ตอนที่ 286
ตอนที่ 601 -602
October 22, 2026
ตอนที่ 601 ร้องเรียกความตาย สิ่งมีชีวิตโบราณที่อสูรสี่ปีกเห็นในอาณาจักรวิญญาณนั้นยังคงทำให้มันหวาดกลัว สิ่งนั้นน่ากลัวยิ่งกว่าสิ่งใดๆ ที่มันเคยเห็นมา! อสูรร้ายไม่รู้ว่ามนุษย์ที่อ่อนแอนี้สามารถนำเอาสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวนั้นในโลกวิญญาณมาได้ยังไง เขาต้องมีเจตจำนงประดุจเหล็กกล้าถึงจะทำอย่างนั้นได้! ได้เวลาใช้ดาบของฉันแล้ว! ซูผิงสังเกตเห็นบาดแผลที่หน้าอกของอสูรร้าย จากหางตาของเขา เขาสังเกตเห็นว่าหลี่หยวนเฟิงปกติดี และไม่เป็นอันตราย ซูผิงไม่มีความกังวลอีกต่อไป เขาตัดสินใจว่าเขาต้องกำจัดภัยคุกคามและออกไปจากที่นี่โดยเร็วที่สุด มันคงไม่ใช่เรื่องดีที่อสูรมีปีกมุ่งเป้ามาที่พวกเขาแบบนี้! ปิ้ว! ซูผิงหยิบดาบในพื้นที่เก็บของของเขา เขาใส่พลังงานที่เป็นของราชาอาชูร่าลงในดาบ ดาบแห่งความมืดตื่นขึ้น เปล่งแสงวาววับแต่มืดมิด ดาบแห่งบาป! นี่เป็นทักษะที่เหนือกว่าระดับตำนาน! ซูผิงปลดปล่อยพลังดวงดาวพร้อมกับพลังเทพ เวลาหยุดนิ่งทันที ส่งผลกระทบรอบตัวเขาไปกว่าหลายร้อยเมตร! ความว่างเปล่ากลายเป็นดาบนับไม่ถ้วน และซูผิงก็เป็นผู้บัญชาการดาบทั้งหมด! ฆ่าอสูรร้ายนั้น! ร่างเสมือนปรากฏขึ้นเบื้องหลังซูผิง ร่างนั้นใช้ดาบเลียนแบบการเคลื่อนไหวของซูผิง! ไม่มีคำพูดใดสามารถอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นได้ วินาทีที่เกิดการโจมตี ก็มีความปั่นป่วนในอากาศ มันเหมือนกับสิ่งมีชีวิตล่องหนที่แหวกอากาศมา ทิ้งรอยร้าวอันดำมืดมากมายซึ่งเต็มไปด้วยพลังทำลายล้าง “ผมไม่…” หลี่หยวนเฟิงเห็นมุมมองที่น่ากลัว น่ากลัวมาก! แม้จะเป็นคนที่เฝ้ามองอยู่ไกลๆ หลี่หยวนเฟิงก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่ลึกซึ้งของความตายที่เกิดจากดาบสีดำเล่มนั้น หากเขาเป็นเป้าหมาย… เขามั่นใจว่าเขาจะหลีกเลี่ยงความตายไม่ได้! ซูผิงอยู่แค่ระดับกิตติมศักดิ์จริงๆหรอ?! หลี่หยวนเฟิงงง ในระหว่างนี้ในที่สุดอสูรมีปีกก็หลุดพ้นจากอิทธิพลที่หลงเหลืออยู่ของการโจมตีจากอาณาจักรวิญญาณ จากนั้นมันก็เห็นดาบสีดำ ความกลัวสุดขีดทำให้เกิดความโกรธอย่างรุนแรง อสูรร้ายคำราม ดวงตาเป็นสีแดงและสะบัดอาวุธทั้งสี่ อาวุธทั้งสี่มีจุดแข็งเฉพาะตัว ขวานสามารถฟันทะลุอากาศได้ โซ่เหล็กสามารถผ่าและรัด ดาบนั้นคมที่สุด และไม้ขนาดใหญ่ก็เป็นอย่างเดียวที่อสูรร้ายเล็งใส่หัวของซูผิง! อสูรร้ายต่อสู้กลับด้วยพลังงานสูงสุดในช่วงเวลาที่สิ้นหวัง