ตอนที่ 359
ตอนที่ 1813 : สั่นสะเทือนทั้งโกลาหล
October 22, 2026
ต่อหน้าคนที่เกือบจะเป็นจ้าวโกลาหลแล้ว แม้แต่จางหยูก็ยังหมดหนทาง สิ่งเดียวที่พวกเขาทำได้ก็คือต้องพัฒนาความแข็งแกร่งของตัวเองให้ได้มากที่สุด โดยหวังว่าจะขึ้นไปถึงขอบเขตนี้ให้ได้ก่อนไห่อู่เซิง “ โชคดีที่เจ้าสำนักได้นำตัวซุนเมิ่งและซุนวูกลับมาก่อน “ ซุนเหยียนรู้สึกว่าโชคดี “ หากไห่อู่เซิงกลืนกินสายเลือดของพวกเขา เขาน่าจะขึ้นเป็นจ้าวโกลาหลได้” จางหยูส่ายหน้า “ ไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น” “ ทำไมกัน ?” “ หากเขาขึ้นเป็นจ้าวโกลาหลได้จริงๆ ข้าเกรงว่าเขาคงกลืนกินซุนเมิ่งและซุนวูไปแล้ว คงไม่รอจนถึงตอนนี้หรอก” จางหยูพูดขึ้น “ สายเลือดของทั้งสองคนอย่างมากก็ทำให้เขาพัฒนาขึ้น แต่อาจจะไม่ช่วยให้เขากลายเป็นจ้าวโกลาหลได้” ซุนเหยียนได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้าตอบรับ “ มีเหตุผล ” หลังจากนั้นสักพักซุนเหยียนก็พูดขึ้นต่อ “ ระดับการบ่มเพาะของเขาคงไม่ได้สูงแบบที่พวกเราคิดเอาไว้ เขาน่าจะห่างจากจ้าวโกลาหลอยู่มาก” เมื่อพูดถึงจุดนี้ซุนเหยียนก็ยิ้มออกมาอย่างขมขื่น “ ดูเหมือนว่าข้าจะกลัวไปเอง ความแข็งแกร่งของเขาไม่ได้ใกล้เคียงกับจ้าวโกลาหลเลย” เมื่อลองคิดดูดีๆแล้วความแข็งแกร่งของจ้าวโกลาหลนั้นสูงส่งกว่านี้ ซุนเหยียนมั่นใจว่ายังมีช่องว่างระหว่างจ้าวโกลาหลกับไห่อู่เซิงอยู่ ซึ่งไม่ใช่น้อยๆ “ แม้ว่าเขาจะต่างชั้นกับจ้าวโกลาหลแต่ก็ไม่ใช่คนที่พวกเราจัดการได้ ” จางหยูพูดขึ้น “ ตราบใดที่เขาไม่ตาย เขาก็ไร้เทียมทาน” “มันยากที่จะฆ่ากึ่งจ้าวโกลาหลได้ !” นอกซะจากว่าความแข็งแกร่งของทั้งสองฝ่ายจะต่างกันอย่างมาก ไม่อย่างนั้นอีกฝ่ายก็สามารถกลับไปยังอาณาเขตของตัวเองได้ตราบใดที่มีเวลามากพอ มันก็คล้ายกับการที่ไห่อู่เซิงต้องการจะฆ่าจางหยู, ซุนเหยียนและเสี่ยวเสีย แต่ไม่มีพลังเพียงพอ เพราะจางหยู, ซุนเหยียนและเสี่ยวเสียสามารถกลับมาที่โลกตันเถียนตอนไหนก็ได้ ไห่อู่เซิงแข็งแกร่งก็จริง แต่ไม่แกร่งพอที่จะฆ่าพวกเขาในเวลาไม่กี่วินาที ตราบใดที่พวกเขาไม่เข้าไปในอาณาเขตของอีกฝ่าย งั้นก็ไม่มีใครฆ่ากันได้ “ พวกเจ้าบ่มเพาะกันไปก่อน