ตอนที่ 475
ตอนที่ 1930 : บิดเบี้ยว
October 22, 2026
“ จักรพรรดิกุยหลิงมีพลังที่จะลบล้างจักรพรรดิได้ ด้วยการพึ่งโกลาหลที่เราได้สร้างขึ้นมาและรวบรวมจิตของผู้คนมากมายถึงจะต้านทานจักรพรรดิได้ ….” ซื่อเซียวแสดงท่าทีหวาดกลัวออกมา “ แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นเราก็ได้แต่ต้องหลบอยู่ในโกลาหลของเรา เราไม่กล้าออกมาด้วยร่างหลัก เพราะเมื่อร่างหลักปรากฏขึ้นมา มันก็ง่ายที่จะทำให้จักรพรรดิกุยหลิงตื่นขึ้น เมื่อมันตื่นขึ้น แม้แต่จักรพรรดิก็ยากจะหนีจากความตายไปได้” จางหยูตะลึง “ แกร่งจริงๆ !” เขารู้จักแค่กุยหลิงแต่ไม่รู้เลยว่าในหมู่กุยหลิงนั้นจะมีตัวตนที่น่ากลัวแบบนั้นอยู่ ถ้ากุยหลิงมีไว้เพื่อจัดการกับจ้าวโกลาหลทั่วไป งั้นจักรพรรดิกุยหลิงก็มีไว้จัดการกับจักรพรรดิ “ เจ้ารู้รึไม่ว่าร่างหลักของเราไม่ได้เข้ามาในทะเลโกลาหลนานแค่ไหนแล้ว ?” ซื่อเซียวมองไปที่จางหยูแล้วพูดขึ้นมา “ เป็นสามล้านล้านปีแล้ว ! สามล้านล้านปี เราไม่ได้เข้ามาในทะเลโกลาหลเลย ! เรากล้าส่งแค่ร่างแยกออกมา เรากลัวว่าจะทำให้จักรพรรดิกุยหลิงตื่นขึ้นเพราะเมื่อมันตื่นขึ้นมาแล้ว แม้ว่าเราจะซ่อนอยู่ในโกลาหลของเรา แม้ว่าจะรวบรวมจิตของทุกคนในโกลาหล แต่ก็ไม่กล้าจะมั่นใจได้ว่าจะปลอดภัย” จางหยูแสดงสีหน้าเคร่งเครียดออกมา “ จักรพรรดิกุยหลิง…มันอยู่ไหนกัน ?” ซื่อเซียวส่ายหน้าและพูดขึ้น “ ไม่มีใครรู้ว่ามันอยู่ที่ไหน ตอนที่มันหลับไหลอยู่ มันเหมือนกับหายไป ไม่มีใครรับรู้ตัวตนของมัน มีแค่ตอนที่มันตื่นขึ้นมาเท่านั้น มันถึงจะเผยร่างจริงของมันออกมา…ดังนั้นมันอาจจะอยู่ทุกที่ บางทีมันอาจจะซ่อนตัวอยู่ในโกลาหลสักแห่ง” จางหยูนึกถึงครั้งที่แล้วที่สู้กับซื่อเซียวตอนนั้นเขารับรู้ได้ถึงอันตรายที่ไม่อาจจะอธิบายได้ราวกับตัวตนที่น่ากลัวมองมาที่เขาเขาคิดว่ามันคือพลังจากร่างหลักของซื่อเซียว แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าอันตรายนั้นจะมาจากจักรพรรดิกุยหลิง “ แล้วกุยหลิงคืออะไร ? ทำไมมันถึงอยากกำจัดจ้าวโกลาหล ?” จางหยูถามขึ้นมา ซื่อเซียวส่ายหน้าแล้วพูดขึ้น “ ข้าเองก็ไม่รู้ ตั้งแต่ที่ข้าจำความได้ กุยหลิงก็มีตัวตนอยู่แล้ว ไม่ว่ามันจะผ่านไปทีไหน ยอดฝีมือทั้งหมดก็ไม่เหลือรอดเลย ตอนที่ยังไม่มีจักรพรรดิกำเนิดขึ้นมา ทุกคนต่างก็พากันอยู่ในความลนลานเพราะกลัวว่าจะโดนกุยหลิงหมายหัว..