การจู่โจมนั้นทรงพลังมากจนสิ่งมีชีวิตในสภาวะว่างเปล่าจะต้องวิ่งหนี และจะต้องตายอย่างแน่นอน! สาด-! โซ่เหล็กหลายเส้นเลื้อยเข้าหาดาบ แต่คลื่นดาบได้ตัดโซ่เหล็กออกก่อนที่จะไปถึงเป้าหมายได้ ขวานทำให้เกิดรอยร้าวในอากาศ สร้างพลังบิดเบือนเพื่อพยายามกลืนคลื่นดาบ แต่คลื่นดาบก็ยังผ่ารอยแยกเป็นสองส่วน! “สภาวะว่างเปล่าขั้นสอง? ฉันไม่เชื่อ!” อสูรสี่ปีกตะโกน จ้องไปที่ชายหนุ่มราวกับว่าเขาเป็นตัวประหลาด ปัง!! ไม้ถูกหยุดโดยพลังที่มองไม่เห็น ดาบของอสูรร้ายปะทะเข้ากับคลื่นดาบที่ปล่อยออกมาจากดาบของซูผิง ทุกคนได้ยินเสียงดังก่อนที่ทุกอย่างจะหยุดลง ราวกับว่าเวลาผ่านไปหลายปี จากนั้นพวกเขาก็ได้ยินบางอย่างที่อาจทำให้หูหนวกได้ บางอย่างที่คล้ายกับฟ้ากำลังถล่ม ดาบของอสูรร้ายหัก เสียงร้องของอสูรร้ายเงียบหายไป คลื่นดาบค่อยๆหายไป อสูรปีกถอยหลังไปหลายร้อยเมตร มันพิงกำแพงและบาดแผลบนร่างของอสูรร้ายนั้นดูน่ากลัวมาก บาดแผลเริ่มจากหน้าอกลากยาวไปจนถึงหางของมัน! เลือดไหลออกมาจากบาดแผลนั่น อสูรร้ายหวาดกลัว ทันใดนั้นความตายก็มาจ่อที่หน้าประตู แต่ถึงแม้อสูรร้ายนั้นจะมีเลือดออก แต่ชิ้นเนื้อที่อยู่ใกล้ๆกับบาดแผลก็กำลังเคลื่อนไหว พยายามที่จะปิดบาดแผล! หลี่หยวนเฟิงตกตะลึงเมื่อเห็น ”ไปลงนรกซะ!!”หลี่หยวนเฟิงตะโกนและวิ่งเข้าใส่อสูรร้ายแต่ซูผิงหยุดเขาไว้ “ไม่เป็นไร อสูรร้ายตายแล้ว”หลี่หยวนเฟิงจ้องไปที่ซูผิงที่กำลังเก็บดาบจากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงร้องโหยหวนหลังจากเสียงระเบิดเขามองไปข้างหลัง เห็นเปลวไฟสีดำพวยพุ่งออกมาจากบาดแผลของอสูรร้าย ไฟนรกได้เผาเนื้อและเลือด ค่อยๆ ลามไปทั่วร่างของอสูรร้าย กลืนกินมันจนหมด“แกจะไม่มีวันได้ออกไป!!” อสูรสี่ปีกกรีดร้องในเปลวเพลิงหลี่หยวนเฟิงจ้องอสูรร้ายที่กำลังดิ้นรนอยู่ในเปลวไฟริมฝีปากของเขาบิดเบี้ยวขณะที่เขาฝืนยิ้ม “น้องซู คุณไม่ได้ทำให้ผมดูดีเลยนะ?”หลี่หยวนเฟิงกลับมาหาซูผิง“ออกไปจากที่นี่กันเถอะ” ซูผิงกล่าว เสียงร้องของอสูรร้ายทำให้เขากังวลมากกว่าเดิมหลี่หยวนเฟิงหยุดล้อเล่น เขาวิ่งไปพร้อมกับซูผิงด้วยใบหน้าที่อ่อนล้า“แกจะไม่มีทางได้ออกไป!!”ขณะที่ทั้งสองพยายามจะออกไป เสียงตะโกนของอสูรร้ายนั้นยิ่งน่ากลัวมากขึ้นกว่าเดิม ทันใดนั้นอสูรร้ายก็ระเบิดออกเป็นชิ้น ๆ และมีวังวนสีดำปรากฏขึ้นตรงกลางตัวอสูรร้าย วังวนมีเส้นผ่านศูนย์กลางสิบเมตร สองวินาทีต่อมากรงเล็บอันแหลมคมคู่หนึ่งเอื้อมมือออกมาจากวังวน“แกฆ่าขุนพลของฉัน แกเป็นผู้นำของมนุษย์ที่อ่อนแอเหล่านี้สินะ?”