ตอนที่ 104
บทที่ 360 กษัตริย์องค์ใหม่
October 28, 2026
หยางยี่ยกมือส่งสัญญาณให้ทุกคนสงบ แล้วพูดว่า “ผมรู้สึกดีใจมากที่ทุกท่านยอมที่จะบุกน้ำลุยไฟเพื่อปกป้องดินแดนเสินโจว ทว่าทุกท่านไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้หรอก ถ้าหากมีความจำเป็นจริง ๆ ผมคงจะไม่เรียกทุกคนมารวมตัวกันที่นี่แทนที่จะออกคำสั่งส่งตัวทุกท่านไปสนามรบโดยตรงไปเลยดีกว่า”
เมื่อได้ยินหยางยี่พูดแบบนั้น ทุกคนก็อึ้งไปเล็กน้อย และไม่เข้าใจว่าหยางยี่ต้องการจะสื่ออะไร
ไม่ให้ออกรบ? แล้วเรียกทุกคนมาประชุมกันทำไม?
ราชาเทพทำเพื่ออะไรกันแน่
หรือว่ายังมีเรื่องอื่นที่อยากจะพูดคุยกับพวกเขาอีกเหรอ
ทุกคนต่างเงียบไม่พูดไม่จา แม้ว่าภายในใจจะยังคงงุนงงสงสัยมาก แต่ก็ยังรอฟังคำพูดของหยางยี่ต่อไป
“สำหรับเรื่องสงครามในดินแดนทางเหนือและดินแดนทางใต้ขอทุกท่านโปรดวางใจ ผมจะไปจัดการปราบปรามสงครามให้สงบด้วยตัวเอง ส่วนเรื่องที่สองที่ผมอยากจะพูดต่อไปเป็นเรื่องที่สำคัญมาก สำคัญยิ่งกว่าเรื่องอื่นใด”
น้ำเสียงของหยางยี่ผ่อนคลายและแผ่วเบาลงกะทันหัน สายตาของเขามองไปที่ทุกคนในห้องด้วยสีหน้าจริงจัง
เมื่อทุกคนเห็นท่าทางแบบนี้ของเขาก็ถึงกับใจกระตุกสั่น และเริ่มตึงเครียดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
เห็นได้ชัดว่าเกิดเรื่องที่ใหญ่โตยิ่งกว่าสถานการณ์ในตอนนี้ขึ้นแล้ว
ทว่าทุกคนที่อยู่ภายในห้องประชุมนี้กลับไม่มีใครเคยได้ยินข่าวลือและได้รับข่าวอะไรเลย
“เรื่องที่สองก็คือ...”
หยางยี่สูดหายใจเข้าลึก ๆ ขณะที่กำลังจะอ้าปากบอกเรื่องการตายของเซี่ยอู๋จุนกับทุกคน ทันใดนั้น ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออก
ชายชราผมหงอกสี่คนเดินเข้ามาจากด้านนอกอย่างกระตือรือร้น
“ขอโทษทุกท่านที่มาช้า”
คนที่พูดคือเก่อตงซาน จอมพลระดับแปดดาวซึ่งเป็นผู้นำ แม้ว่าปากจะพูดขอโทษ ทว่าสีหน้ากลับไม่ได้แสดงสีหน้ารู้สึกผิดเลยแม้แต่น้อย ท่าทางมั่นอกมั่นใจ สายตาของเขาค่อย ๆ กวาดมองไปที่ทุกคนที่อยู่ภายในห้อง ก่อนจะมองไปที่หยางยี่ที่อยู่บนเวทีอย่างไม่หลบเลี่ยง
ถึงกระนั้นเขาก็ยังรู้สึกรังเกียจเหยียดหยามขึ้นมาในใจอยู่ดี
ต่อให้พวกเขาจะจงใจมาสาย แต่เจ้าเด็กที่อยู่บนเวทีจะทำอะไรพวกเขาได้
ถ้าเกิดถามจุกจิกขึ้นมา อย่างมากก็แค่บอกว่าตัวเองอายุมากแล้ว จู่ ๆ ก็เกิดอาการป่วยกำเริบ หลังจากพักผ่อนอยู่ที่บ้านจนดีขึ้นแล้วจึงรีบมา แค่นี้เขาจะยังทำอะไรได้อีก
หยางยี่ที่ถูกขัดจังหวะก็ไม่ได้โกรธเคืองอะไร เขามองเก่อตงซานที่กำลังวางท่าอาวุโสด้วยสีหน้านิ่งสงบ ไม่ได้โมโหโกรธเคือง เพียงแค่พูดขึ้นว่า “พวกท่านมาช้าไปกว่าสิบห้านาทีเต็ม”
เก่อตงซานเลิกคิ้วขึ้น กำลังอยากจะพูดตอบ แต่เจียงหย่งที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กลับเอ่ยปากขึ้นก่อน
“พวกเราทั้งสี่คนแก่มากแล้ว กลัวจะเมารถก็เลยเดินเท้ากันมา เลยทำให้มาช้าไปหน่อยคงจะไม่ถือสากันหรอกใช่ไหม”
เจียงหย่งมองหยางยี่
เมื่อหยางยี่ได้ยินแบบนั้นก็ไม่ได้โกรธอะไร เพียงแต่ยิ้มบาง ๆ ออกมาเล็กน้อย “ไม่เป็นไร แค่ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเป็นเพราะไม่สบาย หรือเป็นเพราะไม่อยากออกรบกันแน่”
เสียงของหยางยี่ไม่ดังมากและไม่ได้เบามาก ซึ่งมันดังพอที่จอมพลทุกท่านที่อยู่ภายในห้องประชุมได้ยินกันอย่างชัดเจน แน่นอนว่าทุกคนไม่ใช่คนโง่จึงฟังเข้าใจในความหมายนั้น ดูเหมือนการกระทำเมื่อครู่นี้ของราชาเทพจะเรียกว่าเชือดไก่ให้ลิงดู ด้วยการเชือดชายชราที่วางท่าเป็นผู้อาวุโสทั้งสี่คนนี้อย่างโจ่งแจ้ง
ทันทีที่หยางยี่เปล่งวาจาออกไป สี่หน้าของทั้งสี่คนก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย พวกเขาจ้องหยางยี่ตาเขม็ง ริมฝีปากสั่นเทา
“ที่ราชาเทพพูดหมายความว่าไง”
“แม้ว่าตำแหน่งราชาเทพจะสูงกว่าพวกเราแต่ตอนที่พวกเราออกรบรับใช้ชาติบ้านเมือง เกรงว่านายคงจะยังเข้าโรงเรียนอนุบาลอยู่เลยมั้ง”