ตอนที่ 30
ตอนที่ 1463 การประชุมหมื่นเผ่าพันธุ์
October 22, 2026
ตอนที่ 1463 การประชุมหมื่นเผ่าพันธุ์
มีการคาดเดากันไปต่างๆ นานาเกี่ยวกับการประชุมหมื่นเผ่าพันธุ์ บางคนคิดว่าเป็นการทำเพื่อต้องการเล่นงานหลี่ชิเย่ และมีบางคนคิดว่าเป็นตัดสินใจเรื่องผู้ที่จะเข้ารับการคัดเลือกเป็นเทพเจ้าแห่งทะเล เพื่อป้องกันไม่ให้มีการสูญเสียและโหดร้ายเกินไป ความจริงแล้ว เรื่องเช่นนี้ได้เคยเกิดขึ้นมาก่อน แดนวิญญาณสวรรค์เคยอาศัยการประชุมหมื่นเผ่าพันธุ์มากำหนดผู้ที่จะเข้ารับการคัดเลือกเป็นราชันเซียน ซึ่งทำให้เผ่าวิญญาณเทพ กระทั่งเผ่าปีศาจทะเล และเผ่าพฤกษาของแดนวิญญาณสวรรค์มีความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ร่วมกันต่อต้านกับผู้เข้ารับการคัดเลือกเป็นราชันเซียนจากอีกแปดแดน เพื่อบรรลุถึงเป้าหมายให้ผู้รับการคัดเลือกราชันเซียนของแดนวิญญาณสวรรค์สามารถก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งราชันเซียนได้ สำหรับการกำหนดผู้รับการคัดเลือกเป็นเทพเจ้าแห่งทะเล เพื่อป้องกันการสูญเสียและทารุณโหดร้ายเกินไป ในการประชุมหมื่นเผ่าพันธุ์ครั้งสุดท้ายที่ผ่านมาก็คือ หลังจากที่เจ้ายุทธจักรราชันปูได้สถาปนาฐานะของเขาอย่างมั่นคงแล้ว ผ่านการประชุมหมื่นเผ่าพันธุ์ช่วยกวาดล้างสิ่งกีดขวางบนเส้นทางการก้าวสู่ตำแหน่งเทพเจ้าแห่งทะเลจนราบเรียบ เวลานี้ เผ่าปีศาจทะเลมีโอรสสวรรค์ปกสมุทร ราชินีเทพเจ็ดสมุทร และเทพธิดาเจินหวู่สามคนที่มีโอกาสเป็นเทพเจ้าแห่งทะเลมากที่สุด เกรงว่าเผ่าปีศาจทะเลก็คาดหวังอาศัยการประชุมเช่นนี้วางตัวผู้ที่จะรับการคัดเลือกเป็นเทพเจ้าแห่งทะเล ในบรรดาพวกเขาสามคนนั้น แน่นอนที่สุดเทพธิดาเจินหวู่มีโอกาสได้เป็นเทพเจ้าแห่งทะเลมากที่สุด แต่ว่า โอรสสวรรค์ปกสมุทร กับราชินีเทพเจ็ดสมุทรก็ไม่ด้อยกว่ากัน โดยเฉพาะโอรสสวรรค์ปกสมุทรมีจักรพรรดิหอยสังข์คอยสนับสนุนอยู่ ขณะที่จักรพรรดิหอยสังข์เป็นบุตรของเทพเจ้าแห่งทะเล นับรุ่นอาวุโสแล้วถือว่ามีความเก่าแก่โบราณมาก เรียกได้ว่าห่างไกลกว่าบรรดาบุตรธิดาเทพเจ้าแห่งทะเลอื่นๆ อยู่มากทีเดียว! แต่ว่า มีบางคนเข้าใจว่า การจัดประชุมหมื่นเผ่าพันธุ์ขึ้นในครั้งนี้เป็นเพราะต้องการสมุนไพรอายุวัฒนะที่อยู่ในตำนาน เนื่องจากการประชุมในครั้งนี้จัดขึ้นอย่างกะทันหันมากเกินไป อีกทั้งยังเป็นการจัดขึ้นที่เมืองต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์อีกด้วย ดังนั้น หลายคนจึงเข้าใจว่า การจัดการประชุมหมื่นเผ่าพันธุ์ในครั้งนี้ก็เพื่อให้สำนัก และบุคคลที่มีความแข็งแกร่งต่างๆ ร่วมมือกันชิงเอาสมุนไพรเซียนที่อยู่ในตำนานมาให้ได้ การประชุมหมื่นเผ่าพันธุ์ถูกจัดขึ้นที่เมืองต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ โดยที่ทางผู้จัดการประชุมหมื่นเผ่าพันธุ์ได้ขอหยิบยืมสถานที่ที่กว้างขวางใหญ่โตมากจากมนุษย์ต้นไม้เพื่อใช้เป็นสถานที่จัดประชุม อีกทั้งการจัดการประชุมในครั้งนี้ได้ให้อตีตอำมาตย์ของเทพเจ้าแห่งทะเลมาเป็นผู้รักษาความสงบ ป้องกันผู้ที่จะมาก่อกวน หรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น “อดีตอำมาตย์เทพเจ้าแห่งทะเลมาเป็นผู้รักษาความสงบในงานประชุมหมื่นเผ่าพันธุ์?” หลายคนรู้สึกตกใจเมื่อได้ยินว่ามีการมอบหมายให้อดีตอำมาตย์เทพเจ้าแห่งทะเลมาเป็นผู้รักษาความสงบในงานประชุมหมื่นเผ่าพันธุ์ครั้งนี้ เป็นการบ่งบอกว่าการประชุมหมื่นเผ่าพันธุ์ในครั้งนี้มีมาตรฐานสูงมาก ใครก็ตามหากคิดจะมาก่อกวนต้องได้รับการดำเนินการที่หนักหน่วงแน่นอน อดีตอำมาตย์เทพเจ้าแห่งทะเลหมายถึง อำมาตย์ผู้เคยปฏิบัติงานรับใช้อดีตเทพเจ้าแห่งทะเลมาก่อน ผู้ดำรงอยู่ในฐานะเช่นนี้ในแดนวิญญาณสวรรค์นับเป็นผู้ทรงอิทธิพลในระดับหนึ่ง เวลานี้ มอบหมายให้อดีตอำมาตย์เทพเจ้าแห่งทะเลมาเป็นผู้รักษาความสงบงานประชุมหมื่นเผ่าพันธุ์ เป็นการบ่งบอกว่าการประชุมหมื่นเผ่าพันธุ์ครั้งนี้มีความเข้มงวดมาก ใครก็ตามหากคิดจะก่อกวน ต้องประมินตัวเองให้ดีเสียก่อน วันนี้ การประชุมหมื่นเผ่าพันธุ์ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ผู้บำเพ็ญตนจำนวนมากทยอยกันเดินทางเข้าไปยังสถานที่ประชุมที่สร้างขึ้นมาชั่วคราว แม้ว่าผู้ที่สามารถตัดสินใจขั้นสุดท้ายในมติต่างๆ ล้วนแล้วแต่ขึ้นอยู่กับสำนักที่เป็นผู้ยิ่งใหญ่เหล่านั้น แต่ การประชุมในลักษณะเช่นนี้ สำนักหรือยอดฝีมือผู้บำเพ็ญตนที่พอจะมีชื่อชั้นอยู่บ้างก็จะมีคุณสมบัติพอที่จะเข้าร่วมงานประชุมหมื่นเผ่าพันธุ์ได้ดังนั้น ในเวลานี้สถานที่จัดการประชุมจึงคลาคล่ำไปด้วยผู้คนจำนวนมาก ยอดฝีมือผู้บำเพ็ญตนจำนวนนับไม่ถ้วนได้เข้าไปยังที่ประชุม ประกอบด้วยผู้บำเพ็ญตนเผ่าวิญญาณเทพ เผ่าปีศาจทะเล เผ่าพฤกษา เผ่ามนุษย์ เผ่าปีศาจ เผ่ามนุษย์ศิลา เผ่าโลหิต…ต่างๆ ที่เป็นผู้บำเพ็ญตนเผ่าพันธุ์เล็กๆแม้ว่าสถานที่จัดการประชุมจึงคลาคล่ำไปด้วยผู้คนจำนวนมากก็จริง แต่ทั่วทั้งงานกลับเป็นไปด้วยความเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่มีความสับสนวุ่นวายแม้แต่น้อย ยอดฝีมือผู้บำเพ็ญตนที่เข้ามาร่วมงานต่างเข้านั่งประจำที่ของตนตามตำแหน่งฐานะที่จัดเอาไว้ ไม่มีใครกล้าทำอะไรบุ่มบ่ามจะอย่างไรเสีย