ตอนที่ 112
บทที่ 368 ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ
October 28, 2026
หยางหลิ่วในตอนนั้นเปี่ยมไปด้วยพลังและอยู่ยงคงกระพัน ชื่อเสียงของเขาโด่งดังเป็นที่รู้จักมากกว่าหยางยี่ในตอนนี้เสียอีก เรียกได้ว่าเขาเป็นที่รักของชาวเมืองเสินโจวตัวจริง
แต่ทว่าลิขิตฟ้ากลับไม่เป็นไปตามความปรารถนาของผู้คน ในตอนที่ราชาสวรรค์หยางเป็นที่รู้จักไปทั่ว ซึ่งก็คือตอนที่เขาได้ขึ้นไปอยู่บนจุดสูงสุดในชีวิต เบื้องบนกลับออกมาประกาศว่าราชาสวรรค์หยางได้เสียชีวิตลงเนื่องจากการเจ็บป่วย ในตอนนั้นทั่วทั้งแผ่นดินเสินโจวต่างโศกเศร้าเสียใจอย่างมากจนคนทั่วทั้งประเทศต้องทำการไว้ทุกข์เป็นเวลากว่าสามวัน ถึงขนาดมีชาวเมืองเสินโจวจัดตั้งกลุ่มเพื่อเดินสวดภาวนาให้หยางหลิ่ว ขอให้เขาไปถึงสวรรค์และไม่ต้องเจ็บปวดอีกต่อไป
แต่มาตอนนี้...
“ดูเหมือนว่าผู้อาวุโสเหล่านี้ต่างหากที่เป็นไพ่ใบสุดท้ายของเสินโจวของเรา!”
อานั่วจื่อผ่อนลมหายใจออกมาอย่างช้า ๆ เพื่อให้ตัวเองสงบสติอารมณ์ลง
“อานั่วจื่อ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”
หยางยี่พาพวกหยางหลิ่วเดินเข้ามาหาพร้อมกับมองอานั่วจื่อด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
“นายยังรู้จักกลับมาอีกนะ แต่ก็โชคดีที่นายกลับมาทันเวลา เพราะถ้านายไม่มาพวกเราคงจะเริ่มวางแผนการใช้อาวุธหนักกันแล้ว”
อานั่วจื่อพูดใส่อย่างไม่เกรงใจพลางต่อยหยางยี่ไปหนึ่งที แม้ว่าบนใบหน้าของเขาจะยังมีรอยยิ้มแต่อารมณ์และความรู้สึกของเขากลับโศกเศร้าใจมาก
เพราะกองกำลังสายฝนสูญเสียกำลังคนไปมากกว่าหกหมื่นคน แถมยังมีจอมพลอีกหลายคน ซึ่งเรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อจิตใจของอานั่วจื่ออย่างแรงจนได้แค่ใช้คำว่าอนาถมาบรรยายแทนความรู้สึกเขา การต่อสู้ในครั้งนี้มีจอมพลบาดเจ็บไปจำนวนมากแถมยังเสียงกำลังคนฝีมือดีจำนวนไม่น้อย
“ใช่ ฉะนั้นฉันจึงกลับมาแล้วนี่ไง ในเมื่อฉันกลับมาแล้วฉันจะจัดการกับไอ้พวกลูกหมาพวกนั้นให้มันได้ชดใช้ผลที่มันทำลงไปหนักเป็นเท่าตัว!”
หยางยี่กล่าว ทว่าสีหน้าของเขากลับดูเยือกเย็นสุด ๆ จากนั้นเขาก็กวักมือสั่งลูกน้องให้พาเหล่าทหารเก่าที่ติดตามพวกหยางหลิ่วมาเหล่านั้นออกไปก่อน
“ทุกท่านตลอดทางที่มาที่นี่ลำบากทุกท่านแล้ว ให้ทุกท่านไปดื่มสุรากินเนื้อแล้วพักผ่อนร่างกายให้เต็มที่กันก่อนได้เลย”
“รับทราบ!”
