ตอนที่ 114
บทที่ 370 เล่นเกมใหญ่
October 28, 2026
หยางยี่หัวเราะเย้ยหยัน ก่อนจะกดก้นบุหรี่ลงกับที่เขี่ยบุหรี่แล้วลุกขึ้นยืน และออกคำสั่งทันที “ออกคำสั่งลงไปว่าให้ใช้เมืองหลิงเป่ยเป็นศูนย์กลาง ห่างออกไปสองกิโลเมตรจัดการฝังระเบิด C5 ฝั่งห่างกันทุก ๆ ห้าสิบเมตร ถ้าหากจำนวนมีไม่พอให้ใช้ชื่อฉันไปขอจากเมืองหลวงมาเพิ่ม”
“รับทราบ”
เฉาสงกับจินหรันเป็นทหารใต้บังคับบัญชาของหยางยี่ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่เคยขัดคำสั่งของหยางยี่มาก่อนเลยสักครั้ง เมื่อได้ยินพวกเขาก็รีบลุกขึ้นยืนและรีบเดินเข้าไปข้างในเพื่อเตรียมการ แต่พวกหยางหลิ่วที่ได้ยินแบบนั้นกลับได้แต่สงสัย ไม่เข้าใจว่าหยางยี่หมายความว่าอะไร
ระเบิด C5 หรือที่เรียกว่า ระเบิดต่อต้านรถถัง นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในอาวุธที่ใช้กันทั่วไปในสนามรบซึ่งมีพลังมหาศาล
ทว่า...
ถ้าหากอีกฝ่ายต้องการโจมตี พวกเขาคงจะนึกถึงสถานการณ์แบบนี้อย่างแน่นอนโดยไม่ต้องสงสัย ฉะนั้นสิ่งแรกที่พวกเขาจะทำก็คือการเคลียร์ทุ่นระเบิด
ระเบิดต่อต้านรถถังเหล่านี้ แม้ว่าจะถูกฝังเอาไว้แต่ก็ไม่ได้มีผลประโยชน์อะไร อย่างมากที่สามารถทำได้ก็คือช่วยชะลอเวลา
“ฉันเข้าใจแล้ว ความหมายของนายคือแกล้งโจมตีใช่ไหม”
หยางหลิ่วหรี่ตาลงราวกับนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นมา
“ใช่ นี่เป็นแค่อาหารเรียกน้ำย่อยสำหรับพวกมัน พวกมันอยากจะเล่นกับพวกเราไม่ใช่เหรอไง ในเมื่ออยากเล่น ถ้าอย่างนั้นฉันก็จะเล่นเป็นเพื่อน และเล่นใหญ่ไปเลย!”
หยางยี่หันกลับไปพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะพูดกับอานั่วจื่อว่า “อานั่วจื่อรีบติดต่อไปที่หน่วยงานใหญ่ที่เมืองหลวงให้พวกเขาส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดหนักมาสิบห้าลำโดยเร็วที่สุด ต้องเร็วที่สุด!”
ตูม!
ทันทีที่ได้ฟังประโยคนี้ของหยางยี่ทุกคนต่างได้แต่มองหยางยี่อย่างตกตะลึงและไม่อยากจะเชื่อสายตา
เครื่องบินทิ้งระเบิดหนักมันเป็นอาวุธหนัก ทันทีที่เปิดใช้งานพลังของมันไม่ใช่แค่จะสร้างความเสียหายเล็ก ๆ น้อย ๆ เหมือนลูกระเบิดเล็ก ๆ พวกนั้นนะ
เมื่อเอามาใช้งาน เมื่อสงครามเริ่มต้นมันอาจจะแพร่กระจายและส่งผลกระทบต่อผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมือง ซึ่งผลที่ตามมาภายหลังหนักเกินกว่าจะจินตนาการได้
“แบบนี้ไม่ค่อยดีมั้ง มันจะเกินไป...”
หยางหลิ่วขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยปากพูดขึ้นด้วยความลังเล และพูดได้เพียงครึ่งเขาก็ถูกเฉินโม่ขัดขึ้นมาซะก่อน
“นายจะกลัวอะไร ไม่เห็นเหรอว่าไอ้พวกลูกเต่าฝั่งตรงข้ามมันไม่เหลือทางรอดไว้ให้พวกเราเลย แล้วเราจะเหลือทางรอดไว้ให้พวกมันเพื่อ หรือว่าพวกเราจะรอเป็นฝ่ายโดนโจมตีอย่างเดียวหรือไง สู้กลับไม่ได้หรือไง เหตุผลแบบนี้ไม่มีหรอก!”
หลังจากได้ฟังคำพูดของเฉินโม่ หยางหลิ่วก็ก้มหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มออกมาเล็กน้อยแล้วพยักหน้า “ใช่ เหล่าเฉินพูดมีเหตุผล เป็นฉันเองที่จิตใจไม่เด็ดพอ ฮ่า ๆ ๆ”
เมื่อทุกคนได้ยินแบบนั้นก็พากันหัวเราะลั่น
กว่าจะเสร็จภารกิจทุกอย่างออกจากกองบัญชาการก็เกือบจะเที่ยงคืนแล้ว
บนท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาว พระจันทร์ส่องแสงสว่างไสว แสงจันทร์แสงนุ่มนวล เยือกเย็นสาดส่องลงบนผืนดินอันเงียบสงัด
หยางยี่เงยหน้าขึ้นมองพระจันทร์ดวงนั้นที่กำลังส่องแสงสว่างไสว มองแล้วก็อดถอนหายใจออกมาไม่ได้
อีกตั้งครึ่งปีกว่าจะได้เจอเถียนเถียนกับเสวี่ยเอ๋อ ไม่รู้ว่าตอนนี้เถียนเถียนจะเป็นยังไงบ้าง จะได้เล่นสนุกไหม และเสวี่ยเอ๋อจะเป็นยังไง จะคิดถึงเขาบ้างหรือเปล่า
ไม่รู้ว่าพวกเขาไปอาศัยอยู่กับครอบครัวจะเป็นยังไงบ้าง จะยังสบายดีอยู่หรือเปล่า
หยางยี่ยิ้มออกมาอย่างจนปัญญา และได้แต่ส่ายหน้าไปมา ตอนนี้คิดเรื่องพวกนี้ไปก็ไม่มีประโยชน์ ในเมื่อลูกเมียของเขาถูกครอบครัวรับตัวกลับไป อย่างน้อยก็สามารถรับประกันความปลอดภัยของพวกเขาได้ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
เมื่อกลับมาถึงห้องพักของตัวเอง หลังจากหยางยี่อาบน้ำเสร็จขึ้นนอนบนเตียง เขาก็หันออกไปมองพระจันทร์ที่สว่างไสวอยู่ด้านนอกหน้าต่างก่อนจะผล็อยหลับไปอย่างช้า ๆ
“เฮ้ย!”