่อยยับแบบนี้ มีราชาสวรรค์อีกสองคนดูแลอยู่ไม่ใช่เหรอ”
หยางยี่เอ่ยถามด้วยสายตาเย็นชา เขาสงสัยมากจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่ดินแดนทางเหนือมีจินหรันกับเฉาสง ทั้งยังมีอานั่วจื่อคอยดูแลอยู่แท้ ๆ ทั้งสามคนนั้นนับว่าเป็นคนเก่าแก่ของเสินโจว กล่าวได้ว่าเป็นบุคคลระดับอาวุโสเลยก็ว่าได้
เขาอยากรู้จริง ๆ การที่สามารถโจมตีดินแดนทางเหนือของเสินโจวได้อย่างโหดร้ายถึงขนาดนี้ อีกฝ่ายใช้กระบวนทัพแบบไหนกันแน่
“ราชาเทพ กองกำลังสายฝนของราชาฝนสูญเสียกำลังไปกว่าหกหมื่นคน และมีจอมพลถูกสังหารที่แนวหน้าอีกหกคน จี้โจวกับจิงโจวสองเมืองใหญ่ร่วมมือกัน ส่งราชาสวรรค์มาถึงหกองค์ พวกเขาหวังอยากจะฉวยโอกาสตอนที่ดินแดนทางเหนือกำลังอ่อนแอนี้เข้ายึดครองดินแดนทางเหนือ”
ภายใต้บรรยากาศกดดัน เงาหนึ่งเล่าด้วยความยากลำบาก ในขณะเดียวกันเขาก็สามารถรู้สึกได้ว่าแผ่นหลังของตัวเองกำลังเปียกโชกและเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ
ไม่ได้เจอกันแค่สัปดาห์เดียว ทำไมถึงรู้สึกว่าราชาเทพดูน่ากลัวยิ่งกว่าเมื่อก่อนขึ้นมากเลย น่ากลัวมากจริง ๆ
“ช่างกล้า!”
เมื่อได้ยินดังนั้น หยางยี่หัวเราะเย้ยหยัน พลังที่อยู่ภายในร่างกายของเขาดูน่ากลัวมาก เขาคิดไม่ถึงว่าครั้งนี้สองเมืองใหญ่จะมาโจมตี แถมยังโจมตีเสินโจวได้ย่อยยับถึงขนาดนี้
“อีกอย่างดูเหมือนว่าตอนนี้กษัตริย์จะไม่ได้อยู่ที่เสินโจวด้วย ทุกคนติดต่อเขาไม่ได้ พวกเราก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี ทั้งท่านและกษัตริย์ต่างก็ไม่อยู่ เหลือเพียงราชาสวรรค์สามองค์ที่เหลือนำกำลัง แต่ราชาราตรียังคงกำลังถอนกำลังจากค่ายของศัตรู ไม่สามารถออกศึกได้ทันเวลา ทางพวกเราก็ไม่สามารถต้านทานต่อไปได้อีกนานนัก ถ้าหากผ่านไปอีกสองวันท่านกับองค์กษัตริย์ยังไม่กลับมาละก็ เกรงว่าราชาสวรรค์ทั้งสองท่านคงจะต้องตัดสินใจใช้อาวุธหนักแล้ว!”
เงาหนึ่งสังเกตสีหน้าของหยางยี่ แล้วค่อย ๆ พูดเสริมมาอีกประโยค
สถานการณ์ในดินแดนทางใต้ยังนับว่าค่อนข้างมั่นคง ทั้งสองฝ่ายยังคงต่อสู้ตอบโต้กันอยู่ ตอนนี้ยังไม่นับว่าร้ายแรงนัก เพียงแต่สถานการณ์ในดินแดนทางเหนือกลับน่าเศร้าสลด ทำได้เพียงแค่ใช้คำว่าวีรอาจหาญมาอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเท่านั้น
ถ้าหากไม่ใช้อาวุธหนัก เกรงว่าดินแดนทางเหนือคงล่มสลายในไม่ช้าก็เร็วนี้ ทว่าการใช้อาวุธหนักก็เป็นเพียงการต่อสู้อย่างสิ้นหวังเท่านั้น
สถานการณ์ปัจจุบันในดินแดนทางเหนืออยู่เหนือการควบคุม ไม่มีใครรู้ว่าราชาสวรรค์ทั้งห้าที่อยู่ดินแดนทางเหนือคิดจะทำอะไรต่อไปอีก
ตอนนี้กองกำลังสายฝนและกองพิทักษ์เสินอู่ต่างก็กำลังปกป้องเมืองชายแดน นี่เป็นแนวป้องกันสุดท้าย ถ้าแม้แต่แนวป้องกันนี้ยังถูกอีกฝ่ายทำลายได้ เกรงว่าดินแดนเสินโจว...
กำลังจะเปลี่ยนไปแล้ว
หลังจากได้ฟังคำบอกเล่าของเงาหนึ่ง สายตาของหยางยี่ยังคงเฉียบคมคล้ายกำลังครุ่นคิด
คิดไปแล้ว การที่เจิ้นเจ๋อกับเซี่ยอู๋จุนไปปรากฏตัวที่โบราณสถานในเวลาเดียวกัน พวกองค์กรสืบทอดจิตวิญญาณกับองค์กรฮูกดาร์คจะต้องเกี่ยวข้องกันแน่ บางทีนี่อาจจะเกี่ยวข้องกับการที่สองเมืองใหญ่ร่วมมือกันเข้ามารุกรานก็เป็นได้ ถ้าหากเป็นอย่างนั้นจริงละก็ ถ้าอย่างนั้นเรื่องนี้ก็น่าสนใจมากจริง ๆ
ฉวยโอกาสตอนที่ผู้นำไม่อยู่เข้ามาโจมตีอย่างโหดร้ายแบบนี้ ดูไปแล้วก็เหมือนจะเป็นสไตล์ของพวกเขาอยู่แล้ว ฉะนั้นจึงนับว่าสมเหตุสมผล
หยางยี่ยกมือลูบคาง ความเจ้าเล่ห์ปรากฏในแววตาของเขา จากนั้นเขาก็หยิบป้ายคำสั่งกษัตริย์ออกมาโยนลงบนโต๊ะ
ทีแรกเงาหนึ่งนึกว่ามันเป็นป้ายคำสั่งทองสัมฤทธิ์ แต่เมื่อมองดูดี ๆ แล้วเขากลับต้องเข่าอ่อนด้วยความตกใจ จนคุกเข่าลงบนพื้นเสียงดัง “ตุบ”
“ราชาเทพ นี่...”
แววตาของเงาหนึ่งเต็มไปด้วยความตกใจ เขามองไปยังหยางยี่อย่างไม่เชื่อสายตา พยายามรวบรวมความคิดอยู่ภายในหัวของตัวเอง
นี่มันป้ายคำสั่งกษัตริย์ เป็นป้ายคำสั่งที่กษัตริย์แห่งราชวงศ์เท่านั้นถึงสามารถถือครองได้ และมันเป็นของบุคคลเพียงคนเดียว ซึ่งก็คือกษัตริย์องค์ปัจจุบัน เซี่ยอู๋จุน