พวกเขาทั้งสิบกว่าคนนั้นต่างรู้ดีว่าตอนนี้ที่นี่คือแผ่นดินของหยางยี่ ดังนั้นจึงไม่กล้าพูดอะไรมาก ได้แต่โค้งคำนับอย่างสุภาพแล้วเดินตามนายทหารคนหนึ่งไปยังสถานที่พักผ่อนเพื่อกินดื่มและพักผ่อน
หลังจากพวกเขาจากไปจนหมดพวกหยางยี่ก็เดินตรงเข้าไปยังกองบัญชาการและหาเก้าอี้นั่งลงปรึกษากันทันที
“ตอนนี้พวกศัตรูมีการเคลื่อนไหวอะไรบ้าง และสถานการณ์ในตอนนี้เป็นยังไง”
หยางยี่ไม่รอช้ารีบเข้าสู่ประเด็นสำคัญทันที
อานั่วจื่อได้ยินแบบนั้นก็ขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่ลังเลที่จะเล่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับพวกเขาในระยะนี้ให้พวกหยางยี่ฟังทั้งหมดอย่างไม่มีตกหล่น
ในขณะที่อานั่วจื่อกำลังเล่า พวกหยางยี่ที่ฟังก็พากันขมวดคิ้วแน่นพร้อมกับสีหน้าเย็นชา
ฟังจากที่อานั่วจื่อกำลังเล่าอยู่ตอนนี้ พวกหยางยี่ก็รู้ในทันทีว่าสถานการณ์สงครามทางเหนือในตอนนี้กำลังตกอยู่ในสภาวะชะงักงัน อีกฝ่ายไล่ต้อนบีบฝ่ายเราจนตกอยู่ในสภาวะตึงเครียด ประกอบกับที่อีกฝ่ายส่งราชาสวรรค์ออกมานำทัพถึงหกคนจึงทำให้พวกอานั่วจื่อไม่สามารถป้องกันตัวได้ทันท่วงที จึงต้องยอมเสียเมืองบางเมืองให้อีกฝ่ายไป แต่เมื่ออีกฝ่ายได้ลิ้มรสความสำเร็จแล้วพวกเขาก็ไม่ไล่ต้อนพวกเราจนกระชั้นชิดเกินไป พวกเขาทำทุกอย่างอย่างไม่รีบร้อน เป็นระบบระเบียบจนมาถึงเมืองสุดท้ายซึ่งก็คือ เมืองหลิงเป่ย
ภายใต้การป้องกันอย่างเข้มงวดของพวกอานั่วจื่อทั้งสามคน ทำให้อีกฝ่ายไม่สามารถกลืนกินเมืองหลิงเป่ยได้ภายในรวดเดียว แต่ก็เห็นได้ชัดว่าสำหรับฝั่งเราสถานการณ์ดูไม่ง่ายนัก เพราะถูกอีกฝ่ายไล่ต้อนจนต้องถอยกำลัง กองกำลังของพวกเราได้รับบาดเจ็บสาหัส และทั้งสองฝ่ายสู้กันไม่จบไม่สิ้น
แต่ถ้าหากอีกฝ่ายจงใจที่จะเล่นสงครามยืดเยื้อ คนของฝ่ายอานั่วจื่อแทบจะไม่มีโอกาสชนะได้เลย
ซึ่งก็ไม่ได้มีเหตุผลอื่นใด เพราะการต่อสู้ในหลายครั้งที่ผ่านมาได้สร้างความเสียหายอย่างหนัก กำลังคนที่เหลืออยู่ไม่เพียงพอที่จะให้พวกเขาเล่นสงครามยืดเยื้อได้ ดังนั้นสุดท้ายพวกเขาจะต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน
ตอนนี้จำนวนทหารทั้งหมดที่อยู่ในเมืองหลิงเป่ยรวมกันแล้วมีไม่ถึงแสนห้านายเท่านั้น คนของกองกำลังสายฝนกับกองพิทักษ์เสินอู่แบ่งครึ่งได้เท่า ๆ กัน ซึ่งกองพิทักษ์เสินอู่อาจมีคนมากกว่าอยู่เล็กน้อย