ต่อมาตอนที่ข้าขึ้นเป็นจักรพรรดิพร้อมกับ หว่านเกอ, อู่หมิงและเย่าหยาง จากนั้นข้าก็ได้ลาฝันร้ายนั้นได้” แต่พวกเขาลาฝันร้ายเดิม แต่กลับต้องมาเจอกับฝันร้ายใหม่พวกเขาไม่ต้องกลัวกุยหลิงอีกแต่กลับโดนหมายหัวโดยตัวตนที่น่ากลัวกว่าเดิม นั่นก็คือจักรพรรดิกุยหลิงตอนนั้นพวกเขาโกรธอย่างมาก พวกเขาขึ้นมาเป็นจักรพรรดิที่มีอำนาจสูงสุดในทะเลโกลาหล พวกเขาได้นำผู้คนไปเผชิญหน้ากับกุยหลิง กุยหลิงจำนวนมากโดนลบไป พวกเขาเองก็เช่นกันแต่เพราะการตายของกุยหลิงจำนวนมากที่ทำให้จักรพรรดิกุยหลิงได้ตื่นขึ้น“ เราเก้าคนได้ขึ้นเป็นจักรพรรดิ พวกเขาได้ทำการทำลายกุยหลิงแต่กลับทำให้จักรพรรดิกุยหลิงตื่นขึ้นมา” พูดไปแล้ว ซื่อเซียวก็เหงื่อตก “ วันนั้นจักรพรรดิกุยหลิงได้ตื่นขึ้นมาและนำทัพกุยหลิงเข้ามาเข่นฆ่าผู้คน เราจักรพรรดิทั้งเก้าร่วมมือกันเพื่อล้อมจักรพรรดิกุยหลิงเอาไว้ แต่มันไร้เทียมทานอย่างมาก มีสามคนที่ตายไป อีกหกคนบาดเจ็บหนักและหนีไป จิตได้รับความเสียหายอย่างหนัก ตอนที่เราหนีมายังโกลาหลที่เราสร้างขึ้นมา จักรพรรดิกุยหลิงก็ไล่ตามมาต่อ มันได้เข้าไปในโกลาหลสองแห่ง โกลาหลของจักรพรรดิทั้งสองโดนทำลายไปทีละแห่งๆ จักรพรรดิสองคนโดนกลืนกินไป เราสี่คนสุดท้ายได้แต่พึ่งพลังของตัวเองรวมถึงจิตของผู้คนในโกลาหลถึงรอดมาได้”ฝันร้ายนี้ยังอยู่ในใจเขาไปตลอดกาลแม้ว่าเขาจะพัฒนาขึ้นมาจากเดิมมากแต่เขาก็ยังกลัวจักรพรรดิกุยหลิงอยู่ดีเมื่อได้ยินคำพูดของซื่อเซียวจางหยูก็ได้แต่สูดหายใจเข้าลึกๆ จักรพรรดิกุยหลิงนี่กลับฆ่าจักรพรรดิได้ถึง 5 คน !พระเจ้า !ตัวตนนี่น่ากลัวจริงๆ !เขาถึงกับสงสัยว่าจักรพรรดิกุยหลิงนี้อาจจะเป็นจ้าวแห่งทะเลโกลาหล ไม่งั้นแล้วจะมีพลังที่น่ากลัวแบบนี้ได้ยังไง ?“ หลังจากที่กลืนกินจักรพรรดิทั้งห้าไปแล้ว จักรพรรดิกุยหลิงก็เหมือนไม่สนใจจะจัดการกับเรา มันได้กลับไปหลับอีกครั้ง” ซื่อเซียวสูดหายใจเข้าลึกๆแล้วเล่าออกมา“ แต่ไม่นานหลังจากนั้นเผ่าสวรรค์ก็กำเนิดขึ้น…ข้าไม่รู้ว่าพวกนั้นทำอะไร พวกนั้นได้พลังของจักรพรรดิทั้งห้าที่ตายไปและกลายเป็นจักรพรรดิคนใหม่ ตอนแรกเรายังสยบจักรพรรดิทั้งห้าได้แต่เมื่อเวลาผ่านไป จักรพรรดิเผ่าสวรรค์ทั้งห้าก็แกร่งขึ้นจนเราเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไป…”