ตอนที่ 110
บทที่ 366 ออกจากคุก
October 28, 2026
ในเวลานั้นเป็นเวลาช่วงบ่ายแล้ว
เมื่อตะวันลับขอบฟ้า ผืนทะเลแสนสงบเต็มไปด้วยแสงระเรื่อของดวงอาทิตย์ที่กำลังตกดิน สะท้อนภาพท้องฟ้าในยามพลบค่ำ แวววับเป็นประกาย ดูสวยงามมากเป็นพิเศษ
จัตุรัสของคุกหลวงเต็มไปด้วยผู้คนทุกแบบทุกประเภท
“ทุกท่านยังมีใครอยากจะออกไปจากที่นี่และกลับแผ่นดินใหญ่กับฉันอีกไหม บอกมาได้เลย!”
ตอนนี้หยางยี่กำลังยืนอยู่ตรงกลางจัตุรัส ข้างหลังเขามีพวกตงหวงอี้ทั้งสี่คนยืนอยู่ และเบื้องหน้าของเขาตอนนี้มีผู้คนที่ถูกนำตัวมาคุมขังที่นี่ด้วยเหตุผลหลายประการในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
และด้านหลังของพวกตงหวงอี้ทั้งสี่คนก็มีผู้ชายรูปร่างกำยำอีกกว่ายี่สิบคนยืนเรียงรายอยู่ด้วย
ทุกคนที่อยู่ที่นี่ ก่อนที่พวกเขาจะมาอยู่ที่คุกหลวงแห่งนี้ ล้วนเคยเป็นที่รู้จักในดินแดนเสินโจว
ในกลุ่มคนเหล่านี้ตำแหน่งต่ำที่สุดเป็นถึงจอมพลระดับเจ็ดดาว และมีอำนาจมาก อีกแค่ก้าวเดียวก็จะได้เทียบเท่ากับราชาสวรรค์ ต่ำกว่าราชาสวรรค์แต่เป็นผู้นำกลุ่มคนนับหมื่น
และแน่นอนว่าท่ามกลางฝูงชนมากมายไม่เคยขาดแคลนคนมีความสามารถ และไม่ขาดคนที่มีความสามารถมากพอที่จะต่อสู้กับราชาสวรรค์ได้ และในบรรดากลุ่มกว่ายี่สิบคนที่ยืนอยู่ข้างหลังตงหวงอี้ ส่วนใหญ่ล้วนเป็นคนสนิทหรือเป็นจอมพลที่เคยอยู่ภายใต้บังคับบัฐชาของพวกตงหวงอี้ทั้งสี่คนทั้งนั้น
เพราะในตอนนั้นพวกตงหวงอี้ทั้งสี่คนถูกไล่ออก ฉะนั้นพวกเขาทั้งหมดจึงโดนร่างแหไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แต่พวกเขากลับไม่เสียใจ เพราะในช่วงชีวิตนี้พวกเขายังได้กลับไปเหยียบแผ่นดินใหญ่และได้กลับไปสูดอากาศบนแผ่นดินใหญ่อีกครั้งแล้ว
หลังสิ้นเสียงตะโกนของหยางยี่ เพียงชั่ววินาทีก็มีผู้ชายหลายคนที่อยู่ในบริเวณจัตุรัสแห่งนี้ร้องตะโกนตาม ๆ กันขึ้นมาจนเสียงดังโหวกเหวก
ต้องเข้าใจว่าคนที่ถูกนำตัวมาขังไว้ที่นี่โดยพื้นฐานแล้วต้องเป็นคนที่เคยกระทำความผิด มีความผิดติดตัว ถึงแม้พวกเขาจะไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ ๆ ถึงเรียกพวกเขามารวมตัวกัน และไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ ๆ หยางยี่ถึงมาที่นี่และบอกว่าจะพาพวกเขาออกไป
แต่ถ้าหากพวกเขาสามารถใช้โอกาสนี้ออกไปดูโลกภายนอกบ้างมันก็เป็นเรื่องที่ดีไม่น้อย
ในบรรดาคนเหล่านี้ คนที่ติดอยู่ในคุกเป็นเวลานานที่สุดก็ราว ๆ เกือบสามสิบปี และยิ่งคนที่อยู่นานขนาดนี้ยิ่งโหยหาอิสรภาพแทบทนรอต่อไปไม่ไหว
“เยอะขนาดนี้เลยเหรอ ดูเหมือนว่าคนจะไม่น้อยเลยนะ”
เมื่อเห็นว่าทุกคนต่างพากันยกสองมือชูขึ้น หยางยี่ก็เลิกคิ้วเล็กน้อยพร้อมทำสีหน้าแปลกใจ เขาคิดไม่ถึงว่าในคุกหลวงจะมีคนอยากออกไปด้วยกันกับเขาเยอะแยกมากมายขนาดนี้
แต่ในใจของหยางยี่รู้ดีว่าไม่ใช่ทุกคนที่อยู่ที่นี่จะเชื่อฟังเขาทุกคน เมื่อได้เข้ามาอยู่ในคุกหลวงที่แม้แต่นกยังไม่อยากจะอึใส่แห่งนี้ นั่นหมายความว่าคนคนนั้นย่อมต้องแบกรับความผิดบาปและโทษ หรือสิ่งอื่น ๆ
พูดง่าย ๆ ก็คือ พวกเขาล้วนเป็นพวกที่ไปหาเรื่องไม่ได้ง่าย ๆ บางคนเป็นคนนิสัยไม่อยู่ในทำนองคลองธรรม เกรงว่าถ้าปล่อยตัวออกไปแล้วจะเหมือนปล่อยม้าให้หลุดจากพันธนาการที่ปล่อยตัวเองเป็นอิสระแบบสุด ๆ
ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงไม่ถูกส่งตัวมาขังอยู่ที่นี่หรอก
“อยากออกไปกับก็ได้ ฉันยินดีต้อนรับเสมอ!”
หยางยี่ยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดว่า “แต่ว่าขอเตือนเอาไว้ก่อนว่า ถ้าหากใครคิดจะหนีไประหว่างทางก็อย่าโทษว่าฉันไร้ความปรานี เมื่อตอนนั้นทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น ทุกคนต้องแบกรับความเสี่ยงด้วยตัวเอง!”
เมื่อพูดถึงประโยคหลัง ๆ รอยยิ้มบนใบหน้าของหยางยี่ก็จางหายไปทันที ก่อนที่ใบหน้าเขาจะเปลี่ยนและเต็มไปด้วยไอสังหารและความเยือกเย็น
ทันทีที่ประโยคนี้ถูกเปล่งออกไป ผู้คนจำนวนมากที่กำลังแหกปากตะโกนอย่างตื่นเต้นที่จะได้ออกไปจากคุกหลวงก็พากันหุบปากเงียบทันที
เพราะพวกเขาถูกหยางยี่ดักทางได้ก่อนแล้ว เมื่อครู่นี้มีคนจำนวนมากที่ตั้งใจว่าจะแอบหลบหนีไประหว่างทาง
เพราะพวกเขาถูกกักขังอยู่ที่นี่มานานมาก ๆ แล้ว จึงไม่อยากถูกควบคุมแบบนี้อีก ยิ่งไปกว่านั้นหลังจากได้คุ้นเคยกับชีวิตแบบนี้แล้ว พวกเขาก็ได้ถูกขัดเกลาจิตวิญญาณจนหายไปจนหมดสิ้นแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงให้ไปสนามรบต่อสู้กับศัตรูเลย