ตอนที่ 356
ตอนที่ 1810 : พลังของไห่อู่เซิง
October 22, 2026
ร่างบรรพกาลสร้างขึ้นมาได้ง่าย อย่างมากมันก็กินพลังสร้างไปจำนวนมาก ตราบใดที่มีบรรพกาลก็สามารถสร้างจ้าวบรรพกาลขึ้นมาได้ “ กึ่งจ้าวโกลาหลรึ ?” ซุนเมิ่งตาเป็นประกายขึ้นมา “ เราขึ้นเป็นกึ่งจ้าวโกลาหลได้รึ ?” จางหยูพยักหน้าและพูดขึ้น “พวกเจ้าคือทายาทของจ้าวโกลาหลและมีสายเลือดของจ้าวโกลาหล จิตของพวกเจ้าจึงแข็งแกร่งกว่าผู้ควบคุมที่อยู่ในขอบเขตเดียวกัน เมื่อเจ้าเป็นราชา เจ้าก็มีหวังขึ้นเป็นกึ่งจ้าวโกลาหลได้ สำหรับน้องชายของเจ้า มันอาจจะแย่กว่าหน่อย แต่เมื่อเขาขึ้นเป็นราชา จิตของเขาก็จะแข็งแกร่งขึ้น เนื่องจากวิธีการของข้าจำเป็นต้องมีจิตที่แข็งแกร่ง” เมื่อได้ยินแบบนั้นซุนวูก็แสดงสีหน้าแปลกใจออกมา เขาคาดหวังกับการเป็นจ้าวโกลาหลแต่ก็ยังรู้สึกเสียดาย หากเขารู้ว่าเขามีโอกาสที่จะเป็นกึ่งจ้าวโกลาหล เขาคงจริงจังกับการบ่มเพาะมากกว่านี้ “ มันไม่ได้เกิดขึ้นเร็วๆนี้หรอก พวกเจ้าลองคิดดูกันก่อน” จางหยูบอกกับสองพี่น้อง “ ข้าจะส่งพวกเจ้าไปที่สำนักคังเฉียง จากนั้นพวกเจ้าก็บ่มเพาะในโลกสาขา ข้าจะจัดการเรื่องฝั่งนี้ก่อนแล้วจะไปหาพวกเจ้า” จางหยูไม่มั่นใจว่าจะมีคนของไห่อู่เซิงในวิหารอวี๋ฮุ่นรึไม่ เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นสองพี่น้องนี้อาจจะโดนจับตัวไปก็ได้ แต่ด้วยวิธีนี้ แม้ว่าไห่อู่เซิงจะมีกองกำลังอยู่ แต่ก็ไม่อาจจะรับมือกับจางหยูได้ ไม่นานจางหยูก็ได้ส่งสองพี่น้องไปยังโลกผนึกเทพ “ จำไว้ว่าเจ้าไม่ควรจะออกจากสำนักคังเฉียงจนกว่าข้าจะกลับมา” จางหยูย้ำ “ ข้าไม่มั่นใจว่าไห่อู่เซิงจะลงมือกับพวกเจ้ารึไม่ หรือว่ามีคนของเขาอยู่รึเปล่า ดังนั้นพวกเจ้าอยู่ที่นี่จะปลอดภัยกว่า” ซุนเมิ่งพยักหน้า “ อาจารย์สบายใจได้ เราจะไม่ออกจากที่นี่แน่ ” หลังจากนั้นสักพัก ซุนเมิ่งก็พูดด้วยสีหน้าเสียดาย “ น่าเสียดายที่เราไม่อาจจะช่วยอะไรท่านได้” นางเคยคิดว่าด้วยความแข็งแกร่งระดับราชาแล้วคงพอช่วยอะไรจางหยูได้บ้าง แต่ตอนนี้นางกลับมีแต่ถ่วงเขาเอาไว้ นางไม่อาจจะเข้าไปยุ่งกับเรื่องนี้ได้เลย ซุนเมิ่งรู้สึกผิด ซุนวูก็ยิ่งรู้สึกผิด เขายังไม่ได้เป็นราชาด้วยซ้ำ คำพูดของเขานั้นไร้ค่า“ ไม่เป็นไร” จางหยูยิ้มออกมา “ แค่พวกเราก็เพียงพอจะจัดการกับไห่อู่เซิงได้แล้ว”“ ไห่อู่เซิงแข็งแกร่งก็จริงแต่เขาก็อยู่แค่ขอบเขตการสร้างไร้จำกัด หากกึ่งจ้าวโกลาหลสามคนไม่อาจจจะจัดการกับเขาได้ งั้นในโกลาหลแห่งนี้ก็ไม่มีใครเป็นภัยต่อเขาได้”ประโยคนี้ทำให้ซุนเมิ่งและซุนวูยิ่งรู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยเมื่อเห็นว่าจางหยูจะออกเดินทางแล้ว ซุนเมิ่งก็ลังเลราวกับมีคำพูดเป็นพันๆที่อยากจะพูด แต่สุดท้ายก็ได้แต่พูดขึ้นมาว่า “ อาจารย์ ระวังตัวด้วย !”จางหยูยิ้มออกมาและโบกมือให้ ก่อนจะเดินทางออกจากโลกตันเถียนพร้อมกับซุนเหยียนและเสี่ยวเสียหลังจากที่จางหยูจากไป ซุนวูก็ลืมตาขึ้นมา “ข้ายอมรับว่าชายคนนี้สมควรเป็นพี่เขยของข้า”…ที่โลกป่าจางหยู, ซุนเหยียนและเสี่ยวเสียได้เดินทางต่อทันที ต่อมา จางหยูก็ได้เปิดการทำงานของบัตรหยกที่ซุนเมิ่งให้เขาเอาไว้ ก่อนที่มันจะส่องแสงขึ้น มิติรอบตัวบิดเบี้ยวก่อนจะเปลี่ยนเป็นรูหนอนขนาดใหญ่ จางหยูและซุนเหยียนมองหน้ากัน ก่อนจะเข้าไปในรูหนอนนั้นโดยมีเสี่ยวเสียตามมาติดๆ….ในโกลาหลนภาตอนที่จางหยูพาซุนเมิ่งและซุนวูกลับไปที่สำนักคังเฉียง ณ.ใจกลางลานหินนั้นไห่อู่เซิงก็ต้องคิ้วขมวด สายตาของเขาสะท้อนความสงสัยออกมา “พวกเขาหายไปได้ยังไงกัน?”เขาไม่ได้จับตาดูสองคนนั้นตลอด บทบาทของจิตผู้สร้างมีแค่บอกตำแหน่ง แต่ตะกี้เขารู้สึกได้ว่าจิตผู้สร้างของเขาในตัวซุนเมิ่งและซุนวู กลับหายไปอย่างไร้วี่แวว มันแปลกประหลาดอย่างมาก“ ใครกันที่คิดร้ายต่อข้า ?” ไห่อู่เซิงลุกขึ้นทันที