เสียงเย็นเยียบดังออกมาจากวังวนขณะที่หัวขนาดใหญ่ยื่นออกมา ร่างกายของอสูรร้ายถูกปกคลุมไปด้วยเกล็ดและหนามแหลม มันใหญ่เท่าเนินเขาเล็ก ๆ ใหญ่พอที่จะทำให้ทางเดินแน่นเอี๊ยด!บูม!พื้นดินสั่นสะเทือน ซูผิงและหลี่หยวนเฟิงหน้าซีดเพราะตกใจ“สภาวะชะตากรรม!!”หลี่หยวนเฟิงอดไม่ได้ที่จะตะโกนออกมาด้วยความตื่นตระหนก ประสบการณ์หลายปีที่สั่งสมมาบอกเขาว่ามันคือราชาอสูรที่สภาวะชะตากรรม!ซูผิงก็รู้สึกไม่ดีเช่นกัน นอกเหนือจากอสูรร้ายที่เขาต่อสู้ด้วยในสนามบ่มเพาะแล้ว ราชาอสูรร้ายในสภาวะชะตากรรมตัวเดียวที่เขาพบบนดาวเคราะห์สีน้ำเงินคือราชาสวรรค์ต่างโลก!ถึงกระนั้นเขาก็สามารถบอกได้ว่าราชาต่างสวรรค์โลกเทียบกับตัวนี้ไม่ได้เลย!”วิ่ง!” ซูผิงตะโกนหลี่หยวนเฟิงวิ่งอย่างเต็มกำลังโดยไม่หันหลังกลับไปมองพวกเขาพยายามเคลื่อนย้ายจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งโฮกกก!ราชาอสูรร้ายตัวหนึ่งออกมาเพื่อหยุดพวกเขา แต่ซูผิงวิ่งผ่านราชาอสูรร้ายทันทีที่มันปรากฏตัว ฉีกอวัยวะที่สำคัญของมันออกเป็นชิ้นๆ จนมันตายคาที่เขาฆ่าราชาอสูรร้ายด้วยกระบวนท่าเดียว!ทั้งซูผิงและหลี่หยวนเฟิงมีความแข็งแกร่งที่จะฆ่าราชาอสูรร้ายในสภาวะสมุทร แต่พวกเขาเลือกที่จะซ่อนตัวขณะเดินทางมายังทางเดิน เพราะพวกเขาไม่ต้องการสร้างความวุ่นวายแต่แล้วพวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องปิดบังอีกต่อไปอสูรปีกและราชาอสูรร้ายนั้นมุ่งเป้ามาที่พวกเขา ร่องรอยของพวกเขาถูกเปิดเผย!บูม-!อสูรร้ายสี่ปีกถูกเผาเป็นเถ้าถ่าน วังวนสีดำขยายตัวจากซากของมัน ในขณะที่อสูรร้ายตัวใหญ่ค่อยๆ คลานออกมาในที่สุดอสูรร้ายก็ปรากฏเต็มตัวในทางเดินวังวนหายไปแล้ว อสูรปีกก็เช่นกันราชาอสูรสภาวะชะตากรรมที่อสูรปีกเรียกออกมาด้วยพลังชีวิตที่เหลืออยู่เริ่มสั่นสะท้าน ราชาอสูรร้ายลดขนาดลง ค่อยๆ กลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความสูงเพียงไม่กี่เมตร ซึ่งคล้ายกับมนุษย์แต่มันเหมือนมนุษย์ที่รวมเข้ากับอสูรมากกว่า สิ่งนั้นไม่มีคิ้ว แต่มีตาสีแดงสี่ดวงที่หน้าผาก แก้มของมันเหมือนเหงือก สิ่งมีชีวิตนั้นให้ความรู้สึกที่ชั่วร้ายตอนที่ 602 สู้กับราชาอสูรสภาวะชะตากรรม“อืม!”ชายหนุ่มตาแดงซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นราชาอสูรร้ายสภาวะชะตากรรมจ้องมองซูผิงและหลี่หยวนเฟิงที่กำลังวิ่งหนี พื้นที่รอบๆ ราชาอสูรเริ่มบิดเบี้ยวจนทำให้อากาศปั่นป่วน“เร็ว!”