เรื่องด้านนอกข้าจะจัดการเอง” จางหยูพูดขึ้น “ ในตอนที่ไห่อู่เซิงยังไม่ได้ฆ่าใคร เราต้องช่วยคนให้ได้มากที่สุด” ชัดแล้วว่าตอนนี้โกลาหลไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว นอกจากโลกป่าแล้ว โลกที่เหลือในโกลาหลอาจจะโดนโจมตีตอนไหนก็ได้ จางหยูยังขาดความสามารถ อย่างมากเขาก็คงดูแลได้แค่โลกป่า สำหรับโลกที่อยู่ไกลเกินไปนั้น แม้ว่าจางหยูจะอยากช่วยพวกนั้น แต่ก็ไม่อาจจะทำได้จางหยูบอกลาทั้งสองก่อนจะเดินทางไปที่โลกผนึกเทพ“ อาจารย์” เมื่อซุนเมิ่งเห็นจางหยูก็รู้สึกโล่งอกขึ้นมาทันที “ ท่านเป็นอะไรรึไม่ ? ท่านจัดการปัญหาได้รึเปล่า ? ปู่ข้าอยู่ไหนกัน ?”ซุนวูพูดขึ้นมาด้วยความกังวล “ เจ้าสำนัก ปู่ข้าล่ะ ?”จางหยูเงียบไปชั่วครู่ เขาไม่รู้จะตอบทั้งสองยังไง “ ข้าขอโทษที่ต้องบอกข่าวร้ายกับพวกเจ้า” จางหยูสูดหายใจเข้าลึกๆแล้วพูดขึ้น “เขาตายแล้ว”ซุนเมิ่งตัวแข็งทื่อไปซุนวูปวดใจอย่างมาก “ ไม่ ท่านปู่ตายได้ยังไงกัน …”“ เขาอยู่ภายใต้การควบคุมของไห่อู่เซิงมานาน รวมถึงพวกราชาด้านในด้วย เราไม่อาจะช่วยปู่เจ้าได้ เขาโดนไห่อู่เซิงกลืนกิน” จางหยูเงียบไปชั่วครู่แล้วพูดต่อ “ สิ่งมีชีวิตทั้งหมดในโกลาหลนภา โดนไห่อู่เซิงกลืนกินไปหมดแล้ว ”จางหยูถอนหายใจออกมาและบอกกับทั้งสองคน “ ข้าขอโทษด้วยที่ไม่อาจจะช่วยเขาได้”“ บังอาจ !” ซุนวูตาแดงก่ำด้วยความแค้นและเศร้า “ ไห่อู่เซิง ข้าจะฆ่ามัน !”เขาพุ่งออกไปที่กำแพงโลกหวังจะไปแก้แค้นไห่อู่เซิง แต่เขาก็พบแต่บรรพกาลที่เขาไม่รู้จักจางหยูหยุดซุนวูเอาไว้ “ อย่าหุนหันไป”ซุนวูเงยหน้าขึ้นมอง ตาของเขาแดงก่ำไปด้วยเลือด “ เขาฆ่าปู่ข้า ! ท่านจะให้ข้าใจเย็นได้ยังไง ?”“ จางหยู ปล่อยเขาไปเถอะ “ ซุนเมิ่งไม่ได้เรียกจางหยูว่าอาจารย์ นางแสดงสีหน้าเย็นชาออกมา “ ข้าเองก็อยากไปแก้แค้นไห่อู่เซิงด้วยเช่นกัน !”“ ไห่อู่เซิงคือจ้าวแห่งโกลาหลนภา พวกเจ้าร่วมมือกันก็ไม่อาจจะเป็นคู่มือเขาได้ !” จางหยูพูดขึ้น “ ตอนนี้เขาได้กลืนกินราชาและปู่ของเจ้าไป เขาได้ขึ้นเป็นกึ่งจ้าวโกลาหลแล้ว การที่พวกเจ้าจะไปแก้แค้นเขานั้น นอกจากจะไปหาที่ตายเองแล้ว มันก็ไม่มีผลลัพธ์อื่น”ซุนวูกำหมัดแน่นจนเลือดไหลออกมา“ แต่…เราจะปล่อยเขาไปแบบนี้รึ ?” ซุนว ไม่ยอมแพ้