การประชุมในครั้งนี้ดำเนินการโดยอดีตอำมาตย์เทพเจ้าแห่งทะเล จึงไม่มีใครกล้าทำอะไรบุ่มบ่าม มิฉะนั้นล่ะก็อาจถูกสังหารได้ในทันที“ตูม ตูม ตูม…” ขณะที่ผู้คนจำนวนมากกำลังเข้านั่งประจำที่อยู่นั้น ปรากฏเสียงดังตูมตามดังขึ้น เสียงรถม้าที่บดขยี้ท้องฟ้าจนฟ้าดินสั่นไหวเพียงชั่วพริบตาเดียว รถม้าสองคันวิ่งตีคู่เข้าไปในที่ประชุมทันที ทุกคนที่อยู่ในสถานที่ประชุมต่างถูกกลิ่นอายที่เปล่งออกมาจากรถม้าสองคันสยบจนแทบหายใจไม่ออก“เมิ่งเจิ้นเทียนและองค์ชายแห่งความชั่วร้ายมาถึงแล้ว” มีผู้ร้องออกมาเมื่อเห็นรถม้าสองคันนี้เมิ่งเจิ้นเทียนนั่งอยู่บนรถม้า บนตัวของเขายังคงแผ่กลิ่นอายที่สามารถสยบเหล่าชั้นฟ้าออกมา บนตัวของเขาปรากฏเป็นวงแหวนศักดิ์สิทธิ์แต่ละวงที่ขยายตัวออกมา ทุกๆ วงแหวนศักดิ์สิทธิ์ล้วนแล้วแต่ทำให้ผู้คนรู้สึกหายใจไม่ออกทั้งสิ้นรถม้าของเขายังคงอาศัยหงส์ทองตัวหนึ่งคอยลากรถให้ โดยยังคงเป็นบรรพบุรุษเฒ่าอัคคีคนเดิมสำหรับองค์ชายแห่งความชั่วร้ายนั้น รถม้าที่เข้าโดยสารมานั้น ตัวรถมีสีดำดั่งหมึกทั้งคัน เหมือนหล่อขึ้นมาจากโลหะนิลที่เก่าแก่โบราณมาก แผ่กลิ่นอายที่เยือกเย็นทิ่มแทงเข้ากระดูกได้อย่างนั้นแม้ว่าองค์ชายแห่งความชั่วร้ายจะมีชื่อเสียงโด่งดังมานานมาก แม้ว่าเขาจะมาเป็นบุคคลระดับผู้ยิ่งใหญ่ชั้นดึกดำบรรพ์ แต่ทว่า เขากลับแลดูเป็นหนุ่มมาก บนศีรษะสวมมงกุฎสีดำ เหนือศีรษะปรากฏสวรรค์สาดส่องที่สีดำสนิทยิ่งลอยเด๋นอยู่ สวรรค์สาดส่องของเขาคล้ายดั่งเป็นหุบแหวที่ลึกนับหมื่นจ้างอย่างนั้น เหมือนว่าใครก็ตามหากจ้องมองไปที่สวรรค์สาดส่องของเขาแล้วก็จะร่วงหล่นลงไปในหุบเหวลึกนับหมื่นจ้างไม่สามารถกลับขึ้นมาได้อีก ต้องหายสาบสูญไปตลอดกาลเนื่องเพราะสาเหตุนี้เอง ผู้คนจำนวนมากล้วนแล้วแต่ไม่กล้าจ้องมองไปยังองค์ชายแห่งความชั่วร้าย ด้วยสวรรค์สาดส่องของเขานั้นน่ากลัวเหลือเกิน หลายคนที่มองไปแวบหนึ่งถึงกับเข่าอ่อนไม่สามารถทรงตัวลุกขึ้นยืนได้อีกหลังจากที่องค์ชายแห่งความชั่วร้าย และเมิ่งเจิ้นเทียนมาถึงแล้ว พวกเขาได้แยกย้ายขึ้นไปนั่งยังพลับพลาของตนเองสถานที่ประชุมถูกจัดให้เป็นลักษณะของรูปพัด โดยด้านหน้าของรูปพัดมีการจัดวางตำแหน่งดังนี้ : ด้านหน้าสุดมีบัลลังก์กษัตริย์สามตัวลอยอยู่กลางอากาศ โดยที่ที่นั่งทั้งสามนี้มีไว้สำหรับเทพเจ้าแห่งทะเล ปรมาจารย์พฤกษา และราชันเซียน แน่นอนที่สุด วันนี้คงไม่มีราชันเซียน เทพเจ้าแห่งทะเลมาร่วมประชุมด้วย การจัดที่นั่งในลักษณะเช่นนี้ถือเป็นการแสดงคารวะต่อราชันเซียน เทพเจ้าแห่งทะเล และปรมาจารย์พฤกษาของแดนวิญญาณสวรรค์เท่านั้น