ตอนที่ 177
ตอนที่ 1631 สงครามครั้งใหญ่
October 22, 2026
ตอนที่ 1631 สงครามครั้งใหญ่ เมื่อออกมาจากโลกนิรันดร์ จางหยูก็ตรงไปที่เขตจื๋ออวิ๋นทันที หากมองจากแผนที่แล้วเขตจื๋ออวิ๋นอยู่ติดกับเขตหงหยวนแต่โลก สวรรค์ร้างนั้นอยู่ที่ใจกลางของเขตจื๋ออวิ๋น ระยะห่างระหว่างโลก สวรรค์ร้างและโลกนิรันดร์นั้นไม่ได้ใกล้กันนัก หากต้องเดินทางไป ยังโลกสวรรค์ร้าง งั้นมันต้องผ่านทั้งเขตหงหยวนและเดินทางกว่า ครึ่งเขตจื๋ออวิ๋นก่อนที่จะไปถึงหนึ่งในโลกขั้น 9 ชั้นนำของเขต ตะวันออกตอนเหนือได้ เพราะเขาไม่มีวิธีการเดินทางอื่น จางหยูจึงได้แต่ต้องเดินทางเอง ส่วน มากเขาเดินทางอยู่ในโกลาหล บางครั้งเขาจะแวะโลกขั้น 9 อื่น ๆ และใช้รูหนอนเพื่อเดินทางไปยังโลกอื่นต่อ โชคร้ายที่วิธีการขนส่งแบบนั้นมีจำกัด มันไม่ได้เชื่อมต่อกับความ โกลาหลทั้งหมด แม้แต่เขตหงหยวนก็ยังไม่ครอบคลุม เพราะแบบ นั้นจางหยูจึงเดินทางผ่านรูหนอนเพียงครั้งเดียวเท่านั้นกับการ เดินทางไปยังโลกสวรรค์ร้าง ในการเดินทางอันยาวไกลนี้ จางหยูก็ได้เห็นโลกขั้น 9 อื่น ๆ แต่ ส่วนมากแล้วเป็นโลกที่อ่อนแอ นี่ไม่ต้องเทียบกับโลกนิรันดร์เลย แม้แต่เทียบกับโลกจิตวิญญาณก็ยังด้อยกว่า มีไม่มากที่จะมีโลกที่ เทียบกับโลกจิตวิญญาณได้ โลกที่คล้ายกับโลกนิรันดร์นั้นทั้งเขตหง หยวนมีแค่โลกเดียว ใช้เวลา 10 ปีกว่าที่จางหยูจะออกมาจากเขตหงหยวนได้และเข้าไป ในเขตจื๋ออวิ๋น ในเขตจื๋ออวิ๋นนั้นจางหยูรับรู้ได้ว่าตอนที่เขาเข้ามายังเขตจื๋ออวิ๋น แม้ว่าโลกส่วนมากจะเทียบได้แค่โลกจิตวิญญาณแต่จำนวนของมันก็ ยังน่าทึ่งอยู่ ที่สำคัญกว่านั้นคือโลกขั้น 9 ฝั่งนี้เจริญกว่า จำนวน ผู้สร้างและกุยหยวนนั้นมีมากกว่าหลายเท่า จางหยูเห็นโลกที่คล้ายกับโลกนิรันดร์หลายใบ พวกนี้ล้วนแต่แข็งแกร่ง อย่างมาก เมื่อเข้ามาในเขตจื๋ออวิ๋น ตอนที่เขากำลังจะเดินทางไปยังโลกต่อไป นั้น อยู่ ๆ เขาก็รับรู้ได้ถึงจิตผู้สร้างที่แข็งแกร่ง 2 อัน เขาลดความเร็วลงและแผ่การรับรู้ออกไปก่อนจะพบว่าทั้งสองคนนั้นสู้กันอยู่ความแข็งแกร่งของผู้สร้างทั้งสองนี้อาจจะอยู่ขั้น 4 คนหนึ่งเป็นผู้ชายและอีกคนเป็นผู้หญิง ทั้งสองมีตราขั้น 4 อยู่ที่อกความแข็งแกร่งแบบนี้ต่อหน้าจางหยูแล้วไม่เพียงพอให้สนใจเลยแต่บทสนทนาของทั้งสองกลับทำให้จางหยูสนใจทั้งสองต่อสู้กันและพูดคุยกันไปด้วย ผู้หญิงได้พูดขึ้นมา “จ้าวเต๋อพ่อข้าเพิ่งจะตาย เจ้าไม่ใช่แค่หักหลังสำนักต้าหยู่แต่ยังลอบทำร้ายข้าอีก เจ้าไม่กลัวจะโดนสำนักต้าหยู่เอาคืนรึ ? อย่าลืมว่าแม้ว่าพ่อข้าจะตายไป แต่สำนักต้าหยู่ก็ยังอยู่ !”“ฮาฮา ดูเหมือนว่าเจ้าจะยังไม่รู้สถานการณ์ของสำนักต้าหยู่!” จ้าวเต๋อหัวเราะออกมาและยังคงโจมตีออกไป “ข้าเคยบอกเจ้าเฒ่ามานานแล้วว่าสำนักต้าหยู่ไม่ควรใช้วิธีสืบทอดภายในตระกูลอีกต่อไป พวกเราต่างก็เป็นคนของสำนักต้าหยู่ แล้วทำไม ถึงมีแต่คนตระกูลซางของพวกเจ้าที่มีอำนาจ เจ้าคิดว่าพวกเจ้ามีอำนาจสูงสุดรึไง ? หากเจ้าทำเช่นนั้นต่อไป ทุกคนก็จะไม่พอใจ! แต่ไอ้เฒ่านั่นก็ไม่ฟัง มันก็ดีแล้วที่เขาตายไป ยุคของพวกเจ้าได้จบลงแล้ว ซางอี๋ว์ หากเจ้ารับปากว่าจะเป็นภรรยาข้า ข้าจะขอความเมตตาให้กับเจ้า ข้าจะปกป้องเจ้า แต่ถ้าเจ้ายังดื้อด้าน งั้นก็อย่าหาว่าข้าไม่เมตตา”“หน้าไม่อาย !” ซางอี๋ว์ตะโกนออกมาด้วยความโกรธและกังวล “สำนักต้าหยู่ไม่ได้พ่อข้าช่วยไว้รึ ? หากไม่ใช่เพราะพ่อข้า พวกเขาจะมีวันนี้ได้ยังไง ? พ่อข้าช่วยพวกเจ้า แต่พวกเจ้ากลับมาแว้งกัดพวกเรา !”จ้าวเต๋อเหยียดยิ้ม “อย่าพูดให้ดูดีไปหน่อยเลย แผนการของพ่อเจ้านั้นทุกคนต่างก็รู้ เขาแค่ให้ค่าพรสวรรค์ของเรา หากเขาเป็นคนดีจริง ๆงั้นทำไมไม่ให้ตำแหน่งกับข้า ?”“แต่สำนักต้าหยู่คือของตระกูลเรา !”“ถุย ! สำนักต้าหยู่คือของพวกเจ้า ?” จ้าวเต๋อฮึดฮัดออกมา “ตระกูลก็คือตระกูล สำนักก็คือสำนัก ทั้งอยากได้ผลประโยชน์ของสำนักทั้งอยากรักษาอำนาจของตระกูล ในใต้หล้านี้จะมีเรื่องดี ๆ เช่นนั้นได้อย่างไร? ซางอี๋ว์ เจ้าน่ะก็เหมือนกับพ่อเจ้า ใสซื่อเกินไป !”