ตอนที่ 108
บทที่ 364 เยี่ยมเยือน
October 28, 2026
เมื่อได้ยินแบบนั้นหยางยี่ก็เหลือบมองหวังจื่อเหวินปราดหนึ่ง ซึ่งมันทำให้หวังจื่อเหวินรีบหุบปากทันที
“จนถึงตอนนี้แล้วเรื่องของเสินโจวยังไม่แพร่มาถึงที่นี่อีกเหรอ”
หยางยี่ถามเสียงเรียบ
เมื่อหวังจื่อเหวินได้ฟังเขาก็ยิ่งงุนงงสับสนกว่าเดิม “เรื่องอะไรเหรอ ไม่เคยได้ยินเรื่องอะไรเลยนะ”
แม้ว่าหวังจื่อเหวินจะขึ้นเป็นผู้คุมที่นี่มาหลายปีแล้ว แต่ระยะเวลาผ่านมานานขนาดนี้เขากลับได้ยินข่าวใหญ่น้อยมาก ๆ ครั้งสุดท้ายที่ได้ยินข่าวใหญ่ก็คงเป็นเมื่อสองปีก่อน ที่ว่าจะมีราชาสวรรค์คนหนึ่งถูกนำมากักขังที่นี่ ให้พวกเขาคอยต้อนรับปรนนิบัติให้ดี
ซึ่งราชาสวรรค์คนนั้นก็คือหยางยี่
ในตอนนั้นหวังจื่อเหวินก็เคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับหยางยี่มาบ้างว่าราชาเทพท่านนี้อยู่ยงคงกระพัน รบไม่เคยแพ้ ฉะนั้นเขาจึงชื่นชมและนับถือเขามาก ฉะนั้นหลังจากหยางยี่เข้ามาอยู่ที่นี่เขาก็คอยดูแลปรนนิบัติอย่างดีราวกับบรรพบุรุษ และไม่กล้าหยาบคายใส่เขาเลยแม้แต่นิด
แน่นอนว่า คนส่วนใหญ่ที่ได้เข้ามาอยู่ในคุกหลวงแห่งนี้ล้วนมีคุณงามความดีทางการทหารติดตัวมาทั้งนั้น และแน่นอนว่าทักษะฝีมือยอดเยี่ยม ในสายตาของหวังจื่อเหวินพวกเขาก็คือกลุ่มบรรพบุรุษที่ยังมีชีวิต ตีไม่ได้ด่าไม่ได้ และทำได้แค่ปรนนิบัติดูแล
มาแล้วก็ไป ทุกคนที่เข้ามาอยู่ในคุกหลวงแห่งนี้ต่างไม่รู้สึกเหมือนถูกกักขังเลยสักนิด ตรงกันข้ามพวกเขากลับรู้สึกเหมือนมาพักร้อนพักผ่อนเสียมากกว่า สบายถึงขนาดที่ว่ามีบางคนไม่อยากกลับไป กล่าวได้ว่าเป็นดินแดนในอุดมคติโดยแท้
อย่างไรก็ตาม มันก็ขึ้นอยู่กับนักโทษแต่ละคนด้วย อย่างนักโทษส่วนใหญ่เป็นศัตรูที่รุกรานเข้ามา บางคนก็เป็นพวกคนชั่วการกระทำเหี้ยมโหด และการเลือกปฏิบัติที่พวกเขาจะต้องเผชิญนั้นย่อมแตกต่างกันราวกับฟ้ากับเหว เรียกได้ว่าทั้งทุกข์ทั้งเหนื่อย และไม่ได้รับการยินดีต้อนรับอีกด้วย
นับว่าเป็นการทรมานแบบหนึ่ง เรียกได้ว่าเป็นสองมาตรฐานแบบสุดโต่ง
แต่เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่พบเจอได้บ่อยในสถานที่อย่างเรือนจำ ดังนั้นคนที่อาศัยอยู่ในเรือนจำแห่งนี้จึงไม่แปลกใจกับเรื่องเหล่านี้
หวังจื่อเหวินไม่ได้โกหก นับตั้งแต่เมื่อสองปีก่อน หลังจากผ่านไปนานก็ไม่ได้มีข่าวคราวอื่น ๆ แว่วมาถึงที่นี่อีกเลย
“เข้าใจแล้ว ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปคุยเรื่องนี้กันอย่างละเอียดที่ห้องทำงานของนายก็แล้วกัน”
หยางยี่พยักหน้าและพูดอย่างไม่แปลกใจ
สิบห้านาทีผ่านไป
หวังจื่อเหวินเดินตามอยู่ด้านหลังของหยางยี่ ทั้งสองคนเดินออกมาจากห้องทำงานด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
กระทั่งหลังจากที่ได้ฟังหยางยี่เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่เสินโจวทั้งหมดในระยะนี้ให้เขาฟังอย่างสั้น ๆ หวังจื่อเหวินถึงเข้าใจว่าที่แท้ระยะนี้เสินโจวเกิดเรื่องขึ้นมากมายขนาดนี้
และที่น่าเหลือเชื่อที่สุดคือ แม้กระทั่งเซี่ยอู๋จุนก็ตายแล้ว เสินโจวในตอนนี้มีหยางยี่เป็นผู้ขึ้นครองตำแหน่งกษัตริย์
และที่แย่ไปกว่านั้นคือสถานการณ์สงครามในดินแดนทางเหนือและทางใต้กำลังอยู่ในสถานการณ์คับขัน ดินแดนทางเหนืออาจถูกทำลายได้ทุกเมื่อทุกเวลาและเสินโจวกำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลง
ด้วยเหตุนี้ นี่คงถึงเวลาที่จำเป็นต้องใช้การเหล่าจอมพลฝีมือดีตัวจริงที่ถูกกักขังอยู่ในคุกหลวง แห่งนี้แล้ว
“ท่านกษัตริย์ ท่านต้องการใคร กระผมจะไปด้วยกันกับท่าน ไปดูด้วยตัวเองเถอะครับ”
หวังจื่อเหวินเปลี่ยนคำเรียกอย่างรวดเร็ว
เพราะเขารู้ว่าคนที่หยางยี่ต้องการโดยส่วนใหญ่แล้วก็มีแค่ไม่กี่คนนั้น มีความเป็นไปได้กว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์ ไม่คลาดเคลื่อนไปจากนี้แน่นอน
เพราะบุคคลเหล่านั้นเคยเป็นผู้มีอำนาจมหาศาลในดินแดนเสินโจว มากด้วยความดีความชอบทางการทหาร ความสามารถแข็งแกร่งเทียบเท่าระดับจักรพรรดิ บุคคลเหล่านี้ล้วนเป็นคนในข่าวที่ลือกันทั่วเสินโจวว่าตายไปแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดายและน่าเสียใจอย่างสุดซึ้ง
เพียงแต่ว่าถึงแม้กลุ่มคนกลุ่มนี้จะเก่งกาจกล้าหาญ แต่เมื่อเทียบกับกษัตริย์องค์ใหม่ที่อยู่ตรงหน้าของเขาตอนนี้แล้วก็นับว่ายังด้อยกว่ามาก